น้ำมันมะพร้าวมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และน้ำมันมะพร้าวที่ได้จากครีมโปรตีนกะทิ

ที่ไม่เป็นน้ำมันตอนหมัก เคี่ยวแบบโบราณได้น้ำมันเกรด บี


น้ำมันมะพร้าว มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์( antioxdants)  หลายประเภทที่มีประสิทธิภาพสูง และในปริมาณที่มาก สารนี้ทำหน้าที่ต่อต้านการเติมออกซิเจน( oxidation) ที่เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ( free radicals) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่เปลี่ยนสภาพเพราะสูญเสียอิเล็กครอนในวงแหวนรอบนอก กลายเป็น โมเลกุลเกเร เที่ยวไปโจมตีโมเลกุลอื่นๆ

โดยไปดึงอีเล็คตรอนจากโมเลกุลที่อยู่ใกล้เคียงไปตัวหนึ่ง และโมเลกุลนี้ก็ไปดึงอีเล็คตรอนจากโมเลกุลข้างเคียงอื่นๆต่อไป เกิดเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ ทำให้เซลล์ผิดปรกติ เช่นเยื่อบุเซลล์ฉีกขาด ผิวหนังเหี่ยวย่น เปลี่ยนสารพันธุกรรมในนิวเคลียส ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกายไม่ต่ำกว่า 60 โรค โดยเฉพาะโรคหัวใจ มะเร็ง ไขข้ออักเสบ เบาหวาน ภูมิแพ้ และชราภาพ

อนุมูลอิสระเกิดจากมลพิษในสิงแวดล้อม และในอาหารและเครื่องดื่ม การสูบบุหรี่ ความเครียด ฯลฯ และโดยเฉพาะในน้ำมันไม่อิ่มตัว ซึ่งจะถูกเติมออกซิเจนได้ง่ายๆ  เพราะมีแขนขู่ ( double bond )ในโมเลกุลตั้งแต่เริ่มสกัด ตลอดจนระหว่างทางก่อนถูกนำไปบริโภค ซึ่งเกิดเป็นอนุมูลอิสระได้ง่าย อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้ไปลดสารแอนตี้ออกซิแดนต์ ที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดผลเสียแก่เซลล์และเนื้อเยื่อ

ชนิดของแอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีอยู่ในน้ำมันมะพร้าว มีดังต่อไปนี้

1.วิตามินอี : น้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีทั้งในรูป tocopherol (1.1มก./100ก.) และ  tocotrienol ( 3.1 มก/100ก.) (Anon,2005) วิตามมินอี เป้นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ tocotrienol มีประสืทธิภาพสูงกว่า tocopherol ซึ่งมีอยู่ในเครื่องสำอางทั่วไปถึง 40-50 เท่า

2. สารฟีนอล: Dia( 2005) รายงานว่าน้ำมันมะพร้าว 6 ตัวอย่างมีสารฟินอล ( phenolic compounds) ในรูปของกรดแกลลิก ( gallic acid ) อยู่ 6.29-8.38 ไมโครกรัม/ก.Seneviratne and Dissanayake( 2008) ได้รายงานว่าน้ำมันมะพร้าวที่สกัดโดยวิธีอุตสาหกรรมมีสารฟีนอลอยู่ 91_+11 มก./กก.ในขณะที่น้ำมันมะพร้าวที่สกัดโดยวิธีพื้นบ้าน มีสารฟินอลอยู่ 618 _+ 46 มก./กก. ซึ่งสูงกว่าที่ได้จากการสกัดโดยวิธีอุตสาหกรรมถึง 7 เท่า

3. สารไฟโตสเตอรอล : Wang และ คณะ (2002 ) พบว่าน้ำมันมะพร้าวมีสารไฟโตสเตอรอล ( phytosterols) อยู่ 400- 1200 มก./กก. ประกอบด้วย campesterol ,stigmasterol,beta-sitosterol และ delta 5 -avenasterol ที่ทำหน้าที่ต่อต้านการเติมออกซิเจน


( ขอบคุณน้ำมันมะพร้าวมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ จากเอกสารวิชาการเรื่อง มหัศจรรรย์น้ำมันมะพร้าว ฉบับปรับปรุง

โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย )



เวลานำมะพร้าวแก่มาขูดเอง ขูดสีดำน้ำตาลก้นกะลาออกมาด้วยหรือเลือกซื้อที่ผู้ขายเลือกเนื้อมะพร้าวแก่ที่มีผิวเปลือกติดก้นกะลา ไม่ต้องเลือกมะพร้าวที่มีแต่เนื้อขาวๆ เมื่อนำมาคั้นเป็นกะทิทำน้ำมันมะพร้าวเราจะได้วิตามินอีของมะพร้าวด้วย  ซึ่งเมื่อน้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีสูง ก็มีผลดีต่อสุขภาพเมื่อนำไปใช้ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย

ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี