รู้สึกได้เลยว่า พายุชีวิตระรอกนี้ได้สงบลงไปแล้ว
ความรู้สึกนี้มาพร้อมกับความรู้สึกอึดอัด ไม่ใช่ทางใจ แต่เป็นทางกาย

และแล้วมันก็กลับมาสู่จุดเดิมที่ 111.0 kg T___T
ก่อนนี้ก็เคย น้ำหนัก 112 kg แต่ลดมาได้เหลือ ~83 kg เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
อนาถใจตัวเองเล็ก ๆ ว่าเราก็แพ้มันอีกแล้ว
สงครามที่เราเคยคิดว่าชนะมันมาแล้วอย่างเด็ดขาด
สงครามที่สู้กับไขมันปลิ้น ๆ ที่หน้าท้องย้วย ๆ ของตัวเอง
แต่เมื่อพิจารณาตามเป็นจริงแล้ว
ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ สลับขึ้น-ลงเป็นธรรมดา
เพียงแค่เราเป็นพวกสุดโต่ง
บทจะหลุดก็หลุดไปเลย
อย่างตอนนี้เริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง
ก็อยากที่จะอด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จนกว่าพุงปลิ้น ๆ นี้จะยุบไป
ตอนนี้ต้องบังคับตัวเองให้กินเข้าเช้าให้ได้ เพื่อไม่ไปหลุดกินห่าลงตอนเย็น
ตั้งสติ ให้กับตัวเองให้มั่น
สายตาคนรอบข้าง ที่แสนจะเหยียบย่ำ ช่างแม่มมันนนน
กูอึดอัด เรื่องของกู
คนมีความสุขที่เห็นคนด้วยกว่าตัวเป็นธรรมดา
ยิ่งเรา หงอ มันยิ่งเหยียบ
เรื่องอะไร เราต้องมีความสุข พัฒนาตัวเองให้ได้
พองได้ ก็แฟบได้
แต่ต้องมีวินัย
ตอน นน. ขึ้น ยังมีวินัย ที่จะ ไม่ไปยิมอย่างต่อเนื่อง กินเยอะอย่างต่อเนื่อง เป็นเดือน ๆ เป็นปี ๆ
ตอนนี้ กรรมมีจริง ต้องมีวินัยในทางกลับกันบ้าง
มา มาสู้กันอีกซักครั้ง
ครั้งนี้รู้แล้วว่า สงครามนี้ ยืดเยื้อได้ทั้งชีวิต
เราต้องชนะศึกนี้ ให้ได้ เราเคยชนะมันมาแล้ว
ฆ่าามานนนน
สู้ๆ ครับ
เปลี่ยน แป้ง เป็น ผักเขียว เปลี่ยน ของขบเคี้ยว เป็น มะขามป้อมสด (มะกอกไทย สมอ มันแกว... ก็อร่อยดี)
;-)