จำไม่ได้ว่าอ่านอะไรมาวันนี้นะคะ ผ่านตามาแล้วติดอยู่ในใจ แสดงว่าเป็นสิ่งที่ต้องยกเอาออกจากใจด้วยการเขียน เพราะสำหรับตัวเองแล้วคิดเหมือนที่ตั้งชื่อบันทึกไว้ค่ะ ว่าถ้าเรียกว่าความดีแล้ว เราควรทำได้โดยไม่เหนื่อย โดยความเหนื่อยในที่นี้หมายลึกลงไปถึงความเหนื่อยใจ ซึ่งหนักหนาสาหัสกว่าการเหนื่อยกาย 

ถ้าอะไรที่เราทำแล้วคิดว่าเป็นการทำความดี แต่เราเหนื่อยเหลือเกิน นั่นแสดงว่าเราทำร้ายตัวเองอยู่ ซึ่งแสดงว่าสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความดีนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดีจริง เพราะถ้าจะให้ดีจริง สิ่งนั้นต้องไม่ทำร้ายตัวเราด้วย

บุคคลที่เป็นสุดยอดของคนทำความดีที่น่าประทับใจอย่างที่สุด และดูท่านไม่เหนื่อยเอาเสียเลย ทั้งที่ดูจากภาพแล้ว เราเหนื่อยกายแทน และเมื่อดูผลงานแล้วเราบางครั้งก็เหนื่อยใจแทน ก็คือ "พ่อหลวง"ของเรานี่เองค่ะ มีภาพหลายภาพนับไม่ถ้วนที่ประทับอยู่ในใจเรา ที่เห็นพระองค์ท่านเหงื่อเต็มหน้า เต็มหลัง (ขออนุญาตไม่เขียนราชาศัพท์ เพราะอาจจะผิด) แต่ก็รู้สึกได้ว่าพระองค์ท่านจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนไม่ได้คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย เห็นลึกๆลงไปเลยว่าพระองค์ท่านดูมีความสุขกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำจริงๆ บางภาพเห็นแล้วน้ำตาซึมก็มี บอกตัวเองว่า พระองค์ท่านเป็นต้นแบบให้เราทำตาม และเมื่อประกอบพระจริยาวัตรกับพระราชดำรัส พระบรมราโชวาทในวาระต่างๆแล้วจะเห็นว่า พระองค์ท่านไม่เคยเหนื่อยที่จะทำความดีเพื่อประชาชนและประเทศชาติของเรา อยากจะทำให้ได้ทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังจากพระองค์ท่าน 


สรุปว่า เพียงแต่อยากเขียนบันทึกนี้ เพื่อยืนยันว่า ถ้าเป็นสิ่งที่เรียกว่า ความดี เราน่าจะทำได้โดยไม่เหนื่อย แม้จะเหนื่อยกาย เราก็น่าจะมีความสุขใจ ความดีควรจะทำให้เราอิ่มใจได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่ต้องให้ใครมายกย่องชื่นชม ความดีควรจะเป็นสิ่งที่เราทำแล้ว เราสามารถมองเห็นได้ด้วยใจทั้งในระยะใกล้ระยะไกลแล้วเรามีความสุข คนอื่นเห็นหรือไม่เห็นก็ไม่ได้มีผลกับความสุขที่เกิดขึ้นในใจเรา ความดีไม่จำเป็นต้องมากมายใหญ่โต แต่ความดีคือสิ่งที่เราทำแล้วส่งผลที่ดี ความดีถ้าดีจริงๆไม่ควรจะทำให้เราเหนื่อยหรือเดือดร้อน 

ขอให้ทุกท่านช่วยกันตั้งใจทำความดี ที่ทำให้ตัวเองไม่เหนื่อยและมีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ