จดหมายถึงครู l กรรม
วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2556
กราบสวัสดีค่ะครู
แทบไม่ได้พัก ไม่ได้งาน หนูถามตนเอง อะไรนะ
ข้างในเป็นมัว ๆ หมอง ๆ
มานึกย้อนกับตนเอง การขาดรั่วของศีล หนึ่งข้อ ทำให้ศีลข้อ อื่น ๆ พังภาพ
ชีวิตที่ไม่เข้าล๊อคทำให้ข้างในไม่ไป ไม่มา ข้างนอกก็ถอยรูด ในความรู้สึกของตนเองเจ้าค่ะ
หนูตั้งใจไปนวดเพื่อรักษาตนเองข้างใน เลิกงานไปนวด
ครูคะหนูทึ่งพี่หมอนวดมาก ๆ ชื่อว่า "ป้ากาญจน์"
แก้ไขหัวไหล่ที่ตึงเคล็ดแล้วมากระจุกตัวที่ซอกรักแร้ให้ดีขึ้นได้
หนูเป็นเส้นนี้มานานตั้งแต่ผ่าตัดเอาต่อมไขมันที่ซอกรักแร้ด้านซ้ายออกตั้งแต่เรียนปริญญาตรีปี 3
ที่ผ่าน ๆมาหนูได้แต่พยายามกดเองเขี่ยเอง
ตอนกดก็เจ็บเจ้าค่ะ แต่ก็ค่อย ๆ เบา
พี่เขานวดไล่เรียนตั้งแต่ต้นขา ไล่เรียงขึ้นมา เส้นเอ็นหนูถือว่าแข็งและหนัก
ป้ากาญจน์เปรย ๆว่า ต้องมาบ่อย ๆ มันหนักมาก
จะว่าไปเส้นที่ตึงของหนู เป็นมานานแต่ก็ยังแก้ไม่ถูกจุดสักที เพราะบางทีนวดก็เหมือนลูบ ๆ คลำ ๆ
มาครั้งนี้เหมือนโดนผ่าตัดแบบจัดเต็ม
นึกย้อนถึงตอนนวดให้ครู ทำหมหนูไล่เส้นไม่ค่อยเป็น จับไม่ค่อยถูกจุด
ตอนนั้นเหมือนว่า "ลังว่า ใช่ไหม พอกดลงไปจะสังเกตการตอบสนอง พอสังเกตไม่เห็น หรือ อ่านไม่ออกหนูก็ยังสงสัย"
ทำให้กีดขวางการนวด
ครั้งนี้ก็ได้เรียนรู้ว่า หากมั่นใจ แล้วนึกย้อนถึงความสัมพันธ์ของแต่ละเส้นในร่างกายก็พอจะเห็นการเชื่อมโยง
นึกย้อนถึงภาพที่ครู post มาให้ได้อ่าน
ถึงกรรม ที่จะนำไปสู่ความเป็นเปรต

แล้วก็นึกย้อนกับตนเองแบบน่าขนลุก
หนูทำมาแล้วทั้งนั้น
แทบไม่ต้องสงสัยว่า "ทำไม ครูถึงเคี่ยวเข็ญ ให้ตั้งสติ"
เพราะมันจะกลายเป็นเปรต
เมื่อก่อนทำ ๆ ไปแบบคนหน้ามืดตามัว มืดบอด ไม่รู้ไม่สนไม่มอง เลยคิดว่า ไม่เป็นไร สบาย
หารู้ไม่ว่า ทำทั้ง ๆที่ไม่รู้และไม่ตระหนัก นั่น ก็เหมือนคนตาบอด วิ่งเข้าหานรกอย่างมุ่งมั่น
มาตอนนี้ หนูเหมือนกว่าครึ่งหนึ่งก็ย่องลงไปปากขุมนรกแล้ว ด้วยกรรมเก่าที่ทำมา
และหาพ่ายแพ้ต่อกิเลสภายในใจ
คงไม่ต้องให้เอ่ยถึง ไปอบายแน่ ๆ กับจิตที่คับแน่น หนัก อึ้ง หมิ่นเหม่กับการ กระทำชั่วขนาดนี้
นี่ขนาด พอได้เห็น นึกได้แล้วเหยียบไว้ มันยังล้นออกมาข้างนอกขนาดนี้
แทบไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าหลุดไปนี่ จะลงที่ต่ำรวดเร็วขนาดไหน
บรึ๋ย น่ากลัวจังเลยนะคะครู
ที่ผ่านมา ทำไป เพราะไม่รู้
ตอนนี้ได้อ่าน ได้เรียนรู้ ได้เห็นแบบคาตา ก็เกิดหวาดกลัวขึ้นมา
ถ้ามีสติก็พอนึกได้ ยั้งได้ แต่ถ้าขาดสติก็ยังพลาดอยู่มาก
จิตหนูมีแต่พยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่จริงจังสักที
เห็นทีก็ิ้นเหมือนไส้เดือนโดนน้ำร้อน
พอไม่เห็นภัยก็ยังนอนแช่น้ำเน่า
น่ากระทืบตรงที่
สมองคิดได้ แต่ใจยังเป็นหนัก ๆ เป็นอาการดื้อด้านต่อธรรม
ทำไมหนูดื้อด้านขนาดนี้ คำตอบก็ยังหาไม่ได้กับตนเองสักทีเจ้าค่ะ
ตอนนี้ดีได้ที่เรียนรู้ เจ้าค่ะ แต่มองเข้าไปข้างใน กิเลสมันครอบงำใจจนหนาเตอะเจ้าค่ะ