หมายเหตุ เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดวิกฤตต่างๆมากมาย เกิดปัญหา ความขัดแย้งความแตกแยก และความทุกข์ ในใจเราเอง ในครอบครัว ในสังคมในชาติ ระหว่างชาติ และโลกของเรา ในตอนนี้อาจจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด ในการตั้งหลัก ตั้งสติเริ่มต้น สร้างใจเราเองและตัวเรา แล้วไปสู่ ครอบครัว สังคม และนำไปสู่การสร้างชาติไปสู่ยุคใหม่
ที่มีพื้นและฐานเป็นสติปัญญา อันมั่นคง
 แต่อย่างไรก็ตาม วิกฤตต่างๆ ปัญหา ความขัดแย้งความแตกแยก และความทุกข์ต่างๆ ในใจของมนุษย์เราเปรียบเสมือนโรค ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยยาของยุคปัจจุบันได้ เนื่องด้วยข้อจำกัดต่างๆ พัฒนาการ กรอบความคิด และสติปัญญา ของยุคปัจจุบันซึ่งเป็นรากเง้าของปัญหาทั้งปวง  การก้าวสู่ยุคแห่งสติปัญญา เป็นยารักษาโรคให้หายขาดและยั่งยืนที่สำคัญ สติปัญญานี้ จะต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจได้ง่ายสามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถจดจำได้ง่ายเชื่อมโยงด้วยตัวเองได้ง่าย ถ่ายทอดด้วยตัวเองได้ง่ายตรวจสอบความถูกต้องได้ง่าย นำไปประยุกต์ปฎิบัติในชีวิตจริงได้ง่ายดุจใบไม้ในกำมือ ของเราเอง   ประวัติศาสตร์จากแรกเริ่ม ยุคแรกนั้น มนุษย์เราเริ่มล่าสัตว์เป็นอาหาร   และรู้จักใช้ไฟเพื่อเอาชนะความกลัวจากความมืด  และอยู่รอดจากภัยธรรมชาติ ยุคสอง เริ่มเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม เพื่อเตรียมปัจจัยสี่ (อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม  ยา)   อันเป็นพื้นฐานในอยู่รอดจากภัยธรรมชาติ ยุคสาม เริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เพื่อที่เอาชนะข้อจำกัด ข้อด้อย   ด้านการเตรียมปัจจัยสี่และปัจจัยอื่นๆ ในยุคเกษตรกรรม ยุคที่สี่ หรือยุคปัจจุบัน เป็นยุคสื่อสารและข้อมูล เพื่อเอาชนะข้อจำกัด ข้อด้อย   ด้านปัจจัยการสื่อสารและข้อมูล ในยุคอุตฯ มนุษย์เรานั้นพยายามเอาชนะธรรมชาติทางกายภาพมาตลอดในทุกยุคแต่เราก็ยังมีปัญหา ความขัดแย้ง ความทุกข์ในใจของเรามากขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดวิกฤต ในใจเรา ในครอบครัว ในสังคม ในชาติ ระหว่างชาติไม่มีทางแก้หรือทางออกที่ยั่งยืน เนื่องจากข้อจำกัดและข้อด้อยของยุคปัจจุบัน  ใบไม้ที่ ๑ ดุจดัง ใบไม้เพียงหยิบมือของพระพุทธเจ้า อาจช่วยเราก้าวสู่ยุคต่อไป คือยุคแห่งสติปัญญาได้ ความรู้ต่างๆ มีมากมายดุจใบไม้ในป่าใหญ่ มีมากมายนับไม่ถ้วน กว้างใหญ่ ลึกล้ำ ไม่มีสิ้นสุด ดุจจักรวาลที่ไร้ขอบเขต ความรู้ต่างๆ มีมากมายไม่สิ้นสุด จะมีความหมายมีความสำคัญอันใด ถ้าใจเราหวาดกลัว หวาดหวั่น เป็นทุกข์อยู่สมองและมือ ของเรา ต้องรู้จัก เลือกและหยิบ ใบไม้ที่มีความสำคัญให้ใจเรา หลุดพ้นจากหวาดกลัว หวาดหวั่น และเป็นทุกข์  ใบไม้ที่ ๒ ความกลัวซึ่งเป็นสัญชาตญานพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ และความกล้าหาญย่อมเป็นอาวุธพื้นฐานที่สุดอันแรกของมนุษย์เรา ที่จะเอาชนะความกลัวได้ มนุษย์เราย่อมหวาดกลัว หวาดหวั่นใจ วิตกกังวล ต่างๆ นาๆ ในสิ่งที่รู้ไม่แจ้ง มองเห็นไม่ชัด และยังมาไม่ถึง เหมือนกับที่เรากลัวความมืด กลัวอนาคต หรือกลัวผีเวลาดูหนังผี แต่เมื่อผีปรากฎตัว เรากลับเบาใจ เพราะเรามองเห็นชัดแล้วและไม่กลัวมากเท่าตอนแรก   ใบไม้ที่ ๓ ความซื่อตรงต่อตัวเองและผู้อื่น คือมหาสมุทรแห่งหลักความดี และความดีงามทั้งปวง ของมนุษย์ทุกหมู่เหล่า ความกล้าหาญย่อมเป็นอาวุธที่เข้มแข็งที่สุด เพื่อต่อสู้กับความกลัวอันลึกซึ้งภายในใจของมนุษย์เรา เมื่อมีความกลัว ใจมนุษย์เราย่อมอ่อนแอและคดงอได้ง่ายเพื่ออยู่รอดด้วยสัณชาตญาณสัตว์โลก แต่เมื่อเราเอาชนะความกลัวในใจได้ ย่อมเป็นชัยชนะที่เหนือกว่าชัยชนะอื่นใดทั้งปวง รางวัลอันสูงสุดที่ได้รับ ย่อมได้ความซื่อตรงภายในใจ นำไปสู่ความซื่อตรงต่อตนเองและผู้อื่น  ใบไม้ที่ ๔ สติปัญญาที่รู้แจ้ง เข้าใจแจ่มชัด และสามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันได้ โดยไม่แตกแยก เป็นที่สุดแห่งความสามารถทั้งปวง ทุกสิ่งย่อมมีอย่างน้อยสองด้าน มีกลางวัน มีกลางคืน มีมืด มีสว่าง มีเหนือ มีใต้มีตะวันออกและมีตะวันตก ทุกสิ่งย่อมมีข้อดีและข้อด้อยในตัวเอง หากสติปัญญามนุษย์เราไม่สามารถรู้แจ้ง เข้าใจแจ่มชัดและเชื่อมโยงข้อดี ข้อด้อยของสิ่งต่างๆได้ ย่อมเกิดปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยก และความทุกข์ไม่มีสิ้นสุดในยุคของมนุษย์เรา