จดหมายถึงลูก "ภัคร" ฉบับที่ ๒๒ ตอนทางเดินที่ลูกเลือกเอง

 

             เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ (๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖) แม่ได้รับโทรศัพท์จากพี่ภัครโทร.มาบอกแม่ว่า...สำนักงาน ก.พ. เรียกพี่ภัครไปสอบสัมภาษณ์เพื่อเป็นข้าราชการตำแหน่งนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะทางสำนักงาน ก.พ. ได้ส่ง EMS มาให้หลายวันแล้ว แต่เพิ่งจะไปรับจดหมายก็วันนี้ ทางสำนักงาน ก.พ. แจ้งว่า ให้พี่ภัครไปสอบสัมภาษณ์โดยให้ยื่นเรื่องภายในวันนี้...แต่พี่ภัครตั้งใจว่า...จะไม่เป็นข้าราชการแล้ว เพราะความตั้งใจเดิมต้องการเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย...อีกเหตุผลหนึ่ง ถ้าได้เป็นข้าราชการต้องไปอยู่ที่นนทบุรี ซึ่งไกลบ้าน

            พี่ภัครบอกแม่ว่า...ทางเดินของพี่ภัครคงไม่ใช่ที่จะไปเป็นข้าราชการ ความตั้งใจตั้งแต่แรกขอเป็นอาจารย์สอนใน ม. มากกว่า แม้ว่าใน ม. จะไม่ใช่ข้าราชการแล้วก็ตาม...แม่ได้ฟังก็ได้แต่นิ่ง เพราะนี่คือ ความคิดของเด็กสมัยใหม่ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง...เพราะพี่ภัครตั้งใจจะเรียนต่อ ดร.ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แม่ก็ได้แต่ฟัง พี่ภัครเกรงว่าแม่จะบังคับให้เป็นข้าราชการ...พี่ภัครรู้ว่าตำแหน่งนี้ก็จะคล้าย ๆ กับที่แม่ทำงาน แต่มันคงไม่เหมาะกับพี่ภัครเพราะไม่ชอบ...แม่ก็ได้คิดว่า...ชอบใคร ชอบมัน ของพรรณนี้ "ไปห้ามหรือบังคับใจใครไม่ได้"...แม่ก็เลยตอบไปว่า..."แล้วแต่หนู โตแล้ว ตัดสินใจเอง"

            แม่รู้ว่า...หนูเป็นเด็กรุ่นใหม่ ไม่ได้คำนึงถึงว่า "ความมั่นคง" ในชีวิตการทำงานมันจะแตกต่างกันหรือไม่ หนูไม่ได้สนใจว่ารับราชการกับไม่ใช่ข้าราชการนั้นแตกต่างกันอย่างไร? หนูได้แต่รู้ว่า หนูตั้งใจอะไรไว้ตั้งแต่แรกว่า หนูจะทำสิ่งใดเท่านั้น มั่นช่างเป็นความคิดต่างมุมกับชีวิตของแม่ เมื่อเกือบ ๓๐ ปีที่แล้วที่แม่ซึ่งเป็นเด็กในสมัยนั้น ใฝ่ฝันที่จะเป็นข้าราชการ รับราชการให้ได้ เพราะมันเป็นศักดิ์ศรี เกียรติยศของวงศ์ตระกูล การเป็นข้าราชการ คือ การเป็นข้ารับใช้แผ่นดิน...แต่พี่ภัคร (เด็กรุ่นใหม่) กลับไม่ได้คิดแบบแม่ หนูคิดแต่ว่า...ความต้องการของหนู ๆ ต้องการเป็นอาจารย์สอนใน ม. เท่านั้น แม้ว่า มันจะไม่ได้เป็นข้าราชการก็ตาม...

           มันเป็นทางเดินที่พี่ภัคร ลูกของแม่เลือกเอง เลือกที่จะไม่เป็นข้าราชการ...แม่รู้ว่า ลูกของแม่มีความสามารถ หนูมีความหมั่นใจในตนเองสูง ตั้งใจอะไรแล้วก็ต้องให้ได้ ส่วนนี้เองที่หนูมีเลือดของแม่และเหมือนแม่...ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจของเราเอง แม่เคารพการตัดสินใจของหนู...ขอเพียงว่า...ตั้งใจทำสิ่งใดแล้วก็ควรทำให้ได้และให้สำเร็จก็แล้วกัน

           แม่ถามว่า...แล้วหนูบอกกับพ่อเรแล้วหรือยัง...หนูตอบว่า...พ่อเรบอกว่า ก็มันหมดเขตวันนี้แล้ว เหมือนกับพ่อเรรู้ทันว่า...ถึงหนูบอกก่อนหน้านี้ หนูก็ไม่ไปสมัครหรอก...(ซึ่งใจจริง ๆ พ่อเรต้องการที่จะเห็นหนูเป็นข้าราชการมากกว่า)...พูดกันมากไปก็จะเกิดอาการเถียงกันเพราะความคิดต่างกันนั่นเอง...พ่อเรกับแม่ก็เลยต้องเป็นฝ่ายรับรู้ในความคิดของหนูมากกว่า...นี่แหล่ะ!!! ความคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่มองต่างมุมกับพ่อเรและแม่...หนูยังบอกแม่ว่า...แม่อย่าพูดให้ภัครเขวสิ ภัครตัดสินใจแล้วว่า...จบปริญญาโทแล้วจะเรียนต่อ ดร. แล้วก็เป็นอาจารย์ให้ได้...กลายเป็นว่า...ถ้าแม่พูด...หมายความว่าแม่จะทำให้หนูมีความคิดที่เบี่ยงเบนไปจากที่ตั้งใจไว้แต่เดิม...

          นี่ก็เป็น..."ความคิดที่ลูกของแม่ "พี่ภัคร" เลือกทางเดินของตัวหนูเอง...

 

 

อ่านจดหมายถึงลูกทุกฉบับได้จากที่นี่...จดหมายถึงลูก...