มองผ่านกล้องเห็นนกไม่กี่ตัว แต่พอมาดูในรูปมีนกหลายตัวเชียว

วันนี้ตั้งใจเขียนเรื่องนก แต่ขอบ่นเรื่องตำรวจก่อน 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2556 ดิฉันและสามีไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกอีกครั้ง คราวนี้ไปพร้อมกับลูกสาว ลูกเขย และหลานชายตัวน้อย ระหว่างทางเราโดนตำรวจเรียกตรงแยกไฟแดงที่องครักษ์ ขอใบขับขี่ของลูกเขยบอกว่าขับรถฝ่าไฟแดง และบอกว่าผู้กำกับฯ แจ้งมา พวกเราโมโหเพราะขับรถตามคันหน้ามาติดอยู่ตรงที่ตำรวจตั้งด่านนั่นแหละ ไม่รู้จะไปทางช่องไหน ตอนมาไฟยังเหลืองและมีรถปิ๊กอัพของตำรวจขับมาติดๆ แล้วออกซ้ายไป เราไม่ยอมเพราะถ้าเราฝ่าไฟแดง ผู้กำกับฯ คนที่แจ้งก็ฝ่าด้วยเพราะอยู่หลังเรา 

ไม่รู้ procedure ของตำรวจเป็นอย่างไร ที่เราเจอไม่มีการแนะนำตัวเองและแจ้งข้อหาก่อน มาถึงก็ขอใบขับขี่เลย แถมบอกว่าจะจ่ายค่าปรับหรือจะเอาใบสั่ง เราแยกย้ายกันคุย (ต่อว่า) ตำรวจ ดิฉันกับลูกเขยไปที่เต้นท์ข้างถนน ลูกสาวพูดกับตำรวจอีกคนที่ถนน ในที่สุดเขาก็คืนใบขับขี่แต่โดยดี เราพูดกันว่าตำรวจทำอย่างนี้ ประชาชนจึงไม่รัก ใครเดินทางไปนครนายกทางถนนรังสิต-นครนายกช่วงเช้าให้ระวังตรงจุดนี้ ขากลับตอนเย็นเห็นเลิกด่านไปหมดแล้ว

ไปเยี่ยมบ้านวันนี้ได้ไปถ่ายรูปนกกระจาบทองในบ่อปลาอีก เฝ้าดูไกลๆ แล้วซูมกล้องเอา สายตาไม่ค่อยดี มองผ่านกล้องเห็นนกไม่กี่ตัว แต่พอมาดูในรูปมีนกหลายตัวเชียว




นกกระจาบทองทั้งตัวผู้และตัวเมีย


สังเกตเห็นว่ามีนกตัวผู้ (อกเหลืองๆ) อยู่เฝ้ารังมากกว่าตัวเมีย (อกขาว) รังของนกกระจาบทองดูไม่ละเอียดเท่ารังนกกระจาบที่อยู่บนต้นไม้ที่ถักทอด้วยหญ้าคา




นกกระจาบพวกนี้ อพยพมาอยู่แถวนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สมัยก่อนไม่เคยเห็นเลย


เมื่อวันที่ 21 ตอนเย็นเกือบ 18 น. เห็นนกสีดำๆ เกาะอยู่ที่กิ่งต้นกรรณิการ์ข้างบ้านพักที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่ามีรังนกเล็กๆ แต่ถักทออย่างแน่นหนา แอบถ่ายรูปมาได้ ส่วนตัวนกเห็นไม่ชัดเพราะกิ่งต้นกรรณิการ์บัง



นกสีดำ ไม่รู้นกอะไร ตัวใหญ่กว่ารัง



ดึงกิ่งไม้ลงมา ส่องกล้องถ่ายในรังนก

ตอนที่เข้าไปใกล้รัง นกที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ที่รัง บินมาส่งเสียงร้องดังเลย

วัลลา ตันตโยทัย