GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อคิดดีของการทำงาน...จากหนังเรื่อง Gung Ho

เสือ 2 ตัว อยู่ถ้ำเดียวกันได้

เมื่ออดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ผู้ล่วงลับไปแล้ว
เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 1981
เขากล่าวสุนทรพจน์สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนชาวอเมริกัน
เพื่อจะนำประเทศกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
เพราะขณะนั้นอเมริกาประสบภาวะวิกฤตหลายด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจตกต่ำ
เงินเพ้อสูงเป็นประวัติการณ์ คนจำนวนมากตกงาน ฯลฯ
โดยเรแกนได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "เราเป็นประชาชาติที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะจำกัดตนเอง
ด้วยความฝันอันเล็กๆ ชตากรรมของเราไม่ได้ถดถอยไปสู่ความพินาศแบบที่หลายคนคิด
ให้เรามาเริ่มความตั้งใจที่แน่วแน่ ความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง
ความศรัทธา และความฝันกันใหม่อีกครั้ง"

          Gung-Ho-01.jpg

        บทสุนทรพจน์สะท้อนถึงความภูมิใจในความเป็นอเมริกา ชาติมหาอำนาจ
ยิ่งใหญ่ ผู้นำของโลก (บางคนเรียกว่าเจ้าโลก) ทั้งทางการเงินและการทหาร
ความภูมิใจนี้ถูกถ่ายทอดสู่ความเป็นอเมริกันชนว่า พวกเขาคือผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีใครเทียบได้
จนถูกค่อนแคะว่าคนอเมริกันเป็นพวกโลกแคบ วันๆดูแต่อเมริกันฟุตบอลหรือเบสบอลไปเรื่อยเปื่อย ไม่เคยสนใจโลกภายนอกเรื่องอื่นเลยหากไม่ใช่อเมริกา
ภาพสะท้อนนี้ชัดเจนขึ้นผ่านทางหนัง Gung Ho (1986) ที่ผมกำลังจะพูดถึง
ของผู้กำกับ รอน โฮเวิร์ด ที่มีผลงานกำกับมายาวนาน
Gung Ho เป็นเรื่องราวในยุค 80 ที่อเมริกาประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ
โรงงานผลิตรถยนต์จำนวนมากต้องปิดตัวเอง ผู้คนเดือดร้อนตกงาน
เช้าวันนี้ไม่เพียงแต่มีความหมายสำหรับ ฮันต์ สตีเวนสัน (ไมเคิล คีตัน)
แต่ยังมีความหมายกับชาวเมืองแฮดเดอวิลล์ทุกคนด้วย
เพราะฮันต์คือตัวแทนของพวกเขาที่จะบินไปญี่ปุ่น
เพื่อเจรจาให้นักธุรกิจที่นั่น มาซื้อกิจการโรงงานผลิตรถยนต์ที่ปิดลงไป
ฮันต์ตื่นเต้นกับงานนี้มาก อนาคตเมืองนี้อยู่ในมือของเขา

           การเจรจาประสบความสำเร็จ ชาวญี่ปุ่นบินมาซื้อกิจการ
ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินที่จะไหลมา การว่าจ้างงานจะเกิดขึ้นอีกในเมืองนี้
นี่เป็นการร่วมงานของคนสองฝ่าย ที่ต่างกันทั้งเชื้อชาติ วัฒนธรรม ทัศนคติและความคิด
ที่อาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง หากแต่ละฝ่ายคิดว่าตนเองดีกว่าเหนือกว่าอีกฝ่าย
ความขัดแย้งที่รอวันปะทุ ระหว่างญี่ปุ่นในฐานะนายจ้าง กับอเมริกาในฐานะลูกจ้าง
เสือบาดเจ็บที่ไม่สิ้นเขี้ยวเล็บ อย่างพวกเขา...คนอเมริกัน
"ลองดี"กับคนญี่ปุ่นในวันแรกของการทำงาน
คาซิฮิโร (เกดเด วาทาเนเบ้) หัวหน้าโรงงานชาวญี่ปุ่นประกาศก้องว่า
"ทุกคนต้องเป็นหนึ่งเดียว ต้องทำงานเป็นทีม ทุ่มให้กับบริษัท
โดยการบริหารร่างกายพร้อมกัน"
แต่คนงานอเมริกันไม่ยอมทำตามพากันหัวเราะเยาะพวกญี่ปุ่น

           ด้วยสไตล์การทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง กฎระเบียบที่เคร่งครัดของคนญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็น ห้ามสูบบุหรี่ ฟังเพลงระหว่างทำงาน ห้ามอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องน้ำ
การตรวจสอบเช็คคุณภาพการผลิตที่เคร่งครัด ต้องทำตามคำสั่งของคนญี่ปุ่น ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้สร้างความอึดอัดใจให้คนงานอเมริกันเป็นอย่างมาก
ความขัดแย้งไม่ได้เกิดในโรงงานเท่านั้น ยังลุกลามไปสนามแข่งขันเบสบอล
คนอเมริกันถูกคนญี่ปุ่นสอนมวยในการแข่งเบสบอลกีฬาที่คนอเมริกันภูมิใจ
การแข่งขันในครั้งนั้นสร้างความร้าวฉานให้คนสองฝ่ายเกินกว่าจะเยียวยา
เพราะเห็นถึงผลกระทบของความขัดแย้ง ฮันต์ได้ทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุดโดยไม่ได้ปรีกษาใคร
เขายื่นข้อเสนอกับคาซิฮิโรว่า ภายในหนึ่งเดือนคนงานอเมริกันจะผลิตรถยนต์ 15,000 คัน
และถ้าทำได้โรงงานจะต้องเพิ่มค่าจ้างเรทสูงสุดให้คนงานและว่าจ้างงานเต็มอัตรา
คาซิฮิโรตกลงด้วยเงื่อนไขว่า ถ้าผลิตรถยนต์ไม่ได้ตามกำหนด
น้อยกว่าแม้แต่คันเดียว ค่าจ้างก็จะไม่เพิ่มที่ทำมาสูญเปล่า
ภาระหนักตกอยู่ที่ฮันต์ เขาต้องทำให้คนของเขาผลิตรถยนต์ได้ตามเป้าที่วางไว้

          ฮันต์คือตัวแทนของคนอเมริกันที่ทำทุกอย่าง เพื่อให้เมืองของเขากลับมา
ยืนบนลำแข้งของตัวเองได้อีกครั้ง เขาอยากเห็นเพื่อนๆ มีงานทำ มีรายได้
ไม่เดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่ ฮันต์เป็นเหมือนคนกลางของทั้งสองฝ่าย
ต้องแบกรับปัญหา ความขัดแย้งมากมายที่เกิดขึ้น ฮันต์เหมือนหนังหน้าไฟดีๆ นี่เอง
เช่นเดียวกับคาซิฮิโร ตัวแทนของคนญี่ปุ่น ที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท
คาซิฮิโรล้มเหลวในการทำงานมาหลายครั้ง นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะพิสูจน์ตัวเอง
หนังให้ภาพความน่า"หมั่นไส้"ในความเป็นชาตินิยม
ของทั้งสองฝ่ายที่ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเหนือกว่า
ในที่ประชุมสหภาพแรงงาน ฮันต์ขึ้นต้นประโยคว่า
"มีคนบอกว่าคนญี่ปุ่นเก่งกว่า เหนือกว่าคนอเมริกัน"
สิ้นเสียงของฮันต์ เสียงคนงานอเมริกันดังอื้ออึงอย่างไม่พอใจไปทั่วในห้องประชุม
และฮันต์พูดต่อว่า"ไม่จริงใช่ไหม เพราะอเมริกันเก่งกว่าใครในโลก"
เท่านั้นเองเสียงโห่ร้องเห็นด้วยก็ดังคับห้องประชุม
ฮันต์ไม่ได้พูดความจริงเรื่องตัวเลขรถยนต์ที่ต้องผลิตให้คนงานฟัง
เขาคิดเพียงว่า ถ้าปลุกจิตสำนึกความเป็นอเมริกันที่ไม่ยอมให้ใครมาเหนือกว่า
จะทำให้คนงานฮึกเฮิมทุ่มเททำผลิตรถยนต์ได้ตามเป้า
อเมริกายิ่งใหญ่ไม่มีใครมาเหนือได้ ไม่เฉพาะอเมริกันเท่านั้นที่น่าหมั่นไส้

         Gung-Ho-05.jpg

            ญี่ปุ่นเองก็น่าหมั่นไว้ไม่แพ้กัน การทุ่มเททำงานให้บริษัทอย่างเอาเป็นเอาตาย
จนไม่สนใจครอบครัวของตน คาซิฮิโรทะเลาะกับเมีย
เพราะเขาไม่ยอมต่อรถจักรยานให้เป็นของขวัญวันเกิดลูกชาย
เพื่อนญี่ปุ่นอีกคนเมียคลอด แต่ไม่กล้าลาไปเยี่ยมเมีย เพราะกลัวประธานบริษัทโกรธ
การชิงดีชิงเด่นระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกัน กฏระเบียบการทำงานที่หยุมหยิม
ไม่ประนีประนอม บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความเครียด
และรวมทั้งประเพณีอาบน้ำหมู่ด้วยกันแบบไม่เลือกที่ ไม่กินอาหารฝรั่งกินแต่บะหมี่ ฯลฯ
บ่งบอกความเป็นตัวตนของญี่ปุ่นอย่างดี

           คำว่า Gung Ho (กังโฮ) เป็นวลีที่ยืมมาจากภาษาจีนกลาง
ใช้บ่อยๆ ในภาษาอังกฤษ ทำหน้าที่คำคุณศัพท์แปลว่าความกระตือรือร้น
แต่ความหมายดั้งเดิมในภาษาจีนกลางแปลว่า การสามัคคีทำงานเป็นทีม
หนัง Gung Ho สะท้อนภาพการทำงานคนสองฝ่ายที่ไม่ยอมปรับตัวเองเข้าหากัน
ต่างฝ่ายคิดว่าตนดีกว่าเหนือกว่าอีกฝ่าย ซึ่งสร้างความแตกแยกให้มากขึ้น
ทั้งๆ ที่เป็นหนังอเมริกันแต่กลับกล้าเตือนคนอเมริกันแบบตรงๆ ว่า
การเห็นแก่ตัว ไร้วินัย ไม่ทำงานเป็นทีม ทำให้งานของพวกเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
และหนังยังชี้ให้เห็นว่าความสามัคคีคือพลังที่จะทำให้งานสำเร็จ
เพราะความสามัคคีเป็นกำลังอย่างสูงสุดของหมู่ชน
ดูหนัง Gung Ho แล้ว ผมนึกถึงพระบรมราโชวาทของในหลวง
ด้วยประโยคสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งว่า "รู้ รัก สามัคคี" ที่จะพาเราผ่านวิกฤตร้ายไปได้
ไม่ว่าจะเสือ 2 ตัว 3 ตัว หรือกี่ตัวก็แล้วแต่ ก็จะอยู่กันได้อย่างสงบสุข

     ขอบคุณ พี่น้องทุกคนที่อ่านและแบ่งปันบทความดี ๆ ให้กับเราด้วยความรักที่บริสุทธิ์

                                                                        นายคากิ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ความรัก
หมายเลขบันทึก: 53081
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  • ขอบคุณบทความดีๆ ที่กระจายมาให้ได้อ่านค่ะ

ต้องหาหนังมาดูให้ได้..เพราะคุณไม่ยอมเล่าตอนจบ..ขอบคุณ