<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ด้วยว่า ผู้เขียนมีหน้าที่จะต้องไปตรวจเยี่ยมเชิงกัลยาณมิตรตามเรือนจำและสถานพินิจอยู่เป็นเวลามากว่า ๓ ปีแล้ว และได้พบเห็นคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่ต้องเข้าไปอยู่ในทัณฑสถานในทุกแห่งที่ไปเยี่ยม จึงตั้งใจที่จะเขียนถึงคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติประเภทนี้มานานแล้ว ประจวบกับคุณนคร ไทยใหญ่ ซึ่ง “ถูกคุมขังอยู่ที่ รจก. คลองไผ่” ได้จดหมายมาถามปัญหาสถานะบุคคลผ่านท่านบรรณาธิการสาละวินโพสต์ บรรณาธิการสาละวินโพสต์และผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้ที่จะเขียนถึง “คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในทัณฑสถาน” เสียที</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คุณนครตั้งคำถามว่า “ผมชอบอ่านสาละวินโพสต์เป็นประจำ ซึ่งทำให้ผมได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ จากประเทศพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องข่าวของบุคคลไร้รัฐ หรือบุคคลที่พยายามร้องขอสัญชาติไทย เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมมีเรื่องที่จะรบกวนถามท่านนิดหนึ่งนะครับ ในกรณีของผมนี้ ผมอยากทราบว่า เป็นไปได้ไหม ที่ผมจะร้องขอมีสัญชาติไทย โดยหลักสืบสายโลหิตจากพ่อของผม ซึ่งเป็นคนไทย มีสัญชาติไทย มาโดยตลอดตั้งแต่เกิด ปัจจุบันพ่อแม่ของผมยังมีชีวิตอยู่ ไม่ทราบว่า ผมพอมีโอกาสขอมีสัญชาติไทยหรือไม่ หากเป็นไปได้ ผมต้องดำเนินการอย่างไร และ ติดต่อหน่วยงานใด? หากเป็นไปไม่ได้ เป็นเพราะสาเหตุใด ? ช่วยกรุณาสอบถามจากผู้มีความรู้ด้านนี้”</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">——————————-</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นคร ไทยใหญ่ : คนเดินเรื่อง</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ฟังข้อเท็จจริงได้ว่า คุณนคร ไทยใหญ่มีอายุ ๓๒ ปี จึงเดาว่า คุณนครน่าจะเกิดในราวปี พ.ศ.๒๕๑๗ จากบิดาซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยและมีมารดาเป็นคนไทยใหญ่ คุณนครเล่าว่า มารดามีสัญชาติพม่า ซึ่งตรงนี้ ผู้เขียนสงสัยว่า คุณนครจะเข้าใจผิดในข้อกฎหมายไหม ? คนไทยใหญ่จะคิดว่า ตนเองมีสัญชาติพม่า ซึ่งก็อาจจะไม่ผิดในแง่กฎหมายพม่าว่าด้วยสัญชาติ แต่ในแง่ของกฎหมายพม่าว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หากยังไม่มีการรับรองความเป็นคนสัญชาติพม่าในฐานข้อมูลประชากรของรัฐพม่า คนที่เกิดในพม่าก็ยังไม่อาจอ้างสิทธิในสัญชาติพม่าได้ กรณีก็เป็นในลักษณะเดียวกันกับคนที่เกิดในไทยหรือมีบิดามารดาเป็นคนสัญชาติไทย แม้ว่าจะอ้างว่า มีข้อเท็จจริงครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดในกรณีของคนสัญชาติไทย แต่เมื่อฝ่ายปกครองไม่ยอมรับในข้อเท็จจริงนี้ บุคคลดังกล่าวก็ไม่อาจใช้สิทธิในสัญชาติไทยได้ อาทิ จอบิคนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงซึ่งเกิดในประเทศไทยจากบุพการีกะเหรี่ยงดั้งเดิมแห่งเพชรบุรี ก็ยัง “ถูกถือ” เป็นคนต่างด้าวเพราะอำเภอแก่งกระจานไม่ยอมบันทึกในทะเบียนราษฎรว่า “จอบิเป็นคนสัญชาติไทย” กรณียังอยู่ในศาลปกครองซึ่งคงจะใช้เวลานาน แต่ก็คงคุ้มค่าที่จะถามกระบวนการยุติธรรมไทยถึงสถานะบุคคลของชนพื้นเมืองดั้งเดิมในประเทศไทย แต่ที่ไม่คุ้มค่าแน่นอนก็คือ ความรู้สึกดีๆ ที่ชนพื้นเมืองมีต่อรัฐบาลไทยคงจะสึกกร่อนลงไปเรื่อยๆ สถานการณ์การวางระเบิดในภาคใต้ในสถานที่ราชการก็เป็นสัญญาณที่เตือนข้าราชการไทยได้ดีว่า การไม่เอื้ออาทรต่อชนกลุ่มน้อยที่มีเชื้อชาติและวัฒนธรรมแตกต่างไปจากชนกลุ่มใหญ่นั้น ย่อมมีผลทำลายความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว และจะกลายเป็นปัญหาเชิงสังคมวิทยาการเมือง ฝังลึก แก้ไขยาก แต่ที่เป็นที่น่าเศร้าใจที่ภาคการเมืองและภาคราชการไทยไม่เข้าใจในสัญญาณอันตรายตรงไหนเลย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">——————————-</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นคร ไทยใหญ่ : เป็นคนสัญชาติพม่าจริงหรือ ?</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> กลับมาที่เรื่องของมารดาของคุณนคร ผู้เขียนไม่แน่ใจว่า เธอจะได้รับการลงรายการสัญชาติพม่าในทะเบียนราษฎรของประเทศพม่าหรือไม่ ? หากว่า ไม่ เธอก็เป็นเพียง “คนไร้รัฐในประเทศพม่า” ซึ่งรอการเยียวยาโดยรัฐพม่าในอนาคตหรืออาจเป็นรัฐอื่นที่ยื่นมือมารับเธอไว้ในความเป็น “บุคคลตามกฎหมาย” ซึ่งอาจจะให้เพียงสิทธิอาศัย หรือให้ตลอดไปถึงสัญชาติ ก็เป็นได้ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ถ้ารัฐบาลพม่ารับรองความเป็นคนสัญชาติพม่าของมารดา ก็เป็นไปได้ที่คุณนครจะมีสถานะเป็น “คนสัญชาติพม่า” โดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">——————————-</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นคร ไทยใหญ่ : อาจเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาหรือไม่ ?</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> แต่ในเมื่อบิดาเป็นคนสัญชาติไทย คุณนครจะอาจได้สัญชาติไทยจากบิดาหรือไม่ ? </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คำตอบขึ้นอยู่กับว่า บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายก่อนการเกิดของคุณนครหรือไม่ ? </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ถ้าใช่ คุณนครก็จะมีสถานะเป็น “คนสัญชาติไทยตั้งแต่เกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดา” ซึ่งในกรณีนี้ คุณนครก็ต้องนำเอาตัวบิดาไปร้องขอพิสูจน์สัญชาติไทยต่ออำเภอที่บิดามีทะเบียนบ้านอยู่ โดยนำพยานหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนราษฎรของบิดา และ (๒) สำเนาทะเบียนสมรสระหว่างบิดาและมารดา ซึ่งหากถ้าคุณนครมีหลักฐานครบถ้วน และอำเภอปฏิเสธ คุณนครก็อาจใช้สิทธิขอความยุติธรรมต่อศาลปกครองให้บังคับอำเภอให้ยอมรับความเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักสืยสายโลหิตของบิดา</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> แต่ถ้าบิดามารดาไม่ได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย คุณนครก็ไม่ได้สัญชาติไทยตามบิดา ก็ต้องไปพิจารณาต่อไปว่า คุณนครอาจได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดนหรือไม่ ?</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">——————————-</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นคร ไทยใหญ่ : อาจเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนหรือไม่ ?</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คุณนครเกิดในประเทศไทยหรือไม่ ? </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คุณนครเล่าว่า “พ่อแม่แยกทางกัน หลังจากผมเกิดไม่ถึงปี ผมเกิดแถวชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมก็ติดไปอยู่กับแม่ฝั่งพม่า ผมเข้ามาในประเทศไทยปี ๒๕๓๒ เพื่อมาหาพ่อ ผมมาอยู่บ้านพ่อที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่เห็นว่าพ่อมีความสุขกับครอบครัวใหม่ ผมได้ออกจากบ้าน เพื่อมาหางานทำที่กรุงเทพ โดยไม่มีบัตรประชาชนจนกระทั่งถูกจับ…ผมถูกจับข้อหาจำหน่ายยาเสพติดเมื่อหลายปีก่อน” </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ผู้เขียนจึงฟังข้อเท็จจริงได้ว่า คุณนครเกิดในประเทศไทย แม้คุณนครจะเล่าว่า “ผมไม่มีใบแจ้งเกิด เนื่องจากแม่ผมทำคลอดโดยหมอตำแย” แต่พยานหลักฐานตามกฎหมายว่าด้วยพยานนั้น อาจหมายถึงพยานบุคคลได้ด้วย ต้องถามคุณนครต่อไปว่า หมอตำแยที่ทำคลอดคุณนครยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ? มีเพื่อนบ้านที่เห็นการอยู่กินกันฉันท์สามีภริยาของบิดามารดา และเห็นการเกิดของคุณนครหรือไม่ ? ซึ่งโดยเหตุผล ก็จะต้องมี คุณนครจึงต้องหาพยานบุคคลเหล่านี้มาพิสูจน์ให้ได้ว่า คุณนครเกิดที่แม่ฮ่องสอน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ในการพิสูจน์สัญชาติไทยโดยหลักดินแดนของคุณนครนั้น คุณนครก็จะต้องนำบิดาและพยานบุคคลทั้งหมดไปที่อำเภอที่บิดาคุณนครมีทะเบียนบ้าน และร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนของบิดา โดยอ้างข้อเท็จจริง ๒ ประการดังต่อไปนี้ (๑) เกิดในประเทศไทย ซึ่งพยานหลักฐานก็คือ พยานบุคคลที่รู้เห็นการเกิดในประเทศไทยของคุณนคร และ (๒) บิดาเป็นคนสัญชาติไทย ซึ่งบิดาในกรณีนี้อาจจะเป็นบิดาตามข้อเท็จจริงหรือตามกฎหมาย ก็ได้ พยานหลักฐานที่จะแสดงความมีสัญชาติไทยของบิดา ก็คือ เอกสารรับรองความเป็นคนสัญชาติไทยของบิดา อันได้แก่ ทะเบียนบ้าน (ทร.๑๔) และบัตรประจำตัวประชาชนคนสัญชาติไทย นอกจากนั้น ในส่วนการพิสูจน์ความเป็นบิดาและบุตร ก็อาจใช้พยานบุคคลที่รู้จักคุณนครและบิดาและเห็นการเติบโตของคุณนครตั้งแต่เด็ก จนถึงปัจจุบัน หรือใช้พยานวัตถุ อันได้แก่ เลือดในตัวคุณนครและบิดา เพื่อตรวจ DNA ซึ่งถ้าผลปรากฏว่า เป็นบิดาบุตรกันจริง พยานบุคคลในส่วนที่เกี่ยวกับความเป็นบิดาบุตรก็ไม่จำเป็น</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> หากพิสูจน์ได้ครบองค์ประกอบตามกฎหมายดังกล่าว ก็จะฟังได้ว่า คุณนครมีสัญชาติไทยตั้งแต่เกิดโดยหลักดินแดน และหากอำเภอปฏิเสธ ก็อาจใช้สิทธิทางศาลปกครอง เพื่อพิสูจน์ต่อไปได้เช่นกัน </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ในกรณีที่กระบวนการถึงศาลปกครอง และศาลเองก็ไม่เชื่อในพยานหลักฐานของคุณนคร คุณนครก็มีทางเลือกได้ ๒ ทางเพื่อเข้าสู่สัญชาติไทย (๑) ร้องขอสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนต่อรัฐมนรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ต้องมีพยานบุคคลน่าเชื่อถือได้ว่า เกิดในประเทศไทย หรือ (๒) ในกรณีที่ไม่มีพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือได้ว่า เกิดในประเทศไทย ก็จะต้องร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">——————————-</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นคร ไทยใหญ่ : สถานะบุคคลตามกฎหมายในวันนี้</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> จะเห็นว่า ถ้าคุณนครมีชื่อในทะเบียนราษฎรพม่า คุณนครก็จะมีสถานะเป็นคนต่างด้าวสัญชาติพม่าที่เข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อรับโทษจนสิ้นสุดแล้ว ก็จะถูกส่งกลับออกไปในประเทศพม่า แต่ถ้าคุณนครไม่มีเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ออกโดยรัฐใดเลยในโลก กฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมืองของประเทศไทย ก็ยังถือว่า คุณนครเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย และเมื่อพ้นโทษ ก็ต้องถูกผลักดันให้กลับออกไปในประเทศพม่าเช่นกัน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ข้อยกเว้นประการเดียวที่จะไม่ส่งตัวคุณนครออกไปจากประเทศไทย ก็คือ การส่งออกไปประเทศพม่านั้นจะทำให้คุณนครเสี่ยงภัยความตาย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> แต่หากคุณนครสามารถพิสูจน์สัญชาติไทยได้ เมื่อพ้นโทษแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่อาจส่งตัวคุณนครออกไปจากประเทศไทย </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอแนะนำให้คุณนครติดต่อบิดาเพื่อเร่งดำเนินการพิสูจน์สัญชาติไทย ซึ่งหากต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย ก็ขอให้คุณนครหรือบิดาติดต่อสภาทนายความ หรือศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ หรือศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">——————————-</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นคร ไทยใหญ่ : เขามีสิทธิทางการศึกษาในประเทศไทยหรือไม่ ?</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คุณนครยังเล่าอีกว่า “ในฐานะคนไม่มีบัตรประชาชน ผมถูกตัดสิทธิหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษา เนื่องจากไม่มีหลักฐานใดแสดง ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเรือนจำ ผมพยายามศึกษาด้วยตัวเองจนอ่านออกเขียนได้พอสมควร แต่ผมไม่สามารถเข้ารับศึกษาในระบบโรงเรียนที่เปิดสอน ภายในเรือนจำได้…”</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ในประเด็นเรื่องสิทธิทางการศึกษานี้ ไม่มีข้อจำกัดสำหรับมนุษย์ในสังคมไทย อาจมีความเข้าใจผิดในเหล่าผู้อำนวยการโรงเรียน กศน. ที่ไม่ทราบในหลัก Education for all ซึ่งปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ อย่างชัดเจน และมีมติคณะรัฐมนตรียืนยันเรื่องนี้หลายครั้ง </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ในส่วนนี้ ผู้เขียนจะประสานงานกับคณะอนุกรรมการด้านราชทัณฑ์ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ทราบถึงความเข้าใจผิดของโรงเรียน กศน. ซึ่งทำงานในทัณฑสถานที่คุณนครอยู่ เพื่อให้เข้าใจในสิทธิของคุณนครทางด้านการศึกษา ในระหว่างการต้องขังเพื่อรับโทษตามคำพิพากษา คุณนครก็มีสิทธิที่จะเรียนได้ และได้รับวุฒิการศึกษาตามที่ได้เล่าเรียน </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คุณนครกล่าวว่า “ความฝันที่อยากเรียนสูงๆ ของผมจึงได้แต่ฝัน ผมคิดว่าหากผมสามารถร้องขอความเป็นคนไทย หรือ สัญชาติไทยตามพ่อผมได้ ผมคงได้รับสิทธิ์อื่นๆ มากมายเหมือนคนไทยทั่วไป หรือว่ามันคงเป็นเพียงความฝัน ที่ไม่มีวันเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ผมจะรอฟังคำตอบจากท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความกรุณาจากท่านบรรณาธิการ”</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ผู้เขียนใคร่เรียนให้คุณนครและท่านที่มาอ่านบทความนี้ให้ทราบว่า สิทธิทางการศึกษาเป็นสิทธิของมนุษย์ค่ะ ไม่ขึ้นอยู่กับความมีสัญชาติ หรือไม่ขึ้นอยู่กับความเป็นคนสัญชาติไทย อาจจะมีความเข้าใจผิดในพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้ แต่หากคุณถูกละเมิดสิทธิทางการศึกษา กฎหมาย สภาทนายความ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และศาลปกครองจะยืนอยู่ข้างเดียวกับคุณค่ะ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">———————————</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ตอบคุณนคร ไทยใหญ่ : คนไร้รัฐในทัณฑสถาน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เขียนเมื่อวันพุธที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เป็นบทความเพื่อสาละวินโพสต์ : วารสารเพื่อความเข้าใจในประเทศพม่า ฉบับที่ ๓๑ (วันที่ ๑๖ พฤษภาคม – ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๙)</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">http://www.salweennews.org/law%20sp%2031.htm</p>
นคร ไทยใหญ่ : จากคนไร้รัฐตามแนวชายแดน สู่คนไร้รัฐในคุกไทย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Little Dark Prince of Physiotherapy · 1 ต.ค. 2549
TwentyAngle · 1 ต.ค. 2549
นาย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ · 1 ต.ค. 2549
Thawat · 1 ต.ค. 2549
สายลมแสงแดด · 1 ต.ค. 2549
ผมก็มีข้อข้องใจเหมือนกันคับคุณโยม
ตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตเชียงใหม่
เรียนอยู่คณะ สังคมศาสตร์ เอก สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น ปี ที่ 4 แ้ล้ว ที่นี้ผมอยากถามคุณโยมว่า เป็นไปได้ไมที่ผมจะขอสัญชาติไทยได้ เพราะอาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่เข้ามาในประเทศไทยนั้นก็ตอนอายุได้ประมาณ 12 ขวบ ก็เป็นเณรมาโดยตลอด ทีนี้เมื่อเราโตขึ้นความต้องการด้านความเป็นอยู่ให้เหมือนคน
ไทยโดยทั่วไป ก็มีมากขึ้น อยากถามว่า หากเรียนจบแล้วสามารถเป็นคนไทยได้ไป ตอนนี้อายุ 24 แล้ว จะจบ ป.ตรี ปี 50 นี้แล้ว ทีนี้อยากออกไปทำงานดู ไม่รุ้จะสมัครงานได้หรือเปล่า ขอความกรุณาจากคุณโยมช่วยถวายความรู้ด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสุง หรือส่งเมลล์มาที่ [email protected] ได้ทุกเวลา เจริญพรขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะ คูณโยม
สุเมโธภิกขุ............
อยากทราบว่าถ้าพ่อกับแม่เขาเป็นคนไทยใหญ่ แต่ป้าได้โอนสัญชาติแล้ว เขาจะมีสิทธิ์มาเป็นคนไทยได้ไหมคะ ถ้าเขาเข้ามาอยู่ในไทยจะครบ10ปีแล้ว จะแจ้งว่าเป็นคนไทยได้หรือไม่ มีวิธีใดบ้างที่จะทำให้เขามีบัตรประชาชน ช่วยตอบหน่อยนะคะ [email protected] ขอบคุณมากคะ
ผมเอง มานานมากๆ ตอนนี้ก็เป็นอาจารย์คนไทยไปแล้วหลายรุ่น ตอนนี้ก็ยังสอนต่อไป แต่ไม่เคยคิดว่า ตัวเองอยากได้สัญชาติใด เพราะสัญชาติผมคือ " ไทยใหญ่ " ไม่เคยน้อยหน้าใคร ไปที่ไหนก็พูดตรงๆ ตรงไปตรงมา