ผมนั่งคิดว่า ข้อสอบที่มีคำตอบตายตัวอยู่แล้ว สอนให้เด็กมีจินตนาการคิดสิ่งใหม่ๆ ได้หรือเปล่าหนอ.
เมื่อเช้าวันเสาร์มีการสอบวิชาการเลี้ยงผึ้ง หรือ Apiculture (ถ้าใช้ภาษาที่ง่ายหน่อยก็เรียกว่า Beekeeping ครับ) เป็นการสอบ Final ครับ ครั้งสุดท้าย มี 100 คะแนนเต็มให้ไล่ล่ากัน
การสอบครั้งนี้ มีนิสิตเข้าสอบ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ จำนวนเต็มคือ 59 คน (มากที่สุดที่เคยสอนในวิชานี้ เป็นนิสิตปี 3 และปี 4 ครับ)
พอนิสิตเข้าสอบครบ ก็เลยชักกล้องมาถ่ายไว้เป็นที่ระลึกครับ เพราะหลังจากนี้ก็จะไม่พบกันในห้องเรียนแล้ว ลองมาดูภาพกันครับ (เรียงจากซ้ายไปขวา)
มีแปลกอยู่คนหนึ่งเขียนหนังสือโดยวางกระดาษขวาง แล้วถึงจะเขียนตัวหนังสือตรงได้ ลองดูว่าท่านทำแบบนี้ได้ไหม
ตอนคุมสอบ 3 ชั่วโมง ผมก็นั่งดูเอกสารที่นิสิตเตรียมมา แล้วคิดอะไรตั้งหลายอย่าง อยากจะบันทึกไว้ด้วยดังนี้
- ผมสอนเนื้อหาในห้องไม่มาก ก่อนนิสิตสอบจึงต้องไปค้นความรู้ใน internet มา
- บางคนไปค้นสิ่งที่ beeman เขียนเกี่ยวกับเรื่องผึ้งมา รู้สึกว่ามีมากอยู่เหมือนกัน (เอกสารหนาเชียว)
- ข้อเขียนเกี่ยวกับผึ้งใน internet ของท่านอื่น (ภาษาไทย) มีมากเหมือนกัน แต่ส่วนมากคนเขียนเป็นมือสมัครเล่น...มีมืออาชีพอยู่ไม่เกิน 3 เจ้า
- ข้อสอบของผมเป็นข้อสอบแบบต้องคิด แล้วจึงตอบ ไม่มี Fix คำตอบไว้ก่อน ดังนั้นนิสิตต้องขยันให้ความคิดเห็นหน่อย..
- ไม่ต้องตอบเหมือนอาจารย์ คะแนนก็อาจเต็มได้
- บางคนคิดคำตอบไว แต่ใช่ว่าตอบไปแล้วจะถูก (ใจ)
- บางคนคิดคำตอบช้า แต่อาจละเอียดครอบคลุมเนื้อหาก็ได้
- ผมจึงให้เวลาเขียนเต็มที่ (ต่อเวลาให้เล็กน้อย) เพราะอยากให้ทุกคนเขียนได้เต็มที่ (ไม่เหมือนการสอบแข่งขันที่ใช้ความเร็วในการคิดตอบ โดยมีคำตอบที่ตายตัวอยู่แล้ว)
- ผมนั่งคิดว่า ข้อสอบที่มีคำตอบตายตัวอยู่แล้ว สอนให้เด็กมีจินตนาการคิดสิ่งใหม่ๆ ได้หรือเปล่าหนอ......
ข้อสอบของอาจารย์สอนให้คิดจริงๆ ค่ะอาจารย์ ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เป็นคำตอบที่เกิดมาจากความคิดของแต่ละคนโดยแท้จริง การตอบอาจจะตอบได้หลากหลายแต่มันก็มีความเป็นอิสระในการคิดที่จะตอบดีค่ะ เป็นการสอนให้เรารู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องคิดอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้เสมอไป
ในวันนั้นข้อสอบของอาจารย์ก็ไม่ยากเท่าไร แต้มันอยู่ที่คำตอบว่าที่เราเรียนมาเราสามารถที่จะนำมาใช้อย่างไรในชิวิตจริงและในความเป็นจริงถ้าเราต้องลงมือทำ เรามีสิทธิที่จะคิดและทำ แต้จะทำให้ได้ดีเราก็ต้องมีความรู้ มีการนำความคิดของเรามาใช้