เกริ่นนำด้วยบทความของรองศาสตราจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ http://www.lek-prapai.org/watch.php?id=631ที่อธิบายถึงความเสื่อม ความสะเปะสะปะของชุมชนท้องถิ่นมาจากการมีช่องว่างหรือความห่างระหว่างความรู้ท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นหรือจากยุคสู่ยุคในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ดั่งการฉีกคนออกจากกันจนทำให้ชุมชนอ่อนแอ ภาพหลอนวิกฤติฟองสบู่ที่ประจักษ์ชัดในอดีตซึ่งพร้อมจะกลับมาอีกหลายระลอก ยังน่าขยาดในหัวใจหลายๆดวง ดังนั้นการนำผู้คนในชุมชนหันกลับมาทบทวนตนเอง ทบทวนชุมชน ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ แห่งใดค่อยๆลดความทะยานอยาก นับเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการชุมชนที่ยั่งยืน
วันนี้สุได้หารือโครงการอัตลักษณ์ท่าศาลาเชิงบูรณาการฯ
กับ ดร. วัณณสาส์น นุ่นสุข ปริญญาเอกด้านโบราณคดี
จาก Cornell University ทุนอานันทมหิดล ท่านรู้สึกยินดีอย่างมากที่จะทำงานโครงการฯ
ท่านเน้นย้ำว่า “ชุมชนอยู่รอด ประเทศเข้มแข็ง
ต้องทำให้เกิดสำนึกร่วมของชุมชน ต้องค้นหาอดีต ประสบการณ์ร่วมเดียวกัน
แม้นไม่ถึงขนาดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ภายใต้ภูมิศาสตร์ที่คล้ายๆกันต้องผูกโยงเชื่อมต่อเรื่องราว
นิเวศวิทยา วิถีชีวิตร่วมกัน ดังนั้นการจัดตั้ง
Thasala Community Museum ต้องเข้าใจว่าอำเภอท่าศาลามีภูมิศาสตร์หลากหลาย(จากภูเขาจรดทะเล)
จึงเป็นภาพใหญ่ การวาง Concept นำเสนอก่อนลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์
และสังคมวิทยาจึงต้องเตรียมการณ์ ตลอดจนถึงการนำเสนอสู่ความเป็น Community
Museum ดังนั้นอาจารย์ขอ Research Assistant 1 ท่าน มาช่วยงาน อาจารย์จะสนับสนุนค่าอุปกรณ์
ค่าเดินทาง ตลอดจนถึงทีมงานจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์” สุรับที่จะประสานงานกับระดับอำเภอต่อไปค่ะ สุต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ ที่นำต้นขนุนจำปาดะมาฝากวางไว้ที่หน้าบ้าน 2-3 วันก่อน และรวมพลังประกาศตัวก้องปฐพีว่า "พวกเราคือกลุ่มคนรักต้นไม้ เพราะเชื่อว่า ต้นไม้อยู่ได้กับคน คนอยู่ได้กับต้นไม้ ต้นไม้รักษ์น้ำ คนอยู่ได้ด้วยต้นไม้และน้ำ พวกเราจึงเชิญชวนให้ทุกคนรักต้นไม้และน้ำ" ไชโยประทศไทย!