.
สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Indonesia's nationwide healthcare plan stumbles at first hurdle'
= "แผนประกันสุขภาพ (ทั่วประเทศ) อินโดนีเซียสะดุด (ที่) ด่านแรก", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง... โดยจะขอนำเที่ยวโรงพยาบาลอินโดนีเซียกันก่อนครับ
.

.
ภาพที่ 1: คนไข้รายนี้เป็นคนที่เป็นโรคภูมิต้านทานโรคต่ำจากพันธุกรรม (ไม่ใช่เอดส์) และติดเชื้อไวรัสหูด (HPV) ซ้ำ ทำให้หูดโตเร็วมาก
.
มือเท้ามีลักษณะคล้ายปุ่มปมที่รากต้นไม้ จึงมีคนเรียกว่า เป็นมนุษย์ต้นไม้ชวา (tree man of Java)
.

.
ภาพที่ 2: เดิมผู้เชี่ยวชาญตั้งใจจะรักษาด้วยยาต้านไวรัสหลายชุด หรือหลายคอร์ส (courses) แต่คนไข้มีปัญหาไตเสื่อมรุนแรง แถมยังติดเชื้อหลายอย่าง รวมทั้งวัณโรค จึงต้องหยุดการรักษา และคาดว่า น่าจะเสียชีวิตใน 5 ปี
.
มีความเป็นไปได้ว่า ไวรัสหูดนี้จะโตจนปิดตา จมูก หรือปากได้ก่อนเสียชีวิต
.

.
ภาพที่ 3: คนไข้ต้องใช้ไม้แคะร่องที่มือเวลามีอะไรไปติด... คล้ายๆ กับการทำความสะอาดเกือกม้า
.
ปัญหาอีกอย่างที่ทำให้การรักษาโรคในคนไข้รายนี้ยาก คือ คนไข้สูบบุหรี่... บุหรี่เพิ่มเสี่ยงปอดบวม เพิ่มเสี่ยงวัณโรค ทำให้การรักษาโรคยากขึ้นมาก

รัฐบาลอินโดนีเซียมีความตั้งใจดี คิดที่จะพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทว่า... สะดุดอะไรนิดหน่อย เริ่มจากข่าวมีเด็กคนหนึ่งตายหลังจากเตียง ICU เด็กในโรงพยาบาลในจาการ์ตา 10 แห่งเต็ม
.
เดือนพฤษจิกายน 2555 รัฐบาลขยายระบบประกันสุขภาพ ทำให้คนครึ่งหนึ่ง = 5 ล้านคนในจาการ์ตา (10 ล้านคน) มีฐานะเป็น "คนจน" ตามกฎหมาย มีสิทธิ์รักษาฟรี ทำให้ รพ.ทั่วจาการ์ตาเต็มทันที
.
คุณลิซา ดาราวาตีไป รพ. 10 แห่ง เพื่อหาเตียงให้ลูกสาวอายุ 1 สัปดาห์
.
ตระเวนอยู่ 4 วันก็ไม่มีเตียงเหลือ และลูกก็ตายไปจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (น่าจะเป็นปอดบวม)
.

.
คุณโจโก วิโดโด ผู้ว่าจาการ์ตากล่าวว่า ก่อนประกาศประกันสุขภาพคนนับพันๆ ก็ตาย... ไม่ใช่เพิ่งตายตอนนี้ แต่ตายแบบจนๆ เงียบๆ ที่บ้าน
.
อินโดฯ เป็นประเทศหมู่เกาะลูกดกที่มีคนมากถึง  240 ล้านคน
.
เดิมคนอินโดฯ มีประกันสุขภาพ 52%, ทว่า... รัฐบาลตั้งเป้าจะประกันเพิ่มเป็น 100% ในปี 2019/2562
.
ตอนนี้มีคนรักษาฟรีหรือเกือบฟรี 10 ล้านคน
.

.
ปี 2014/2557 หรือปีหน้าจะสิทธิ์รักษาฟรีให้คนจน (poor) และ "เกือบจน (near poor) 86.4 ล้านคน = เพิ่มคนมีสิทธิ์ไป รพ.ทันที 8.64 เท่า = 864%
.
คนจาร์กาต้าที่มีสิทธิ์รักษาพยาบาลจะต้องไปที่คลินิกก่อน... ถ้าคลินิกส่งต่อ จึงจะไปที่โรงพยาบาลได้ เพื่อป้องกัน รพ.แน่นเกินไป แต่คนก็ยังแน่น รพ.
.
สถิติคนไข้ รพ.เพิ่ม 70% ในเดือนมีนาคม 2556
.
นโยบาย "รักษาฟรีหรือเกือบฟรี" ทำให้พรรครัฐบาลชนะคะแนนแบบถล่มทลาย (landslide) คล้ายๆ ในไทย
.

.
ธนาคารโลกรายงานว่า อินโดฯ มีจำนวนเตียงในโรงพยาบาล = 6:10,000 = 6 เตียงต่อคน 10,000 คน
.
จำนวนเตียงนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 4 เท่า
.
สถิติที่น่ารู้คือ ประเทศอื่นๆ ในเอเชียเกือบทั้งหมดมีจำนวนเตียงใน รพ.มากกว่าอินโดฯ (เทียบกับอินโดฯ = 6:10,000)
  • จีน = 42:10,000
  • อินเดีย = 9:10,000
.
อินโดฯ เป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็ว = 6.23% ในปี 2555, ปีนี้น่าจะโต = 6.2%
.
ทางการตั้งใจจะเพิ่มจำนวนเตียงเป็น 10:10,000 ในปี 2557 = ต้องเพิ่มให้ได้ 96,000 เตียงใน 1 ปี
.
บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจฟรอสท์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) ประมาณการณ์ว่า ถ้าอินโดฯ จะเพิ่มจำนวนเตียงคนไข้ให้ถึงระดับค่าเฉลี่ยมาตรฐานโลก = ต้องเพิ่ม 400,000 เตียงในปี 2558
.
ลองคิดดูว่า 400,000 เตียง = โรงพยาบาลกี่โรง, ให้เทียบกับขนาด รพ.รัฐในไทย คือ
  • รพ.ชุมชน ขนาดเล็ก 10-30 เตียง
  • รพ.ชุมชน ขนาดกลาง 60 เตียง
  • รพ.ชุมชน ขนาดใหญ่ 90-150 เตียง
  • รพ.ทั่วไป/รพ.จังหวัด 200-500 เตียง
  • รพ.ศูนย์ 500 เตียงขึ้นไป และมีแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ครบ
  • รพ.ใหญ่ที่สุด = รพ.ศิริราช 2,221 เตียง
.
สมมติอินโดฯ จะสร้าง รพ.รัฐแบบไทย และให้ รพ.ศิริราชมีขนาดประมาณ 2,000 เตียง จะต้องสร้าง รพ.เพิ่มอย่างนี้ให้ได้ใน 2 ปี
  • รพ.แบบศิริราช 2,000 เตียง = 200 โรง (หรือ)
  • รพ.ทั่วไป/รพ.จังหวัด 200 เตียง = 2,000 โรง (หรือ)
  • รพ.ชุมชน 50 เตียง = 8,000 โรง
การสร้างตึกหรืออาคารดูจะเป็นเรื่องง่าย ผู้บริหารชอบ(มาก...), ผู้รับเหมายิ่งชอบมากขึ้นไปอีก
.
ทว่า... เรื่องยาก คือ การหาบุคลากร (พยาบาล หมอฟัน หมอ ฯลฯ) ให้พอใน 2 ปี
.
.
คนอินโดฯ เดินทางไปรักษาพยาบาลนอกประเทศแบบเมดิคัลทัวร์ = 1.5 ล้านคน/ปี
.
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษานอกประเทศมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/ปี = 15,000 ล้านบาท/ปี
.
คนไข้ต่างประเทศกลุ่มใหญ่ที่สุดในโรงพยาบาล IHH เฮลต์แคร์ เบอร์ฮัด (IHH Healthcare Berhad) สิงคโปร์ คือ คนอินโดฯ
.
รพ.เอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอินโดฯ คือ พีที ลิปโป การาวาซิ ซีโลม (PT Lippo Karawaci's Siloam Hospitals) มี รพ. 13 แห่ง และจะสร้าง รพ.เพิ่ม 20 แห่งในปี 2558
.
.
ถ้ารัฐบาลส่งเสริม ม.ราม-ม.ราชภัฎ-ม.ราชมงคล ร่วมมือกับ รพ.ทั่วไทย ผลิตหมอฟัน-พยาบาล, และให้สถาบันอาชีวะ ร่วมมือกับ รพ.ทั่วไทย ผลิตพยาบาล-ผู้ช่วยพยาบาล...
.
ไทยจะมีโอกาสเป็นฮับ (hub = ศูนย์กลาง ชุมทาง) ทั้งการรักษาพยาบาล (medical hub) และการศึกษาสุขภาพ (medical education hub) ของอาเซียนในระยะยาว
.
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.


 > [ Twitter ]

  • ขอขอบพระคุณ / Thank
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. 20 พฤษภาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้