ชื่อเรื่อง                  รายงานการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา 

                                กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   ชั้นประถมศึกษาปีที่  

ชื่อผู้ศึกษา             นางน้ำเชื่อม   เจริญรัมย์

สถานที่ศึกษา       โรงเรียนบ้านสตึก  อำเภอสตึก  

                                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๔

                                สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   กระทรวงศึกษาธิการ

ปีที่พิมพ์                ๒๕๕๓

 

บทคัดย่อ

                การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ   ) เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐  )  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา  ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑   )  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  ที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและ  การเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา   กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/  ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๓ โรงเรียนบ้านสตึก   จำนวน  ๒๗  คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  (purposive  sampling)   เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  ประกอบด้วย (1) แบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน    ชุด  (2) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบแบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน  ๒๓  แผน  และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ชนิดเลือกตอบ    ตัวเลือก   จำนวน  ๓๐  ข้อ  สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย   ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบค่าt - test  แบบ  Dependent

 

ผลการศึกษา  พบว่า

๑.       แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา   ชั้นประถมศึกษา

ปีที่ ๑  มีประสิทธิภาพเท่ากับ  ๘๑.๙๕/๘๕.๒๐   ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์  ๘๐/๘๐ (E1 / E2) ที่ตั้งไว้

๒.     ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา   หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑    

๓.     นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา   โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด