ฮิคารุ
นพ. วิโรจน์ ตระการวิจิตร

สู้กับนิวรณ์ 5 ด้วยการเจริญสติและกรุณา


เมื่อวานผมถูกถามเรื่อง "นิวรณ์ 5" ว่าจะนำมาใช้เพื่อพัฒนาจิตตัวเองได้อย่างไร จึงขอยกมาเล่าให้ฟังครับ

นิวรณ์ 5 หมายถึง เครื่องขวางกั้นในการพัฒนาจิต อันได้แก่

1.กามฉันทะ ความพอใจในวัตถุ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
2.พยาบาท โกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาท
3.ถีนมิทธะ ง่วง ซึม เซ็ง
4.อุทธัจจกุกกุจจะ คิดมาก ฟุ้งซ่าน
5.วิจิกิจฉา เคลือบแคลง สงสัย ระแวง

เราต้องตรวจสอบดูว่า เรามีข้อใดมากก็ต้องรีบแก้ตรงน้้นก่อน เอาระดับพอประมาณก็ได้ครับ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องคร่ำเคร็ง จนเกินไป ค่อยๆไปทีละขั้น

การเจริญสติและกรุณา (Mindfulness-Compassion Meditation) ช่วยแก้ได้ครับ

กามฉันทะ เวลาเราเกิดความรู้สึกอยากเสพในวัตถุ สังเกตดูสิครับเกิดจากความคิดปรุงแต่ง ถ้าลองใช้สติทบทวนดูว่า แท้ที่จริงแล้วเราต้องการมันจริงหรือเปล่า ความอยากนั้นจะลดน้อยลง

พยาบาท ถ้าเราเจริญกรุณาแล้ว ความโกรธ เกลียด อาฆาต พยาบาท จะเข้ามากล้ำกลายไม่ได้เลยครับ

ถีนมิทธะ ถ้าเรามีสติตั้งมั่นกับปัจจุบัน จดจ่อรู้ตัวอย่างต่อเนื่องกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เราจะตื่นตัวอยู่เสมอครับ

อุทธัจจกุกกุจจะ ที่เราคิดมากฟุ้งซ่าน เพราะจิตคิดปรุงแต่งไหลไปในอดีตและอนาคต ถ้ามีสติอยู่กับปัจจุบัน ถึงแม้ความคิดก็คิดเรื่องที่ตั้งใจคิด ความฟุ้งซ่านก็ไม่สามารถปรากฎได้ครับ

วิจิกิจฉา ที่เราสงสัยเพราะเอาแต่คิด แต่ไม่ลงมือทำ ถ้าเราเรียนรู้แล้วลงมือทำไปเลย ด้วยสติกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า รับรองว่าหายสงสัยแน่นอนครับ

คำสำคัญ (Tags): #นิวรณ์ 5
หมายเลขบันทึก: 532205เขียนเมื่อ 5 เมษายน 2013 11:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 เมษายน 2013 11:00 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี