ผมมีเรื่องที่ประทับใจเกี่ยวกับมุมมองการสร้างและเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนของโรงเรียน แบบรวดเร็วและถาวร(ต้องมาลองทำดูนะครับ)

     เมื่อปีพ.ศ.2545 สมัยที่ผมเพิ่งย้ายมาเป็นผู้บริหารโรงเรียนชุมชนที่ 11 วัดสุวรรณประดิษฐ์ ผมก็คิดวิธีการว่าทำอย่างไร..ผม และคณะครู กับชุมชนท้องถิ่น..จะเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และให้สนิทใจกันและให้รวดเร็วด้วย (ลืมบอกไปโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีน.ร. 430 คน เปิดสอนน.ร.ตั้งแต่ชั้นอนุบาล1-2 ประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3)

     ผมมีแนวความคิดว่า คนเราถ้ามีสุข+ทุกข์ หรือลำบากร่วมกัน ทำงานร่วมกันกินข้าวร่วมกัน จะทำให้เข้าใจกันมีความภูมิใจร่วมกันในการทำสิ่งนั้นๆๆ...555+++

     ดังนั้นเมื่อผมย้ายมาได้ประมาณครึ่งเดือน ผมจึงเชิญคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น มาประชุมและทานข้าวกลางวันที่โรงเรียน ในช่วงการประชุมนั้น ผมได้เสนอและขอความร่วมมือจากชุมชนทุกๆๆหมู่บ้านให้มาช่วยทาสีอาคารเรียน-กำแพง-ป้ายชื่อโรงเรียน ในวันเสาร์-อาทิตย์(2 วัน เท่านั้น) โดยที่คณะครูของผมทุกคนไม่ว่าหญิงและชายจะร่วมกับชาวบ้านทาสี พร้อมเสมอกันหมด โดยที่สี แปรงทาสี น้ำมันสน อุปกรณ์ ฯลฯ ผมบริหารจัดการหามาให้ทั้งหมด เพียงแต่พวกเราช่วยกันทาสีอย่างเดียว ช่วงกลางวันคณะครูของผมจะทำอาหารกลางวันเลี้ยงชาวบ้าน ฟรีทั้งหมด (ก็คือขอแรงทาสีอย่างเดียวเท่านั้น)

     พองานทาสี วันเสาร์-อาทิตย์  รวม 2 วันของพวกเราเสร็จสิ้นลง ผลที่ได้ซึ่งผมประทับใจอย่างที่ได้บอกไป คือหยาดเหงื่อแรงกายใจ เสื่อผ้าที่เปื้อนสี การที่จะต้องตากแดดในบางครั้ง การนอนหลับหลังอาหารกลางวัน..ฯลฯ สิ่งเหล่านั้นทำให้พวกเราคุณครูและชุมชนได้หล่อมน้ำใจ เป็นหนึ่งเดียว เกิดความสำเร็จความภูมิใจในงานของพวกเราทั้งหมด....555+++

     และผมก็ได้ใช้วิธีการในหลักการแบบนี้  และการมีส่วนร่วมแบบนี้กับชุมชน อีกหลายต่อหลายครั้ง  อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ สม่ำเสมอ  ต่างกรรมต่างวาระกันไป   มาจนถึงในปีพ.ศ.2549 นี้ โรงเรียนได้รับความร่วมมือกับชุมชนเป็นอย่างดีเยี่ยม   มีการพัฒนาในหลายๆด้านไปมากอย่างที่น่าพอใจ   เวลาไปไหนมาไหน  พอผมเห็นโรงเรียนที่มีการทาสีสวยๆ ที่ไร   ผมก็จะอมยิ้มในใจอย่างมีความสุขทุกครั้งไป..  .สวัสดีครับ

นายสมชาย  ภัทรวิวัฒนพงศ์