อชันตา ( Ajanta Caves)…. Unseen in India ( Part II )
ถ้ำอชันตาทั้ง 30 ถ้ำ สามารถไปถึงได้ 26 ถ้ำ คือ 1-26 ส่วนถ้ำที่ 27-30 ไม่มีทางเข้าไป ถ้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จคือ ถ้ำที่ 3.5,8,23,24,25,27 และ 30
ในจำนวนทั้ง 30 ถ้ำ ที่อชันตา 5 ถ้ำเป็นถ้ำเจดีย์ ( เขตพุทธาวาส ) สำหรับไหว้พระสวดมนต์ทำพิธีกรรมทางศาสนา คือ ถ้ำที่9,10,19,26 และ 29 ส่วนที่เหลือเป็นถ้ำวิหารหรือสังฆาราม ( สังฆาวาส) เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ จัดอยู่ในเสนาสนะของพระสงฆ์ ถ้ำที่ 9 และ 10 เป็นถ้ำเถรวาท ส่วนถ้ำที่ 16 และ 19 เป็นถ้ำมหายาน
ถ้ำหมายเลข 10 ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่ถ้ำอชันตา สร้างเป็นหอสวดมนต์บูชาพระเจดีย์ เมื่อครั้งที่จอห์น สมิธ ได้เข้าพบเห็นเป็นครั้งแรก ตอนที่เขาเข้ามาในถ้ำนั้น ดินโคลนได้ทับถมสูงขึ้นไปจากพื้นถ้ำกว่าครึ่ง เขาได้จารึกชื่อไว้บนเสาหิน พร้อมลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2362 วันที่ถ้ำ อชันตาปรากฏสู่สายตาชาวโลก แต่รอยจารึกสำคัญที่พบในถ้ำเดียวกันนี้ได้ระบุชื่อกษัตริย์พระองค์หนึ่งในราชวงศ์สาตวาหนะ ทำให้นักประวัติศาสตร์ได้รู้ว่า วัดถ้ำที่อชันตาได้รับการอุปถัมภ์อย่างต่อเนื่องจากพระมหากษัตริย์ตั้งแต่การสร้างวัดถ้ำในยุคแรกๆ
ภายในถ้ำจะมืดมากค่ะ..และห้ามใช้แฟรชถ่ายภาพ..เกรงว่าภาพจิตรกรรมอันล้ำค่าจะเสียหายได้ค่ะ....
ลักษณะของหมู่วัดถ้ำอชันตานั้น พบว่ามีถ้ำมากกว่า 30 ถ้ำ เรียงตัวต่อเนื่องกันยาวหลายร้อยเมตรบนเชิงเขาสูงวงโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว บริเวณหน้าถ้ำแต่ละแห่งสร้างเป็นบันไดทอดยาวลงไปยังแม่น้ำสายเล็กๆ ที่ไหลลดเลี้ยวไปตามหุบเขาเบื้องล่าง แม่น้ำสายนี้คือแม่น้ำวโฆระ ซึ่งจะมีระดับน้ำขึ้นสูงในช่วงฤดูฝน
........... แต่ละถ้ำสวยงามมากค่ะ
..แกะสลักได้สวยงามมาก.. จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือมนุษย์ค่ะ...........
ถ้ำพุทธฝ่ายเถรวาทที่อชันตาเจริญรุ่งเรืองอยู่ต่อมาอีกราว 200 ปีจนถึง พุทธศักราช 550 ก็หยุดชะงัก ไม่ปรากฏร่องรอยการสร้างวัดถ้ำของพุทธฝ่ายเถรวาทที่นี่อีกต่อไปนานถึง 400 ปี จึงกลับมาสร้างต่ออีกครั้งในราวพุทธศตวรรษที่ 10 แม้ยังไม่มีคำตอบว่า เกิดอะไรขึ้นกับพุทธสถานที่ถ้ำอชันตาในช่วง 400 ปีที่เว้นว่างไป แต่ในช่วงเวลานั้นเองก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญที่พลิกโฉมศาสนาพุทธในอินเดียไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งแรกก็คือ การเกิดขึ้นของพระพุทธรูป สิ่งที่สองคือ ศาสนาพุทธ สายมหายานได้เกิดขึ้นแล้วอย่างเต็มตัว การสร้างวัดถ้ำที่อชันตาระยะที่ 2 เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจาก ศาสนาพุทธ ในอินเดียได้เข้าสู่ยุคของมหายานไปแล้วถึง 400 ปี
<p> ……….. ระเบียง เสาหิน ใหญ่มาก..
จนเราดูตัวเล็กไปเลยค่ะ………..
</p>
ในบรรดาวัดถ้ำทั้งหมด พบว่ามีวัดถ้ำในแบบพุทธมหายานถึง 24 ถ้ำ ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นในสมัยคุปตะ ซึ่งเป็นยุคทองของศิลปะอินเดีย พระภิกษุฝ่ายมหายานได้เข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และปรับเปลี่ยนถ้ำให้เหมาะสมกับพิธีกรรมที่ทำขึ้น จากวิหารแบบเรียบง่ายที่สร้างขึ้นในสมัยพุทธฝ่ายเถรวาท ถูกเปลี่ยนไปเป็นห้องโถงใหญ่โตโอ่อ่า สลักหินเป็นเสาสูงมากมาย ที่หัวเสาแกะสลักเป็นลวดลายงดงามทั่วทั้งคูหาถ้ำ ผนังด้านในทั้งสองด้านแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ ที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือช่างประติมากรรมชั้นสูงในการแกะสลักหินออกมาได้อย่างอ่อนช้อยสวยงาม
</span> 
........... งานแกะสลักหินฝีมือมนุษย์ล้วนๆค่ะ...........
ส่วนถ้ำหมายเลข
1 เป็นถ้ำพุทธมหายานที่ได้รับการกล่าวขวัญไปทั่วโลกว่ามีภาพเขียนสีที่งดงามมากที่สุด
แม้เวลาจะผ่านมานานถึงกว่า 1,500 ปี ภาพก็ยังคงสีสันและลายเส้นที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในถ้ำค่อนข้างมืดสลัว
มีเพียงแสงไฟเย็นสีเขียวส่องไว้ที่ภาพ เพราะทางการอินเดียห้ามใช้แสงแฟลชหรือแสงใดๆ
ในการถ่ายภาพเด็ดขาด แม้กระทั่งขาตั้งกล้อง
ด้วยเกรงว่าจะไปทำลายสภาพดั้งเดิมภายในถ้ำ

…ศรัทธา ศรัทธา
และก้อศรัทธา ....
เทคนิคในการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ถ้ำอชันตานั้นมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในระดับนานาชาติ ภาพพุทธประวัติและชาดกในถ้ำหมายเลข 1 และ 2 เขียนขึ้นมาก่อนยุคเรอเนสซองซ์ของกรีก แต่ศิลปินในยุคนั้นก็รู้เทคนิคที่จะทำให้ภาพมีมิติ ดูสมจริงสมจัง งดงามทั้งสัดส่วนและการใช้สีมาก่อนแล้ว
ขณะที่หมู่ถ้ำพุทธที่อชันตามีชื่อเสียงโดดเด่นในเรื่องของการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ก็ยังมีหมู่ถ้ำเก่าแก่ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับถ้ำอชันตาอีกนับร้อยถ้ำที่แสดงความโดดเด่นด้านวิถีความเป็นอยู่ของพระสงฆ์มาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่สมัยพุทธเถรวาท จนเข้าสู่ยุคของพุทธมหายาน หมู่ถ้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากมุมไบ (บอมเบย์)
เพียง 42 กิโลเมตรเท่านั้น

…ขอนั่งพักเหนื่อยก่อนนะคะ
.... .... คอยติดตามเรื่องราวดีีๆต่อไปใน อชันตา ( Ajanta Caves)…. Unseen in India ( Part III ) นะคะ....