เปลี่ยนตำแหน่งเป็น ขรก.ครู, ครู ศรช.ข้องใจ, ออกคำสั่ง-จ่ายเงินเทียบระดับ, จะสมัครเทียบระดับ ไม่มีหลักฐานรายได้-อาชีพ, โปรแกรม IT รุ่น 10 เม.ย.56, ปัญหาต่างด้าวเรียน, สรุปโครงการมีกี่บท

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  9  เรื่อง ดังนี้


          1. เย็นวันที่ 8 เม.ย.56 คุณภัทรานิษฐ์ หนูขาว กศน.กาญจนบุรี ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  ค่าตอบแทนของคณะกรรมการการประเมินเทียบระดับแบบเดิม ( เชิงประจักษ์ ) ต้องเท่าไร

            ค่าตอบแทนการประเมินมิติประสบการณ์ ที่เป็นการประเมินเชิงประจักษ์ ให้จ่ายคณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา คณะอนุกรรมการ ในลักษณะเหมาจ่าย 5 คน ๆ ละไม่เกิน 550 บาท ต่อผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา 1 คน  ( ดูที่หน้า 155 ในคู่มือดำเนินงานการประเมินเทียบระดับการศึกษา (แนวใหม่) ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2555 ที่  http://trang.nfe.go.th/UserFiles/Pdf/Operations.pdf )


         2. วันที่ 10 เม.ย.56 คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw ส่งโปรแกรม ITw 2.0 รุ่น 10 เม.ย.56 มาให้ผมทางอีเมล์
             ตามที่ผมเคยเขียนในเว็บบล็อกว่า การสอบซ่อม คะแนนไม่จำเป็นต้องถึง 12 คะแนน ขอเพียงให้รวมกับคะแนนระหว่างภาคเดิม ถึง 50 คะแนน ก็ได้เกรด 1 นั้น   คุณ "วันวาน ยังหวานอยู่" บอกว่า โปรแกรม ITw ยังเช็คคะแนนสอบซ่อม ถ้าไม่ถึง 12 คะแนน ก็ได้เกรด 0
            ผมจึงแจ้งคุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw แก้ไขออกมาเป็นโปรแกรม ITw 2.0 รุ่น 10 เม.ย.56  โดยมีการปรับปรุงแก้ไขต่าง ๆ ดังนี้
            1)  แก้ไขการคำนวณเกรดของ วิชาบังคับที่สอบซ่อม ไม่ต้องคิดเงื่อนไขการผ่านเกณฑ์ 30 %
            2)  แก้ไขการอ่านข้อมูลคะแนน NT ของ สทศ.
            3)  เพิ่มรายงานสถิติ ข้อที่ 46. รายงานค่าสถิติคะแนนสอบ NT ตามที่กลุ่มแผนงานกำหนด  โดยกำหนดรูปแบบรายงานให้จำแนกรายวิชา  โปรแกรมจะแสดงค่าสถิติของคะแนนในกลุ่มสาระความรู้พื้นฐานและสาระทักษะการเรียนรู้
            4)  แก้ไขแบบรายงานการจบหลักสูตร ให้ออกรายงานของคนที่ ขอลาออก/ศึกษาต่อที่อื่น ได้
            5)  แก้ไขการออกใบ รบ. การพิมพ์วิชาที่ชื่อยาวเกิน 1 บรรทัด ให้แสดงผลติดกันไม่แยกหน้าหรือแยกข้าง

           ใครสนใจ download โปรแกรมติดตั้ง ได้ที่
           - https://dl.dropbox.com/u/15540884/itw51_10042013_setup.zip   หรือ
           - https://docs.google.com/file/d/0B6tQobXfGWLEMGhrOC1nZGdLTjg/edit?usp=sharing


          3. วันเดียวกัน ( 10 เม.ย.) คุณ ณัฐมน กลุ่มพัฒนา กศน. นำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินเทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2556 ( ประกาศ ณ วันที่ 19 มี.ค.56 แต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 9 เม.ย.56 ) มาเผยแพร่ในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ( ดาวน์โหลดได้ที่  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/E/046/2.PDF )  

            ข้อสังเกต คือ  ระเบียบฉบับใหม่นี้ ได้ยกเลิกระเบียบฉบับเดิมปี 51 และฉบับที่ 2 ปี 54  ( รวมทั้ง ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องกำหนดสถานศึกษาให้ทำหน้าหน้าที่เทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับใหม่ ประกาศ ณ วันที่ 19 มี.ค.56   ก็ยกเลิกประกาศฉบับเดิมวันที่ 30 มี.ค.56 ด้วยเช่นกัน )
            ฉะนั้น  ถ้าจะอ้างอิงระเบียบและประกาศทั้ง 2 เรื่องนี้ ในการดำเนินงานใด ๆ เช่น การออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินเทียบระดับฯ ทั้งแบบเดิมและแบบใหม่ ( จบ. ป.6 ใน 8 เดือน )  โดยถ้าออกคำสั่งตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.56 เป็นต้นมา  ต้องอ้างระเบียบและประกาศฉบับใหม่  จะอ้างระเบียบและประกาศฉบับเดิมไม่ได้แล้ว


          4. ดึกวันเดียวกัน ( 10 เม.ย.) คุณ “Moonline Nui ” พนักงานราชการ กศน.อ.นครชัยศรี ถามในหน้าเฟซบุ๊คผม ว่า  นักศึกษาต่างด้าวสามารถมาเรียน กศน.ได้หรือเปล่า  ถ้ามาเรียนแล้วมีปัญหาเรื่องเลขประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งจะเปลี่ยนไปเมื่อไปขึ้นทะเบียนใหม่ ทำให้วุฒิการศึกษาตอนสมัครเรียนกับตอนจบไม่เหมือน จะกลายเป็นว่าเป็นบุคคลคนละคนหรือเปล่า จะเป็นปัญหาในการยืนยันตัวเอง เพราะคนต่างด้าวจะเปลี่ยนชื่อ สกุลก็เปลี่ยน เวลาไปต่อที่อื่นจะไม่ลำบากหรือ

            ผมตอบว่า  คนต่างด้าวเรียนได้อยู่แล้ว ถ้าเข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย  (ถ้าเป็นผู้หนีภัยจากการสู้รบต้องเรียนอยู่ในที่ที่กำหนด )  เรื่องเลขประจำตัวเปลี่ยนไปเมื่อขึ้นทะเบียนใหม่ก็ไม่มีปัญหาเพราะเป็นเรื่องที่มีเหตุผลชี้แจงได้ ซึ่งเราจะแก้ในทะเบียน/ในโปรแกรม IT ตามหรือไม่ก็ได้  ( ถ้าได้เลขประจำตัวใหม่ระหว่างเรียนนศ.ต้องมาแจ้งเราว่าได้เลขประจำตัวใหม่ เพื่อให้เราแก้เลขประจำตัวในทะเบียน แต่ถ้าได้เลขประจำตัวใหม่หลังจบ เราก็ไม่ต้องแก้ไขใด ๆ )
            ถ้าเปลี่ยนชื่อ-สกุล หลังเรียนจบ  เวลาไปติดต่อที่ไหนก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะหาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุลไปแสดงว่าเขาเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ที่เราออกใบ รบ.ให้
            แต่
ทางที่ดีเราควรให้ผู้ประสงค์จะเรียนซึ่งไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ไปติดต่อทำบัตรประจำตัวกับฝ่ายทะเบียนอำเภอก่อน เพราะบางครั้งเราก็อ่าน VISA/Passport ของเขาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าเป็นวีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าประเภทไหน   ลองอ่านใน  ข้อ 8 ที่ http://www.gotoknow.org/posts/494593  และ ข้อ 5 ที่  http://www.gotoknow.org/posts/404017 


        5. วันที่ 11 เม.ย.56 คุณน้ำซาย อัศวนุรักษ์ ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  การสรุปโครงการหรือรายงานการดำเนินงาน  จริงๆแล้วควรทำกี่บท

            ผมตอบว่า  ทำ 5 บทได้ก็ดี แต่ไม่จำเป็น  กี่บทก็ได้ ขอเพียงให้มีครบ P D C A   เช่น      
            - P
 คือ มีแผนงาน โครงการ กำหนดการ หลักสูตร หนังสือเชิญ ฯลฯ
            - D  คือ
มีหลักฐานการจัดโครงการ เช่น บัญชีลงชื่อเข้าประชุม คำกล่าว ภาพถ่าย
            - C
 คือ มีหลักฐานการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น แบบประเมิน และข้อมูลการวิเคราะห์ รวมทั้งผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการประเมิน
            - A  คือ มีข้อมูลเบื้องต้นในการจะนำผลการประเมินไปใช้  ได้แก่ สรุป-อภิปรายผล-ปัญหาอุปสรรค และ ข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อไป

           จริง ๆ แล้ว ที่ทำ 5 บท นั้น เป็นการ “ประเมิน”โครงการ  คนละอย่างกับการ “สรุป-รายงานการดำเนินงาน”โครงการ   โดยการประเมินโครงการนั้นจะทำเฉพาะโครงการใหญ่/โครงการสำคัญ  ซึ่งการประเมินโครงการ 5 บทนั้น ถือเป็นเพียงขั้นตอน C ขั้นตอนเดียวในกระบวนการ P D C A  


        6. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย.56 ผมเผยแพร่เรื่องเปลี่ยนตำแหน่งเป็นข้าราชการครู ในเฟซบุ๊ค  ว่า
            
ข้าราชการพลเรือน หรือ บุคลากรทางการศึกษาอื่น ( ข้าราชการ )  สังกัด กศน. ที่ต้องการเปลี่ยนตำแหน่งเป็นข้าราชการครู  ให้ส่งเรื่องถึงจังหวัดภายใน 22 เม.ย.56 ( แต่ละจังหวัดอาจกำหนดวันไม่ตรงกัน )
            ตามรายการในภาพต่อไปนี้  ( รับ 10 คน )



 



        7. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย.56 มีครู กศน.ตำบล ถามผมผ่านเฟซบุ๊คว่า  มีคนจะสมัครประเมินเทียบระดับ แต่ไม่มีหลักฐานที่จะมายืนยันรายได้ของตนเอง จะทำอย่างไร  ( เคยมีผู้จะสมัคร ถามผมทางอีเมล์ด้วยคำถามนี้แล้ว )

            ผมตอบว่า  กรณีไม่มีหลักฐานการประกอบอาชีพ ให้ใช้ “หนังสือรับรองการประกอบอาชีพ”  โดยผู้รับรองคือ บุคคลที่เกี่ยวข้องที่เชื่อถือได้ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ข้าราชการ ผู้ให้เช่าสถานที่ประกอบอาชีพ   หนังสือรับรองนี้จะรับรองทั้งอาชีพและรายได้  ผู้รับรองต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของตน พร้อมลงนามรับรองสำเนาด้วย
            ( หนังสือรับรองฯ มี 2 แบบ  แบบที่ 1 ใช้กับกรณีไม่มีหลักฐานการประกอบอาชีพ แต่มีนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชา  กับแบบที่ 2 ใช้กรณีที่ไม่มีทั้งหลักฐานการประกอบอาชีพและไม่มีนายจ้าง/ผู้บังคับบัญชา   ดูแบบฟอร์มได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/CertificateOfEmployment.doc
)


         8. วันที่ 15 เม.ย.56 คุณ “jigถามผมทางอีเมลผ่าน gotoknow.org ว่า  ได้ทำการสอบครู ศรช. อำเภอเมือง ... ... ไปเมื่อเดือนธ.ค.56  แล้วเมื่อต้นเดือนเมษายน 56 ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอเมือง ได้เรียกเข้าไปพบและแจ้งว่า การบรรจุครู ศรช. ผู้ที่จะได้รับการบรรจุจะต้องเป็นผู้ไปจัดหาผู้เรียนให้ได้ 80 คนด้วยตนเองก่อน โดยไปประชาสัมพันธ์ร่วมกับครู กศน.ตำบล ในตำบลที่ตนเองสนใจ (หรือตำบลที่คิดว่าจะหาได้ครบ) เมื่อได้ครบแล้วให้มาแจ้งที่สำนักงาน จึงจะได้บรรจุเป็นครู ศรช.  หากได้ไม่ครบ 80 คน จะได้รับค่าจ้างเป็นรายหัวสำหรับคนที่เราหามาได้  80 บาทต่อหัว   จึงเกิดคำถาม ดังนี้

             1)  ก่อนจะได้รับบรรจุเป็นครู ศรช. ผู้ที่สอบได้จะต้องไปหาผู้เรียนให้ครบ 80 คนใช่หรือไม่  ทั้งนี้ในประกาศรับสมัครสอบไม่ได้แจ้งรายละเอียดในส่วนนี้ไว้
                  ผมตอบว่า  ปีนี้สำนักงาน กศน. กำหนดว่า ครู ศรช. ต้องมีนักศึกษา 70
คนขึ้นไป จึงจะได้รับค่าตอบแทนเหมาจ่ายเดือน ละ 11,680 บาท  ถ้ามีนักศึกษาไม่ครบ 70 คน จะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายหัว ๆ ละไม่เกิน 150 บาท/เดือน ไม่ใช่ 80 บาท ( หัวละ 80 บาทคือครูประจำกลุ่ม ไม่ใช่ครู ศรช. )   บางอำเภอ/จังหวัด กำหนดเป็นนโยบายให้ครู ศรช.มีนักศึกษามากกว่า 70 คน   การหานักศึกษาก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์ทุกคน โดยเฉพาะครู ศรช.จะหานักศึกษาเป็นหลัก

            2)  ถ้าคำตอบในคำถามข้อที่ 1 คือใช่  อยากถามต่อว่า ในทุกปี ครู ศรช. จะต้องออกไปหาผู้เรียนให้ครบ 80 คน ด้วยตนเองใช่หรือไม่
                 ผมตอบว่า  ทุก "ภาคเรียน" จะต้องหานักศึกษามาแทนผู้ที่จบออกไปให้รวมไม่น้อยกว่า 70
คน จึงจะได้เงินเหมาจ่าย 11,680
บาท  ( แต่ละภาคเรียนจะมีนักศึกษาจบออกไปเพียงบางส่วน )

            3)  ในอนาคตครู ศรช. มีโอกาสในการสอบเพื่อเลื่อนตำแหน่ง ไปยังตำแหน่งอื่นๆ ได้หรือไม่ อย่างเช่น ครู กศน.ตำบล
                 ผมตอบว่า  ทุกคนที่ "มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ที่ ก.ค.ศ.
กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"  มีสิทธิสอบเป็นครู กศน.ตำบล ไม่ว่าจะเป็นครู  ศรช.หรือไม่    แต่ถ้าจะสอบเป็นข้าราชการครู กศน. ต้องเป็นบุคลากรสังกัด กศน.แล้ว 3 ปี


         9. วันที่ 17 เม.ย.56 ผมไปเป็นกรรมการกำหนด Spec เครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน ของ สนง.กศน.จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ สนง.กศน.จ.อย.


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การทำงานของ เอกชัย กศน. อ. ผักไห่



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

.... แวะมาให้กำลังใจ นะคะ

ขอบคุณมากครับ ดร.เปิ้ล

เขียนเมื่อ 

ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกแล้ว ขอบคุณมากค่ะ

ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ

เขียนเมื่อ 

แวะมาเยี่ยมค่ะ

สบายดีนะค่ะ

ขอบคุณครับ ผมสบายดีครับ