ทริปนี้ที่สัตหีบ

        “โอ๊ย!!! นี่เพิ่งจะตี 3 เองนะ ฉันต้องตื่นมาเตรียมตัวแล้วหรือนี่ ไม่นะ ฉันจะนอน...”นี่คือความรู้สึกของฉันก่อนจะเดินทางไปสัตหีบ เพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆตามที่วิทยาลัยได้กำหนดไว้ ฉันไม่อยากไปเลย ฉันอยากจะกลับมาอยู่ที่บ้านมากกว่า แต่ก็ทำไม่ได้ ฉันจึงต้องดึงตัวเองออกมาจากที่นอน และไปหลับต่อบนรถ ถึงฉันจะไม่อยากไปนัก
แต่ฉันก็ตื่นเต้นอยู่บ้างเหมือนกันนะ ก้าวแรกที่ฉันขึ้นไปบนรถมันหนาวมากนี่ฉันอยู่ที่ไหนกันนี่ ไม่น่าเชื่อเลย
แต่โชคดีที่ฉันเตรียมผ้าห่มมาด้วยฉันจึงไม่หนาวมากนัก รถนั่งสบายมากทำให้ฉันเริ่มรู้สึกดีขึ้นมา จนประมาณ 7  โมงเช้าฉันก็ถึงสัตหีบถิ่นของทหาร มันกว้างขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย (นี่อาจจะแสดงถึงความบ้านนอกบ้างก็ไม่เป็นไรนะ ก็ฉันไม่เคยมาเลยนี่นา) อย่างแรกที่ฉันได้ทำเมื่อไปถึงก็คือทานข้าวเช้า ซึ่งข้าวไม่อร่อยเลยเผ็ดมาก ฉันกินเผ็ดไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรโชคที่มี 7-11 อยู่แถวนั้นพอดี สถานที่แรกที่ได้ไปก็คือ เรือหลวงจักรีนฤเบศ เรือลำนี้ใหญ่มาก ฉันได้นั่งฟังบรรยายจากพี่หมวด โสภณ โกวิทอิสริยะ เกี่ยวกับประวัติของเรือ หน้าที่ และการทำงานของเรือ ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจมากที่มีเรือลำนี้อยู่ในประเทศไทย ฉันได้รับสิทธิพิเศษจากการยกมือไว 20 คนแรก เข้าไปดูห้องพยาบาล ห้องครัว และห้องรับรองแขก ของเรือ ในนั้นสวยมาก แอร์ก็เย็น มีอุปกรณ์การพยาบาลครบครัน มีทั้งห้องผ่าตัด ห้องทันตกรรม ห้องพักฟื้นคนไข้ และมีห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อด้วย ภายในห้องรับรองแขกยังประกอบไปด้วยลายพระหัตถ์ของราชวงศ์ที่ได้เสด็จมาที่เรือลำนี้ด้วย ทำให้ฉันและเพื่อนๆ ตื่นเต้นมากและพากันถ่ายรูปกันใหญ่ หลังจากนั้นฉันก็ได้ขึ้นมาอยู่ด้นบนของเรือ ด้านบนมีลานสำหรับขึ้น-ลงเครื่องบินด้วย มองออกไปในทะเลเห็นท้องฟ้าสวยงาม มีเกาะอยู่กลางทะเล เป็นภาพที่ดูแล้วประทับใจจริงๆ จากนั้นเราก็ขึ้นรถไปดูงานตามแนวพระราชดำริของในหลวงซึ่งปัจจุบันสมเด็จพระเทพฯ ทรงเป็นผู้ดูแลอยู่ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขาหมาจอ ที่นี้เราได้ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งทางบกและทางทะเล ซากดึกดำบรรณ อีกทั้งพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ได้เห็นวิวสวยๆจากทางด้านบนสุดของเขา พวกเราทั้งหมดพักทานอาหารกลางวันกันที่นี่ ทหารใจดีมากเลยเลี้ยงไอศกรีมพวกเราทุกคนด้วย จากนั้นฉันก็ต้องออกเดินทางต่อ หนทางยังอีกแสนยาวไกลเหลือเกิน ฉันและเพื่อนๆได้มานั่งฟังบรรยายเกี่ยวกับการทำงานของเหล่านาวิกโยธินด้วย ทำให้ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นเยอะเลย ถึงจะมีเพื่อนบางคนหลับๆ ตื่นๆบ้างก็เถอะ
เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้วนี่ หลังจากนั้นเราก็ไปถึงเป้าหมายหลักที่เราจะต้องทำกิจกรรมแล้พักแรม สถานที่นี้คือ
“ค่ายพักแรมกองพันทหารสื่อสาร” เมื่อฉันและเพื่อนๆไปถึงครูพักก็ทำโหดใส่พวกเราเลย ดุพวกเราด้วย แต่ก็เพราะครูต้องการให้เรามีระเบียบวินัยนั้นอง หลังจากที่เราใช้เวลาอันน้อยนิดเก็บกระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว
ฉันแล้วเพื่อนๆก็มาทำกิจกรรมกันโดยมีครูฝึกเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมกิจกรรมสนุกมากทำให้ฉันได้รับความรู้ ความสามัคคี การแก้ปัญหา และความสนุก ค่ายพักแรมนี้อยู่ใกล้กับหาดเตยงาม งามสมชื่อจริงๆเลย ฉันและเพื่อนๆก็ได้เล่นน้ำที่นั่นด้วย หาดทรายสวย น้ำใส มีปลาแหวกว่ายไปมา ฉันรู้สึกประทับใจจริงๆ ตอนเย็นของวันนี้ เราได้ร่วมทำอาหารทานกันเอง ซึ่งอาหารที่ออกมาก็หน้าตาน่าทาน และอร่อยมากด้วย เพื่อนๆร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียง แสดงเห็นถึงความรักความสามัคคีที่พวกเรา PPK48 มีต่อกัน หลังจากทานอาหารเสร็จก็มีกิจกรรมรอบกองไฟ ทุกคนได้เตรียมการแสดงมาเป็นอย่างดีแล้ว เมื่อถึงเวลาทุกคนก็แสดงออกมาได้ดีทีเดียว กลุ่มของฉันได้ประเทศลาว
โดยได้เผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศลาวออกมาเป็นอย่างดี จนได้รับรางวัลที่ 1 จากคณะกรรมการ
ฉันและเพื่อนๆดีใจมากกับความสำเร็จในครั้งนี้ การแสดงนานไปจนถึงเที่ยงคืนกว่า ซึ่งพวกเราทุกคนเหนื่อย และง่วงกันมาก เมื่อถึงที่นอนทุกคนจึงหลับได้อย่างสนิทโดยไม่รู้สึกแปลกที่แปลกทางแต่อย่างใด 6.45 น.คือเวลาที่ทุคนต้องพร้อมกันที่โรงอาหาร “เช้าไปหรือเปล่านะ” ฉันได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่ก็ต้องทำตามกฎโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ออกเดินทางไปสถานที่สุดท้ายนั้นก็คือศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ที่นี่มีน้องควายที่น่ารัก น้องควายเก่งมากเลยสวัสดีเป็นด้วย มีการทำบ้านดินซึ่งฉันก็ได้มีโอกาสไปทำมา เป็นความประทับใจอย่างหนึ่งที่ไม่อาจจะลืมได้เลย อีกทั้งยังมีเกษตรผสมผสานหลายอย่างให้ได้ศึกษา วิทยากรก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมาก หลังจากที่พวกเราเสร็จกิจกรรมทั้งหมดแล้ว ทางวิทยาลัยก็ไม่ลืมที่จะให้พวกเราได้แวะซื้อของฝากกันที่บ้านเพ    ซึ่งฉันก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาก ซื้อของมาฝากแม่แค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง สุดท้ายนี้ต้องของขอบคุณวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดที่ทำให้ฉันและเพื่อนๆได้รับประสบการณ์ดีๆร่วมกัน    THE END