ปีการศึกษาใหม่เริ่มต้นขึ้นแต่ภารกิจหน้าที่ของครูนกบางอย่างยังคงปฏิบัติเช่นเดิมคือ ครูเวรกิจกรรมหน้าเสาธงในพุธแรกของการเปิดภาคเรียนครูนกไม่ได้กล่าวอะไรมากมายเปิดโอกาสให้ครูที่ปรึกษาและนักเรียนได้ทำความรู้จักเพราะนักเรียนและครูเพิ่งจะพบกันครั้งแรก และปีนี้เป็นปีแรกที่ครูนกไม่ได้ทำหน้าที่ครูประจำชั้นเนื่องจากมีภารกิจอื่นต้องรับผิดชอบมากซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่องานที่ปรึกษา ประกอบกับโรงเรียนเรามีครูย้ายมาใหม่หลายท่านทำให้ต้องแบ่งปันกันทำงาน
ครูนกเริ่มต้นจากการชวนคุยถึงประเด็นในครั้งนี้ว่า เป็นประเด็นระดับโลกและเล็กสุดคือประเด็นของตนเอง โดยประเด็นระดับโลกมีสองประเด็นคือ
ปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงค่ำคืนวันอังคารที่ ๒๑ พฤษภาคม อย่างไม่มีปีมีขลุ่ย ซึ่งครูนกได้ให้ข้อมูลที่ทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับสายส่งกระแสไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างจอมบึงกับบางสะพาน และนำมาสู่เรื่องวิกฤตพลังงานที่เราจะต้องช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้าด้วยตัวเราเช่น ออกจากห้องเรียนปิดไฟ หรือพัดลมที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือพบเจอไฟฟ้าเปิดทิ้งไว้ต้องช่วยกันปิดสวิตช์ ตลอดจนตักเตือนเด็กๆ ที่มีอาการซุกซนเดินไปกดสวิตช์ไฟฟ้าเล่นไปด้วย ซึ่งหากเราช่วยกันทุกคนจะทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้ลดลงได้จึงขอความร่วมมือกับนักเรียนในการช่วยกันประหยัดพลังงาน และแจ้งเรื่องที่โรงเรียนจะปิดการเรียนการสอนในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เนื่องจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะทำการปรับปรุงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ที่โรงเรียนเราตั้งอยู่จึงมีผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค การกระจายเสียงตลอดจนความสว่างในห้องเรียนจึงทำให้ผู้บริหารประกาศปิด

ต่อมาได้ชวนนักเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชาโลก ที่ทางองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแห่งสากลโลก ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ โดยให้เหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งให้ความเมตตาต่อมวลมนุษย์คือ เป็นผู้เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาได้ และเชื่อมโยงมายังกิจกรรมสำคัญในโรงเรียนคือคณะครูและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ได้จัดกิจกรรมวันวิสาขบูชาซึ่งประกอบด้วยการทำบุญบาตรในตอนเช้า และไปวัดในตอนบ่าย ดังนั้นขณะที่ครูนกกำลังพูดหน้าเสาธงกับนักเรียนระดับชั้นม.๑ - ๕ เป็นช่วงเวลาเดียวกับพิธีทางศาสนาของนักเรียนชั้นม.๖ จึงชวนเชิญนักเรียนทำสมาธิ เจริญสติเพื่อเป็นบุตรที่ดีของพ่อแม่ และเป็นศิษย์ที่ดีของครู
สุดท้ายจบด้วยประเด็นนักเรียนที่มีแนวโน้มไม่จบหลักสูตรเนื่องจากสอบแก้ตัวครั้งที่ ๑ ไม่ผ่าน ต้องดำเนินการสอบซ่อมเสริมครั้งที่ ๒ ซึ่งได้เน้นเรื่องระยะเวลาในการดำเนินการ และขั้นตอนในการดำเนินการซึ่งได้เน้นว่าห่วงใยเป็นพิเศษสำหรับนักเรียนระดับชั้นม.๓ และ ชั้นม.๖ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของการศึกษาต่อที่การจบหรือไม่จบหลักสูตรมีความสำคัญมากๆ
การพูดหน้าเสาธงครั้งนี้ครูนกต้องกระชับเนื้อหา และเวลาให้ลงตัวภายใน ๑๐ นาทีและขอบคุณครูและนักเรียนที่ตั้งใจฟังด้วยความใส่ใจ ทำให้ครูนกมีกำลังใจที่จะต้องเตรียมประเด็นการพูดให้มีประโยชน์ต่อผู้ฟังอีกต่อๆ ไป หรือจะตั้งใจเพราะได้หยุดติดต่อกัน ๔ วันค่ะเด็กๆ ชาวYorsor
สาธุ ร่วมเผยแผ่ความดี นำเรื่องดีดี มาลิขิต ใน G2K ครับ
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ JJ มาให้กำลังใจแบบปฐมฤกษ์
... ส่งเสริม เด็ก + นักศึกษา ....ให้ความเข้าใจและร่วมทำกิจกรรม นะคะ ..... ขอบคุณมากค่ะ
หนึ่งความดีที่ควรแก่การบอกต่อค่ะ
ภาพน่ารักถูกใจวัยรุ่นค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ คุณkunrapee