ไม่เห็นแล้วดวงจันทร์ ..

 ความจำเป็นแปรผันให้ลับหาย

 ไม่มีแล้วแสงสีที่เพริศพราย

 ดูดั่งคล้ายเลือนลับไปกับกาล


 ไม่มีแล้วคุณครูผู้หยิบยื่น

 ยามดึกดื่นยังอุตส่าห์มาขับขาน

 ไม่มีแล้วคนบ่นให้ไม่รำคาญ

 กลับต้องการให้บ่นทนรับฟัง


 ไม่เหลือแล้วแก้วตา..

 คำสัญญาจากใจในความหลัง

 ไม่มีแล้วเสียงเรียกเข้าที่เคยดัง

 ที่เคยสั่งเคยสอนจรจากไป


 ไม่ได้ยินอีกแล้ว ถ้อยคำสำเนียงหวาน

 พจมานเด็กน้อยผู้ซื่อใส

 หามิเห็นอีกแล้วความไฉไล

 ที่ผ่านมาพาใจให้ยินดี


 ไม่มีแล้ว แก้วตามารับส่ง

 ยามประสงค์เรียกใช้ไม่ละหนี

 ไม่เห็นแล้วน้ำใจและไมตรี

 ที่เคยมีเคยมาคราจำเป็น


 ไม่มีแล้วพัสดุที่ส่งถึง

 ของเล็กเล็กลึกซึ้งซึ่งเคยเห็น

 ไม่มีแล้วถ้อยคำอันฉ่ำเย็น

 ที่เคยเป็นกลับเปลี่ยนแปลงเพราะจำใจ


 เข้าใจเห็นใจในทุกสิ่ง

 ความเป็นจริงสิงสู่ดูหวั่นไหว

 ที่ควรเป็นย่อมเป็นไป

 จะโทษใครไหนกันมันเป็นเอง


 ความสำคัญมั่นหมายคล้ายยังอยู่

 ทั้งที่รู้ดูโหวงเหวง

 ได้แต่แสร้งทำใจให้ครื้นเครง

 และรีบเร่งเรียกใจให้กลับคืน (พระมหาวินัย ) ๑๐..๓๐ น. : ๙ มี. ค. ๕๖


ความสำคัญมั่นหมายคล้ายล้อเล่น

มิหมายพบจึงหลบเร้น กระไรฝื

ร้าวลึกสารพัดเกินหยัดยืน

แต่ตรู่ตื่นโศกช้ำ เจ็บจำแล้ว   (เพลงผ้า)