ขอบคุณทีมนักกิจกรรมบำบัด สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ที่เชิญดร.ป๊อป ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ "การจัดบริบทเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในสังคมเมือง" กับนักกิจกรรมบำบัด เจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด พยาบาลจิตเวช นักสังคมสงเคราะห์ และบุคลากรสุขภาพจิต 

ประเด็นที่น่าสนใจที่ดร.ป๊อป ถอดบทเรียนได้หลังจากฟังการนำเสนอรูปแบบกิจกรรมและการจัดการอุปสรรคในบริบทไทย ได้แก่ 

  • หลายรพ.จิตเวช มีแนวทางการจัดการอาการของโรคจิตเฉียบพลัน โดยเน้นการประเมินความรุนแรงของโรคและรอจนกว่าคนไข้จะอาการสงบแล้วถึงส่งลงจากหอผู้ป่วยเพื่อทำกิจกรรมบำบำบัดหรือถ้าไม่มีนักกิจกรรมบำบัด พยาบาลก็ต้องทำกลุ่มพูดคุยและฝึกการดูแลตนเอง ซึ่งเป็นภาระงานที่หนักมาก นอกจากนี้หลายรพ.จิตเวชมีระบบเครือข่ายการฝึกทักษะการประกอบอาชีพ แต่ก็ยังอยู่ในบริบทของโรงพยาบาลมากกว่าในบริบทชีวิตจริง และหลายครั้งที่ไม่มีญาติต้องการให้ผู้ป่วยจิตเวชที่ดีขึ้นแล้วกลับมาใช้ชีวิตในชุมชน ก็ยังคงเป็นการบำบัดด้วยกิจกรรมที่มีตัวเลือกหลากหลาย แต่ก็ยังเป็นรูปแบบกิจกรรมที่จัดตามผู้บำบัดเพื่อให้อาการของโรคลดลง
  • ดร.ป๊อป แนะนำให้เพิ่มการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณและความสามารถขณะทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตจริงของผู้รับบริการ ประกอบด้วย
    • เข้าใจความเป็นไปของตนเองในปัจจุบันจนถึงอนาคต
    • เข้าใจความหมายของการใช้ชีวิต
    • เข้าใจตนเองว่ามีใครเข้ามาติดต่อกับเรา
    • เข้าใจตนเองว่าเราได้ติดต่อกับใครบ้าง
  • ดร.ป๊อป แนะนำให้ประเมินและปรับบริบทสังคมเมือง (มีภาวะแข่งขัน มีภาวะไม่สมดุลของงานและการใช้เวลาว่างและปัญหาต่างๆ ทางสังคมทุนนิยม) ที่มีความจำเพาะในรายบุคคลและเน้นความสุขทางจิตวิญญาณของตนเองและการจัดกิจกรรมตามบริบทที่หลากหลาย พร้อมมีการประเมินผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตที่เกิดจากการเชื่อมโยงระบบการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวชสู่จิตสังคมและการฟื้นพลังชีวิต ได้แก่การปรับความสัมพันธ์ระหว่างคน-สิ่งแวดล้อม-กิจกรรม-ความสามารถ ประกอบด้วย
    • การช่วยเหลือทางสังคม
    • วัฒนธีรรมและคุณค่า
    • นโยบายและการบริหารจัดการ
    • การประเมินความสามารถและความสุขขณะทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupation, doing activities)
    • เศรษฐกิจทางสังคม
    • การจัดอบรมประกาศนียบัตรของจิตอาสาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่มีความเชี่ยวชาญ (Peer Specialist)