"ห้องเรียนขำๆ กับ นายกันต์ ไก่ย่าง"

คาบที่3 เมื่อวานนี้..ฉันได้มีโอกาสสอนนักเรียนชั้นม. 4/6 ซึ่งถือว่าเป็นนักเรียนห้องสุดท้ายของระดับชั้นม. 4 ด้วยความที่เป็นนักเรียนใหม่ ที่เข้ามา และเป็นนักเรียนที่ฉันไม่เคยสอนเลย ความคุ้นเคยและความไว้วางใจคืออันดับแรกที่ครูอย่างฉันควรทำ

อันดับแรก ฉันเช็คชื่อนักเรียนไปทีละคนๆ แล้วก็พยายามมองหน้าพวกเขาเหล่านั้นและหาจุดเด่นแต่ละคนมาเพื่อจดจำชื่อกับตัวต้องสัมพันธ์กัน เป็นเทคนิคที่ฉันใช้เสมอๆตั้งแต่สมัยเป็นครู ในการจดจำนักเรียนจำนวนมากๆในแต่ละปีที่สอน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า การเปลียนถ่ายนักเรียนจากรุ่นสู่รุ่นๆละ จำนวนมากๆ บางทีก็ยากที่จะจำได้หมด ดังนั้น เฟส เอย เอ็มเอย เมลล์เอย ไลน์เอย ฉันพยายามเรียนรู้และ ขอรอ้งแกมบังคับโดยเอาคะแนนมาขู่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนขอเพิ่่มฉันเป็นเพื่อน

เหตุผลนะเหรอ..ฉันจะได้ติดตามพวกเขา และดูพวกเขาเหล่านั้นได้ทุกเมื่อยังไงล่ะ..มีหลายคนที่ฉันต้องเรียกมาบอก มาเตือนด้วยความเป็นห่วง ทั้งส่วนตัว และ เวลาสอน ในเรื่องการการใช้ถ้อยคำ หรือภาพไม่เหมาะสม เวลาสื่อออกไปยังโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งผลก็คือ เด็กเหล่านั้น ลด พฤติกรรมเสี่ยงแบบนั้น ได้ดีขึ้น ซึ่งไม่รู้สินะ.คนอื่นอาจมองว่าเวอร์ หรือทำเกินหน้าที่ไป แต่จิตสำนึกของฉันบอกว่า มันคือหน้าที่ของความเป็นครู ที่ต้องดูแลลูกๆเหล่านั้นให้พ้นวัยช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเหล่านี้ไปให้ได้ ..เท่านั้นเอง..

ดังเช่นวันนี้ ขณะที่ฉันเช็คชื่อนักเรียนจนเกือบถึงคนสุดท้าย ทุกคนมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะร่วนเสียงดัง อย่างสนุกสนานกับมุข ที่ฉันพยายามใส่ลงไป ทุกคนมีใบหน้ายยิ้มแย้มแจ่มใสตบไม้ตบมือกันดังลั่นตามประสา นักเรียนห้องท้าย พอมาถึงนักเรียนชายคนหนึ่ง ดูลักษณะรูปร่างหน้าตาดีผิวขาว เราสังเกตตั้งแต่ตอนเข้ามาใหม่ๆละ นั่งห่างเพื่อนไม่พูดไม่คุยไม่เล่น เพื่อนหัวเราะเขาก็ทำหน้าปกติ ไม่มีอารมณ์ร่วม ในการเรียนเลย เราก็เอ๊ะ..ทำไมเด็กคนนี้ดูแปลกๆหรือจะไม่ชอบการสอนแบบเรียนปนเล่น อย่างนี้นะ..แต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจคนเดียว..จนกระทั่งเราพูดขึ้นว่า " หนูมาจากโรงเรียนอะไรคะ" เขาตอบว่า " จากโรงเรียนชุมชนครับ" เราเลยพูดว่า " โรงเรียนชุมชนมีคนหน้าตาดีแบบนี้ด้วยหรอ" เท่านั้นแหล่ะ นายกันต์ ก็ยกมือขึ้น แล้วก็พูดว่า "ครูครับผมก็มาจากโรงเรียนชุมชนเหมือนกันครับ" เท่านั้นแหล่ะ ในห้องพากันหัวเราะเฮลั่นเลย..

จะไม่ให้หัวเราะได้ยังไง ก็ในเมือ่นายกันต์ที่ว่านิ เขาเป็นเด็กผู้ชายตัวดำๆ ผอมๆ หน้าตาเหมือนคนเป็นโรคโลหิตจาง ฟันเหยิน แขนอีกข้างใส่เฝือกไว้ ถามว่าไปทำอะไรมา เขาไม่ยอมตอบได้แต่ยิ้มๆเหมือนคนอารณ์ดี เพื่อนเลยช่วยตอบว่า "มันขับมอเตอร์ไซค์ไปชนรถขายไก่ย่างเขามาครับ ไก่ย่างหล่นเต็มพื้นเลย ดีนะไม่เก็บไก่ย่างไปกินที่บ้านด้วย " ว่าแล้วพวกเพื่อนๆก็พากันหัวเราะ นายกันต์ก็หัวเราะตาม จากเรื่องเครียดๆกลายเป็นเรื่องสนุกสนานไป

เราเลยต้องบอกว่า บางครั้งเราก็อย่าเอาเรื่องปมด้อย หรือเรื่องโชคร้ายของเพื่อนมาเป็นเรื่องตลก เพราะบางทีหากอยู่ในช่วงเวลาแบบนั้น เราอาจขำไม่ออกก็ได้ แต่ขณะเดียวกัน เราก็อย่าเก็บเรื่องราวความทุกข์มาคิดให้ตัวเองเจ็บอีก สู้ยิ้มรับกับปัจจุบันแล้วทำฝันให้เป็นจริง นั่นแหล่ะจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคน ผลการเรียนไม่ได้รับรองว่าจะมีอนาคตที่ดีเสมอไป จบ ป.4 ก็เป็นเศรษฐีได้ถ้าเราขยันหมั่นเพียร "สาธุ" เสียงนักเรียนทั้งชั้นพูดขึ้นพร้อมกันกับยกมือพนมท่วมหัว 5555 การสอนเด็กห้องท้ายบางทีก็ทำให้ความเครียดกับสิ่งต่างๆ ได้ผ่อนคลายไปได้เยอะที่เดียว 

วิชาจิตวิทยากับการสอน ในสมัยเรียนทำให้เราได้ใช้ประโยชน์จริงๆก็ตอนนี้แหล่ะ 5555...

ต้องขอขอบคุณเจ้าตำรับวิชานี้และอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา มาให้ ค่ะ..สาธุ๊!!!!!"""

  

1.  ดูดู๊ดู..มันเขาขำ... 

 บรรยากาศตอนเช้าๆหลังเลิกแถวกิจกรรมหน้าเสาธง รอพบคุณครูที่ปรึกษา 

ลีลาท่าทางการสอนของครูแบบนี้..คงน่าเรียน..เนอะ..5555


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดอกหญ้าบนภูผาหลวง..



ความเห็น (1)

ขอบคุณที่เข้ามาให้ดอกไม้เพิ่มกำลังใจให้กันค่ะ