อาหารสูตรใหม่..ผัดเผ็ดปฏิจจสมุปบาท  (ตอนที่ x+๑)


วันนี้ไปกินผัดผักที่ไหน แม้ในภัตตาคารหรู แพง  หาอร่อยได้ยากมาก เพราะมันเป็น ผัดตัมไปเสียหมด กล่าวคือ น้ำโชก ผักนิ่ม

ผมได้เขียนเรื่องการผัดผัก (หรือ เนื้อก็ตาม )  ให้อร่อยไว้มากแล้ว (ประมาณ x ตอนได้แบ้ว)  ที่ซึ่งผมได้อธิบายว่ามันเป็นศาสตร์มากกว่าศิลป์ และเป็นศาสตร์ด้านฟิสิกส์ชั้นสูงมากด้วย  แบบว่าเอาไปทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ได้เลย   (สาขา physio bio chemico psycho tastology)

ตอนก่อนๆ  ผมเสนอว่าผัดผักต้องแห้ง แต่ต้องมีการเติมน้ำ  โดยต้องเติมแบบทีละน้อย เป็นหยดบ้าง เป็นฝอยบ้าง  เพื่อรักษาอุณหภูมิกระทะ ให้สูงเกิน ๒๐๐ องศา ...ไม่ใช่เติมแบบเทราดฉับพลันแบบร้านค้าโหลยโท่ยทั่วไป  ซึ่งจะทำให้ อภ. ลดมาเหลือ ๑๐๐ อศ.. ก็กลายเป็นผักต้ม ผักลวกไปฉิบ  ไม่กรอบ  หอมไฟ

วันนี้ผมมาได้คิดต่อยอดว่า  การเติมน้ำที่ดีกว่าเดิม ตามที่ผมแนะไปแล้ว  น่าจะเป็นการฉีด หรือ การเหยาะ  ไม่ใช่ที่บนตัวผัก  แต่ที่  “ขอบด้านนอกของกระทะ”   แล้วปล่อยให้หยาดน้ำไหลลงสู่ก้นกระทะด้วยแรงโน้มถ่วง 

เหตุผลคือ...ในขณะที่หยาดน้ำบางๆ ไหลลงก้นกระทะ  มันจะโดนความร้อนจากเหล็กกระทะ ก็ระเหยกลายเป็นไอ  ไม่ไอเปล่า  แต่ไอยิ่งยวด  (superheated)  ที่มีอภ. สูงระดับ ๑๕๐ -๒๐๐ ...ซึ่งจะทำให้ผักกรอบ   แต่นุ่ม  ...ซึ่งต่างจากผักลวก ผักต้ม  ที่อภ. ๑๐๐ อศ. ซึ่งนุ่มแต่ไม่กรอบ 

มันอธิบายยากมาก  เหนื่อยแล้ว เอาแค่นี้ก่อน  อธิบายเรื่องนี้ ทำให้พอเข้าใจแล้วว่าทำไมพพจ. ทรงท้อ  ไม่อยากแสดงธรรม  ก็โห...ขนาดแสดงวิธีผัดผัก ยังยากขนาดนี้  ถ้าแสดงวิถีแห่ง ปฏิจจสมุปบาท มันจะยากขนาดไหนหนอ 


...คนถางทาง (๒๒ เมษายน ๒๕๕๖)