คำศัพท์คอมพิวเตอร์ที่ทุกคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ต้องพบเจอในการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้การเชื่อมต่อ โอนถ่ายข้อมูล จะต้องได้ยินคำว่า USB อย่างแน่นอน หลายคนอาจจะงงว่า USB 1.1 กับ 2.0 คืออะไร มารู้จัก USB กัน

คำศัพท์คอมพิวเตอร์ที่ทุกคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ต้องพบเจอในการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้การเชื่อมต่อ โอนถ่ายข้อมูล จะต้องได้ยินคำว่า USB อย่างแน่นอน หลายคนอาจจะงงว่า USB 1.1 กับ 2.0 คืออะไร มารู้จัก USB กัน

<p>
รู้จักกับ USB กันก่อน</p>

ในการเชื่อมต่อในสมัยก่อนนั้นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าจะมีพอร์ต serial คือพอร์ตพวกต่อจอยสติ๊กเพื่อเล่นเกม พอร์ต parallel ที่ใช้กับพรินเตอร์รุ่นเก่า พวกหัวเข็ม สำหรับการเชื่อมต่อแบบ USB นั้นกำเนิดขึ้นมาเพื่อรองรับและสนับสนุนการเชื่อมต่อหลายรูปแบบ เนื่องจากมีอุปกรณ์จำนวนมากทั้งเครื่องพิมพ์ กล้องดิจิตอล ฮาร์ดดิสก์แบบต่อภายนอก ที่ต้องใช้การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหลากหลายมาตรฐานและมีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลต่ำ จึงมีการคิดค้นรูปแบบพอร์ตเชื่อมต่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่องขนาดเดียวกัน คือลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆ ดังนั้นอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้พอร์ตนี้จึงสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับในเรื่องความเร็วนั้น USB 1.1 ได้รับการพัฒนามาหลายปีแล้ว โดยคำว่า USB มาจากคำว่า “Universal Serial Bus” ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นรูปแบบมาตรฐานการเชื่อมต่อ ที่ส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วกว่าแบบ serial และแบบ parallel นอกจากนี้สังเกตได้ว่าเม้าส์และคีย์บอร์ด ปกติจะเป็นแบบ PS/2 (พี เอส ทู) แต่ปัจจุบันนิยมหัวต่อแบบ USB กันมากขึ้น โดยเทคโนโลยี USB ได้รับการพัฒนาโดย Compaq, DEC, IBM, Intel, Microsoft, NEC และ Northern Telecom โดยมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานการเชื่อมต่อความเร็วสูงและใช้ทดแทนพอร์ต serial และ parallel ที่ใช้กันอย่างจำกัด เนื่องจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีพอร์ต serial ให้ 2 พอร์ต parallel 1 พอร์ต การใช้งานกับอุปกรณ์หลายๆอย่างก็ต้องมาพ่วงกันให้วุ่นวาย ปัจจุบ้นมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ให้ความสนใจและนิยมเลือกใช้การเชื่อมต่อแบบ USB กันมากขึ้น แพร่หลายๆมาก เรียกได้ว่าตอนนี้คอมพิวเตอรฺ์เครื่องหนึ่งมีพอร์ต USB ให้ 4 – 10 พอร์ต และยังเชื่อมต่อกับพอร์ตหน้าเคสได้อีก นอกจากนี้อุปกรณ์พ่วง USB Hub ยังได้รับความนิยมเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อแพร่หลายมากขึ้น ทั้งกล้องดิจิตอล Infrared Bluetooth USB Flash Drive ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน 

</span><p align="justify">ว่ากันด้วยเรื่องของความเร็ว</p><p align="justify">เมื่อเรารู้จักกับ USB แล้วเรามารู้จักกับความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลกันบ้าง สำหรับ USB 1.1 จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่ช้าไม่ทันใจหากต้องโอนถ่ายข้อมูลครั้งละมากๆ ทำให้ใช้เวลานานในการรอคอยการโอนถ่ายข้อมูล ดังนั้นมาตรฐานในปัจจุบันที่ใช้ในการโอนถ่ายข้อมูล หลายๆคนจะมองหา USB 2.0 ที่มีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่สูงกว่า ใช้เวลาในการโอนถ่ายข้อมูลน้อยกว่า ทางด้านความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล USB 1.1 จะมีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 12Mbits ต่อวินาทีแต่ความเร็วนี้ก็ยังไม่ถือว่าเร็วมากจนเรียกได้ว่า Hi-Speed เนื่องจากความเร็วในขั้น Hi-Speed USB จะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 480Mbitsต่อวินาที สำหรับความเร็วของ USB 2.0 จะมีความเร็วอยู่ที่ 480Mbits ต่อวินาที ดังนั้นเมื่อคุณเห็นคำว่า ‘Hi-Speed USB2.0’ และใช้งานกับเมนบอร์ดที่รองรับ USB 2.0 การโอนถ่ายข้อมูลของคุณจึงเป็นเรื่องง่ายๆ โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็ว สะดวกในการติดตั้ง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ปัจจุบันยังมีความสับสนกันในเรื่องการใช้คำ “Full Speed” และ “Hi-Speed” ซึ่งเราอาจต้องใช้การวัดความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลด้วย เพราะในทางการตลาด คำว่า Full  Speed กับ Hi-Speed จะใช้เป็นกลยุทธ์ในการขายได้หากผู้ใช้ไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนนี้โดย USB 2.0 Full Speed จะมีความเร็วเพียง 12Mbits ต่อวินาทีเท่านั้น หากเป็น USB2.0 Hi-Speed จะมีความเร็วที่480Mbits ต่อวินาที ดังนั้นการเลือกซื้อจึงไม่ใช่เพียงแค่ดูจากคำว่า USB2.0 เท่านั้น ต้องดูกว่า Hi-Speed หรือไม่ โดยดูจาก Logo มีคำว่า USB2.0 Hi-Speed สีแดงกำกับ</p><p align="justify"> การพิจารณาว่าคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับ USB2.0 หรือไม่</p><p align="justify">ให้เปิด Device Manager จากนั้นเลือกในหัวข้อ Universal Serial Bus โดย USB2.0 Hi-speed จะแสดง “Enhanced” USB host controller”  สำหรับ Windows 98 อาจใช้คำที่แตกต่างออกไป เนื่องจาก USB2.0 รองรับ Windows ME, 2000 และ XP อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่านั่นเอง </p><p align="justify">ประโยชน์ของ USB</p><p align="justify">ข้อดีในการใช้งาน USB คือเรื่องความง่ายในการใช้งาน (plug and play) แค่เสียบอุปกรณ์ในช่อง USB ใน Windows XP ก็สามารถใช้งานได้ทันที สำหรับ Windows รุ่นก่อนๆ อย่าง Windows 98/MEจะต้องติดตั้ง Driver เพื่อให้สามารถใช้งาน USB ได้ ด้วยการเชื่อมต่อแบบ USB ให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย โดยคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB ได้มากถึง 100 ชิ้นเลยทีเดียว  </p><p align="justify">ข้อแนะนำในการใช้งานอุปกรณ์ USB</p><p align="justify">ในปัจจุบันอุปกรณ์เก็บข้อมูลและเครื่องเล่นเพลงเอ็มพีสามที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ USB เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และจะมองเห็นเป็นไดร์วเพิ่มอีกไดร์วแบบ Removable Drive เมื่อถอดอุปกรณ์ออกจากต้องทำการ Safely Remove Hardware เสียก่อน โดยทำการคลิกขวาที่ไอค่อนลูกศรสีเขียวด้านมุมขวาล่างของหน้าจอ จากนั้นเลือก Safely Remove Hardware จากนั้นให้เลือกรายการอุปกรณ์ที่ต้องการถอดการเชื่อมต่อ (มักเป็นชื่อยี่ห้อหรือชิปของอุปกรณ์) แล้วกด Stop จากนั้นจะมีหน้าต่างยืนยัน ให้กดปุ่ม OK จึงจะสามารถถอดอุปกรณ์ออกได้โดยปลอดภัย  </p><p align="justify">ความเสียหายจากการถอดอุปกรณ์โดยไม่ได้ทำการ Safely Remove Hardware</p><p align="justify"> - อุปกรณ์เกิดความเสียหาย </p><p align="justify">- ไฟล์เสียหายหรือสูญหาย </p><p align="justify">- อุปกรณ์เสื่อมสภาพ  </p><p align="justify">ข้อควรระวัง  - ห้ามทำการถอดอุปกรณ์ USB ในขณะที่ทำการโอนถ่ายข้อมูล อัพเกรด Fimware หรือใช้งานใดๆอุปกรณ์ USB  </p><p align="justify">คำแนะนำ</p><p align="justify">1. หากไม่สามารถทำการ Safely Remove Hardware อาจเกิดจาก ยังไม่ได้ปิดหน้าต่าง My Computer, โปรแกรมต่างๆเช่น ACD See, Microsoft Word, Excel, Powerpoint ที่ทำการเปิดไฟล์จากอุปกรณ์ USB ขอแนะนำให้ปิดโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอุปกรณ์ USB ทั้งหมดก่อน ห้ามทำการถอดออกโดยที่ไม่ได้ทำการ Safely Remove Hardware เนื่องจากอาจเกิดความเสียหายกับข้อมูลได้</p><p align="justify"> 2. ห้ามเล่นเพลง MP3 โดยเสียบอุปกรณ์ USB ทิ้งไว้แล้วเล่นเพลงจากอุปกรณ์ ควรตัดลอกข้อมูลที่ต้องการมาใช้ในคอมพิวเตอร์ เมื่อเสร็จแล้วจึงคัดลอกกลับไปยังอุปกรณ์ USB  </p><p align="justify">การ Format</p><p align="justify">ปกติแล้วการฟอร์แม็ตอุปกรณ์ USB นั้นทำเพื่อล้างข้อมูลหรือไฟล์เสียหาย มีไวรัส ควรใช้การฟอร์แม็ตจากแผ่นซีดีที่ให้มากับตัวอุปกรณ์จะดีกว่า เนื่องจากบางยี่ห้ออาจมีโปรแกรมมาให้เช่น ส่งอีเมล์ ใส่รหัสผ่านให้อุปกรณ์ แบ่งพาร์ติชั่นอุปกรณ์ USB ได้ หรือแม้กระทั่งซอฟต์แวร์ล็อคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้รหัสผ่าน </p><p align="justify"> ที่มา  :  http://www.pantip.com/tech/article/article.php?id=103</p><p align="justify">ความคิดเห็น :  USB 2.0 ปัจจุบันนี้มีประโยชน์มากเลยค่ะ รวดเร็วเร็วประหยัดเวลา พกพาง่าย  แต่ดิฉันมักจะทำการถอด USB ออกโดยไม่ได้ทำการ Safely Remove Hardware เป็นประจำเลยค่ะ เพื่อนๆหลายคนก็คงเป็นกันใช่มั๊ยคะ อาจจะทำให้อุปกรณ์ชำรุดเสียหายได้นะคะ  </p>