จดหมายถึงครู l โอกาสในการแก้ไข

วันเสาร์  ที่ 18 พฤษภาคม 2556

กราบสวัสดีค่ะครู

       การได้เห็นคนอื่น นี่ก็ได้เห็นตนเองชัดและชัดมาก ความชั่วของตัวเองทำเองไม่ค่อยเห็นไม่ค่อยยอมรับเจ้าค่ะ แต่พอมีคนที่ทำพฤติกรรมคล้ายเราแล้วมีครูเมตตาช่วยชี้ รู้สึกว่าเห็นและเห็นชัดแบบเจ็บจี้ดเลยเจ้าค่ะ

ในขณะที่ครูพยายามช่วยและช่วยอย่างเต็มที่ แต่จิตใจที่มืดบอดไม่อาจสัมผัสได้เลยมีแต่

ความขุ่นและหนักในใจนึกถึงตนเองตอนนั้นเลยเจ้าค่ะครู และไม่ใช่ตอนนี้ไม่มี ตัวชั่วยังอยู่ในใจหนู ยังเป็นภาระให้ต้องหาทางถอนรากถอนโคน

       ครูพาให้ได้เนียนรู้การหยุดความชั่วด้วยการตีแผ่ความชั่ว เป็นการใส่ความ แต่เป็นการใส่ความจริงล้วน ๆ พอได้ร่วมเรียนรู้แล้วนึกย้อนถึงครูใจหนูปรากฏคำว่า "แยบยลและเป็นธรรม" (เหมือนไม่ใช่คำนี้ตรงๆ แต่ประมาณนี้เจ้าค่ะ)

       เห็นความชั่วคนอื่น มันย้อนเข้ามาทึ่ใจหนูเองมันจี๊ดๆ อยู่ในอกเจ้าค่ะ 

ในความเหมือนตอนที่ครูเมตตาชี้ ว่ารู้อยู่แล้ววาต้องเกิดไม่หนูก็น้อง

นึกย้อนกับตนเอง โห จิตใจข้างในหนูชั่วและเนรคุณมาก 

แต่ครูไม่เคยย่อท้อที่จะให้โอกาสได้ฝึกฝน

แถมช่วงนี้ครูเมตตาให้ระวังตัวเพราะอาจจะตกเป็นเป้า ครูก็พาป้องกันโดยกำหนดที่นอนให้แบบรู้อยู่ในใจหนูว่า ครูหาที่ปลอดภัยให้

เพราะหนูเซ่อ ๆ ซ่า ๆ

ตอนเข้ากราบหลวงปู่ว่าจะทำภารกิจเพื่อช่วยเขา แต่กลับโดนแซงทางโค้งแบบแสกหน้า

เพราะมัวแต่เซ่อซ่าส์ แต่หนูก็เห็นตัวชั่วตนเองชัดมากเจ้าค่ะ 

สิ่งที่น้องทำออกมาเป็นสิ่งที่เกิดอยู่ข้างในหนู แต่มันถูกเหยียบไว้ไม่ได้ลอดออกมา

ชั่ว ไม่ค่อยต่างกันเลย รู้สึกตัวปนสงสารน้อง ทั้งก็สงสารตนเอง 

จิตชั่วมากขนาดนี้ ไม่หาทางแก้ แย่แน่เจ้าค่ะ หนูบอกตนเอง

วันนี้เมื่อไหร่ที่ได้โจทย์จากครูเป็นความรู้สึกดีใจ

เหมือนข้างในหนูเจ็บมาเต็มที่แล้วพึ่งจะรู้เช่นเห็นชาติจิตใจชั่ว ๆของตนเอง 

และก็รู้กับตนเองว่า ยังไม่หมด เหมือนที่ครูชี้เลยเจ้าค่ะ แต่ข้างในนี้เองมันก็เชื่อว่า จะแก้ไขได้เพราะเชื่อครู 

จึงทำให้พอจะเหมือนมีหวังกับตนเอง เพราะเคยเคว้งตอนที่จิตดื้อกับครูในช่วงบวชเจ้าค่ะ

ภารกิจเยี่ยมคุณยายแจ่ม ก็เหมือนได้ไปเห็นความทุกข์ของคุณยายและทั้งคนเฝ้าคือ น้องนุช

พอทราบว่า พรุ่งนี้ลูกจะมียายก็มีสีหน้าดีขึ้น เพื่อนบ้านมานั่งคุย นุชมานั่งคุยกับหนูเรื่องทุกข์ของเขา แล้วหยุดคิดไม่ได้ หนูก็เลยบอกว่า นี่ไงหลวงปู่ก็อยู่ ครูก็อยู่เข้าไปกราบขอโอกาสท่าบำเพ็ญประโยชน์ หรือที่บ้านมีอะไรเช่น ใบมะกรูดตะไคร้ แมงลัก ที่ปลูกไว้หมั่นเก็บมาไว้ตู้เย็นที่ครัววัด 

ไม่ใช่ทำเพื่อใคร ทำเพื่อซ่อมใจตนเอง

บอกอีกว่า ฟุ้งซ่านมากเพราะช่วงนี้ไม่มีอะไรทำ 2 อาทิตย์รอ ยาฆ่าหญ้าที่พ่นไว้ แล้วค่อยจะลงนาได้ 

หนูจึงบอกว่า กลับเข้าวัดครูเมตตาให้ทำสวน จึงชวนมาช่วยกัน 

พอเข้าวัดมารายงานครู แล้วไม่ได้รายงานเรื่องนี้ แล้วนุชมาถึงแล้ว จึงส่ง sms แจ้งครูเจ้าค่ะ

หนูรู้สึกไปเองกับตนเองว่า "ไม่ควรทำอะไรโดยพลการ" แต่ทำไปแล้วก็ต้องยอมรับทุกอย่างและก็เรียนครูไว้ก่อนเจ้าค่ะ

สวนมีใบไผ่ทับถมอยู่เยอะมาก จำได้ว่า ครูและพ่อลักษ์บอกว่า ใบไผ่มันเปรี้ยว จะทำให้ต้นไม้ไม่งาม 

จึงชวนกันขนออก เก็บขยะพลาสติกได้ 1 ล้อใหญ่ ป้าพร มดแดง ตาล ครีม นุช ช่วยกันอย่างแข็งขันเจ้าค่ะ

ครีมกับนุช ขนใบไผ่ขึ้นล้อเข็นไปทิ้ง ป้า หนู น้ำตาล โกย มดแดงเก็บขยะ 

พอเริ่มมีพื้นที่ ป้าและตาลลงแรงทำแปลงผักรอ 

สวนเปลี่ยนเร็วมากเจ้าค่ะ

เหมือนครูเนรมิตรได้ แค่ครูคิด แล้วพวกหนูก็เป็นแขนขาคอยทำ 

ไม้เดิมมีอยู่ไม่น้อย รวมถึงต้นฟักข้าวที่หลวงปู่ให้มาตอนวันที่ครูบวช 

ระลึกว่า ของที่ใคร ๆ ไม่เห็นค่าแต่มาอยู่กับครูล้ำค่าเสมอ

ศีลการอยู่ในวัดอย่างหยาบอยู่ครบเจ้าค่ะ แต่ยังเผลอสติบ่อย



note เขียนไว้ตั้งแต่วันเสาร์ ไม่สะดวกกับการเผยแพร่ผ่าน ipad จึงเป็นการลงบันทึกย้อนหลังค่ะ