โดยสรุป ฟูโกต์ต้องการจะเสนอบทวิพากษ์วาทกรรมเกี่ยวกับวิธีการที่สังคมสมัยใหม่ต่างๆที่ได้สร้างมาตรการที่จะนำมาควบคุมและสร้างวินัยให้กับประชากรของสังคมเหล่านั้นโดยการลงโทษตามข้ออ้างความรู้ และการปฏิบัติการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มนุษย์ : อาทิเช่น การแพทย์, จิตเวชศาสตร์,จิตวิทยา, อาชญวิทยา, สังคมวิทยาและอื่นๆ  เขาให้เหตุผลว่าวิทยาศาสตร์ต่างๆเกี่ยวกับมนุษย์เพราะได้มาโค่นล้มระบบระเบียบแบบคลาสสิคเกี่ยวกับการเมืองการปกครองที่วางอยู่บนพื้นฐานอำนาจกษัตริย์และสิทธิต่างๆลงไป และได้สถาปนาระบอบใหม่อันหนึ่งขึ้นมาแทนที่ซึ่งเป็นเรื่องของ "อำนาจ"  อำนาจดังกล่าวที่เขาเชื่อมันปฏิบัติการโดยผ่านกลไกต่างๆ ของระเบียบวินัยและการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นบรรทัดฐานต่างๆสำหรับพฤติกรรมของมนุษย์หรือภาคปฏิบัติการของวาทกรรมมันเริ่มในสถานที่ทำงาน, ห้องเรียน, โรงพยาบาลและที่ทำการด้านสวัสดิการต่างๆ  ในครอบครัว และชุมชน;และในคุก, สถานบำบัดทางจิต, ห้องพิจารณาคดี และศาลสถิตยุติธรรม 
  นอกจากนี้วิทยาศาสตร์มนุษย์ยังได้สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับ"ความเป็นปกติ"(normality)ขึ้นมาด้วย เช่น เด็กปกติ, ร่างกายที่มีสุขภาพปกติ,จิตใจที่เป็นปกติ(มั่นคง), พลเมืองปกติ(ดี),ภรรยาที่ปกติ(เพรียบพร้อม) และผู้คนที่ปกติ(เหมาะสม) -มโนคติเหล่านี้ได้สิงสู่อยู่ในความคิดเราเกี่ยวกับตัวของเราเอง, และได้รับการสร้างขึ้นมา และทำให้มันชอบธรรมโดยผ่านการปฏิบัติการต่างๆของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบอาทิ ครูบาอาจารย์, คนทำงาน, หมอ,ผู้พิพากษา, ตำรวจ และผู้บริหารต่างๆ
 วิทยาศาสตร์มนุษย์พยายามที่จะนิยามความเป็นปกติขึ้นมา และสถาปนาความเป็นปกติอันนี้ในฐานะที่เป็นกฎเกณฑ์อันหนึ่งของชีวิตสำหรับเราๆท่านๆทั้งหลาย  ในเวลาเดียวกันวิทยาศาสตร์มนุษย์ก็ได้สร้าง กระบวนการสอบสวน, กระบวนการควบคุมและการรักษาเยียวยาขึ้น  จากกระบวนการเหล่านี้มันจึงก่อให้เกิดพื้นที่ขนาดใหญ่เกี่ยวกับการเบี่ยงเบนการออกนอกลู่นอกทางไปจากมาตรฐานปกติดังกล่าวขึ้นมาในสังคม
  นอกจากนี้ฟูโกต์ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับคนดีมีศีลธรรมหรือคนไม่ดีไม่มีศีลธรรมไว้ดังนี้ฟูโกต์พยายามแสดงให้เห็นว่าเรื่องของศีลธรรมนั้นมิใช่เพียงความหมายแคบๆถึงการกระทำตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานทางศีลธรรมล้วนๆแต่เป็นเรื่องของการสร้างเอกลักษณ์หรือตัวตนของคนในสังคมด้วย เนื่องจากในทางปฏิบัติจริงมีช่องว่างหรือระยะห่างระหว่างกฎเกณฑ์ กฎหมาย และคุณค่าทางศีลธรรมกับการปฏิบัติจริง เพราะกฎเกณฑ์ กับการปฏิบัติจริงเป็นคนละเรื่องกันและช่องว่างหรือระยะห่างนี้เองที่ทำให้เกิดเครือข่ายโยงใยของวาทกรรมว่าด้วยศีลธรรมขึ้นมา เปิดโอกาสให้ในสังคมมีอิสระที่จะเคลื่อนไหวว่าจะทำตัวเป็น“ผู้มีศีลธรรม” มากน้อยกว่ากันเท่าใด และด้วยวิธีการใดภายใต้กฎเกณฑ์และมาตรฐานทางศีลธรรมดังกล่าวเพราะฉะนั้นการมีศีลธรรมจึงไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างที่นิยมกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นเรื่องที่แยกไม่ออกจากออกกระบวนการในการสร้างตัวตนให้กลายเป็นผู้มีศีลธรรมขึ้นมาเพราะคนเราสามารถทำตัวให้เป็นผู้มีศีลธรรมได้ด้วยเหตุผลและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างมากมายเช่น เพื่อให้เกิดการยอมรับเพื่อเป็นนายของตนเองเพราะสามารถควบคุมกิเลสตัณหาของตนเองได้ เพื่อต้องการปลีกวิเวกเพื่อพาตนเองออกไปจากโลกที่วุ่นวาย หรือเพื่อเป็นอมตะหลังจากตายไปแล้ว เป็นต้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือฟูโกต์ต้องการที่จะวิพากษ์ระบบหรือกระบวนการอันหนึ่งในการสร้างตัวตนผู้มีศีลธรรมดังนั้นการเป็นผู้มีศีลธรรมจึงแยกไม่ได้จากระบบหรือกฎเกณฑ์การมีศีลธรรมจึงแยกไม่ออกจากภาคปฏิบัติการของวาทกรรม

 

หนังสืออ้างอิง
ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. วาทกรรมการพัฒนา:อำนาจ ความรู้ ความจริง เอกลักษณ์ และความเป็นอื่น. สำนักพิมพ์วิภาษา:กรุงเทพฯ

กฤษณ์  จันทร์ทับ.บทความวิเคราะห์ มิเเช็ล ฟูโกต์ :ร่างกายใต้บงการปฐมบทแห่งอำนาจในวิถีสมัยใหม่.http://www.artsedcenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539325313&Ntype=9  เข้าถึงเมื่อวันที่5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

WeerapongWorrawat. บทที่ 2 วาทกรรมกับการวิเคราะห์วาทกรรม.http://worrawat.exteen.com/20071128/2-discourse-and-discourse-analysis เข้าถึงเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Sila Phu-Chala.“วาทกรรม” คำนิยมร่วมสมัยของ Foucault.http://www.gotoknow.org/posts/469291  เข้าถึงเมื่อวันที่5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ถิรนัย อาป้อง. อำนาจ: ว่าด้วยมโนทัศน์ทางแนวคิดทฤษฎี.http://chornorpor.blogspot.com/2011/09/blog-post_22.htmlเข้าถึงเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร. มิเชล ฟูโกต์: วาทกรรม อำนาจ ความรู้. http://www.ajarnjak.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=67616&Ntype=4เข้าถึงเมื่อวันที่ 5มิถุนายน พ.ศ. 2556

ไม่มีชื่อผู้เขียน.ทางบ้านไม่สอน "จรรยาบรรณ" TGT+ เสี่ยตาเรียกเรตติ้งฆ่า “เอมเมอรัล” ทั้งเป็นบนเวที

http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9560000068959  เข้าถึงเมื่อวันที่5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ไม่มีชื่อผู้เขียนสับเละ! กรณี 'สิทธัตถะ เอมเมอรัล'จริยธรรมรายการโชว์..อยู่ไหน?

http://www.mgronline.com/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000066730  เข้าถึงเมื่อวันที่5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์.ปรัชญาสกุลหลังสมัยใหม่ ไม่ใช่ยุคสมัยในมิติเวลา แต่เป็นท่าทีแบบหนึ่ง (2).

http://pjanderson.blogspot.com/2010/10/blog-post_08.html  เข้าถึงเมื่อวันที่5 มิถุนายน พ.ศ. 2556