เมื่อวันที่  22  กันยายน  2549     พี่จุดอยู่เวรผู้ตรวจการพยาบาลนอกเวลาราชการ   โดยรับผิดชอบ  งานในส่วนของโซนที่ 2    แต่เกิดหลงลืมไปตรวจเยี่ยมหอผู้ป่วยของโซนที่ 1    ทำให้มีโอกาสพบผู้ป่วยที่โดน ระเบิดแถวโอเดียนในอำเภอหาดใหญ่     จึงเดินเข้าไปทักทายพร้อมหยอกผู้ป่วย        เพราะเราได้เจอกันครั้งหนึ่งแล้วในวันที่ฟ้าชายทรงเสด็จแทนสมเด็จพระบรมราชินีนาถ  เพื่อทรงเยี่ยมประชาชนในที่เกิดเหตุ   และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ที่โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี   และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์   พร้อมด้วย     พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา    ในวันนั้นเราได้มีการย้ายผู้ป่วยจากหอผู้ป่วยต่าง ๆ มา รวมกันที่หอผู้ป่วยกระดูกและข้อหญิง  
                นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้    ที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงรับสั่งให้พระบรม- โอรสาธิราช  สยามมกุฏราชกุมาร  เสด็จแทนพระองค์   พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์  พระวรชายา  ทรงเยี่ยมประชาชนและผู้ป่วยในวันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์     เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ แก่ประชาชนอย่างทันท่วงที
                 ในวันที่ฟ้าชายเสด็จเยี่ยมผู้ป่วย    ได้มีมหาดเล็กของพระองค์ท่านมาแจ้งและทำความเข้าใจกับผู้ป่วยแต่ละคนในการปฏิบัติตัวเมื่อฟ้าชายเสด็จถึง นอกจากนี้มหาดเล็กยังได้บอกให้ทราบถึง ความห่วงใยของในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ   ที่มีต่อพสกนิกร    ทรงโปรดเกล้าให้ฟ้าชายเสด็จแทนพระองค์   พร้อมด้วยพระวรชายา   เพื่อทรงเยี่ยมผู้ป่วย    พร้อมพระราชทานของเยี่ยมแก่ ผู้ป่วยทุกคน     หากพระองค์ท่านรับสั่งถาม   ให้ผู้ป่วยสามารถพูดตอบพระองค์ท่านได้    ไม่ต้องตกใจ  กลัว และไม่ต้องกลัวว่าจะต้องพูดราชาศัพท์  พูดได้ตามปกติ   พระองค์ท่านใจดี  ไม่ถือตัว  ผู้ป่วยแต่ละคน ในวันนั้นได้แต่พยักหน้า   เพราะยังมีอาการบาดเจ็บ     และรู้สึกง่วงบ้างจากฤทธิ์ยาแก้ปวด    
  ในวันนั้น     พระองค์ท่านได้เสด็จเยี่ยมผู้ป่วยที่  ICU   2  ราย    และที่หอผู้ป่วยกระดูกและข้อหญิง  จำนวน  11  ราย     ส่วนผู้ป่วยอีก  1  ราย   ที่ศัลยกรรมชาย 2   ไม่มีโอกาสได้เข้าเผ้า  เนื่องจากเป็นอีสุกอีใส   แต่อย่างไรก็ตาม มหาดเล็กได้นำถุงพระราชทานของเยี่ยมไปให้ด้วย      พี่จุดขอถ่ายทอดบทสัมภาษณ์ที่ได้สัมภาษณ์ผู้ป่วย  จำนวน  3  ราย  ที่มีโอกาสได้คุยด้วย   มาเล่าสู่ให้ชาวบล๊อกของ  Gotoknow  ได้รับทราบความรู้สึกของท่านทั้งหลายที่ประสบเหตุการณ์นะคะ        โดยบทสัมภาษณ์นี้ได้ผ่านการอนุญาตจากท่านที่ให้สัมภาษณ์ เรียบร้อยแล้วค่ะ

  ท่านแรก  คือ    คุณกีรติ   คงทอง    อายุ  46  ปี    บ้านอยู่แถวสนามบิน   มาทำงานแถวโอเดียน   โดยเป็นแคชเชียร์    ขณะเดินผ่านโอเดียน  ได้ยินเสียงเหมือน ถังแก๊สระเบิด   จึงวิ่งหลบหนีไปทางถนนโรงรถ ของโรมแรมอินทรา     ได้ยินเสียงตูม  ตูม  อีกเป็นครั้งที่ 2   และ  3  ติดต่อกัน   เธอรู้สึกเจ็บที่แขน  เหลือบ มองเห็นแขนห้อย   เธอจึงใช้มืออีกข้างจับไว้    มีผู้หญิงเอาผ้ามาพันให้    มีผู้ชายเรียกวิทยุแจ้งให้ทราบว่ามี ผู้บาดเจ็บที่นี่    ขณะเดียวกันก็พาเธอเดินหนีและไปขึ้นรถที่หน้าคลินิกหมอกระสวยเดิม    จากนั้นรถก็นำ เธอส่งที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์   เธอรู้สึกตัวตลอดเวลา    เมื่อถึงโรงพยาบาล   เธอจึงโทรศัพท์หาสามี  โดยขอให้หมอเป็นคนช่วยพูดและแจ้งอาการให้สามีทราบ     จากนั้นเธอก็ถูกส่งเข้าห้องผ่าตัด                เธอเล่าต่อว่า  ในวันรุ่งขึ้นหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว  เมื่อฟ้าชายและพระวรชายาเสด็จเยี่ยม   แม้เธอ จะรู้สึกสลึมสะลือ  แต่ความรู้สึกของเธอยังจำได้และรับรู้ตลอด      ฟ้าชายทรงรับสั่งกับเธอว่า ไม่ต้องกังวล รักษาให้หาย    เดี๋ยวจะมีคนมาให้กำลังใจเยอะ    ฉันก็มาให้กำลังใจ    เธอเล่าต่อด้วย   สีหน้าที่ยิ้ม    น้ำเสียงแสดงความปลาบปลื้มว่า   พระวรชายาท่านคุย  ยิ้ม   ไม่ถือตัวเลย   ตาท่านยิ้มสื่อถึงความรู้สึกที่ห่วงใยด้วยความจริงใจ     เธอหยุดเล่าพร้อมหลับตา    เดาว่าเธอกำลังรู้สึกตื้นตันใจ  แล้วเธอ  ก็พูดต่อว่า     รู้สึกตื้นตันใจมากที่ ลูกเจ้าของแผ่นดินมาให้กำลังใจ       เธอพูดประโยคนี้พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า     พี่จุดเองแม้จะพยายามระงับความรู้สึกทั้งหลาย  ไม่ให้แสดงออก    ก็อดรู้สึกว่าตัวเองมีน้ำตา   คลอออกมาด้วย     โดยเฉพาะเมื่อเธอพูดประโยคว่า    ลูกเจ้าของแผ่นดินมาให้กำลังใจ    ความรู้สึกของ ตัวเองขณะนั้นดีใจและปลาบปลื้มแทนผู้ป่วย   และประชาชนชาวหาดใหญ่   เพราะทุกคนไม่เคยมีโอกาส  เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดมาก่อน    จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้    ที่พระองค์ท่านให้ความ  เมตตาและห่วงใยประชาชนในครั้งนี้

                เธอพูดต่อว่า   หมอและพยาบาลที่นี่ดีมาก   ให้กำลังใจตลอด   ไม่รู้สึกอึดอัดเลย    คนอื่นอยู่อาจ  รู้สึกอยากกลับบ้าน    แต่เราอยู่สบายใจ    ที่นี่ช่วยกันคนละไม้ละมือ   ตอนอยู่ฉุกเฉิน  บางคนช่วยตัดเสื้อ   บางคนช่วยตัดกางเกง   ขอขอบคุณหมอและพยาบาลที่นี่ทุกคน      ฟังเธอพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อหมอและ พยาบาลแล้ว     ตัวเองก็รู้สึกยิ้มในใจ   นึกตอบเธอว่า    พวกเราที่นี่ทุกคนไม่ว่าใคร   ตำแหน่งไหน   ต่างยึด พระราโชวาทของพระราชบิดาไว้ในใจของพวกเราทุกคนเสมอ

    ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง   

                 ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์  เป็นกิจที่หนึ่ง                                    

    ลาภ  ทรัพย์  และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง                             

                ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์

                  ดังนั้น   การทำดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ   ได้รับความดีตอบแทนทันที    ไม่ต้องรอชาติหน้าก็ได้แล้วค่ะ

 ผู้ป่วยคนที่  2    ป้าเชย   วัชกาล   อายุ  70  ปี    เป็นชาวอุทัยธานี    ลูกชายรับมาอยู่ด้วยกันที่หาดใหญ่ได้  5  ปี   ป้าอยู่ที่ร้านเชอรี่    เป็นร้านนวดแผนไทย    ป้าเล่าว่า    ป้าไม่รู้หรอกว่ามีระเบิด   รู้แต่ว่าขณะเกิดเหตุป้านำ ถุงขยะมาทิ้ง   ได้ยินเสียงระเบิด    จึงวิ่งหนีเข้าไปในซอย   ป้าได้รับบาดเจ็บแต่ไม่รู้สึกเจ็บ   ด้วยความตกใจ  วิ่งไปจนสุดซอย      จึงนั่งลงด้วยความเหนื่อย   แต่พอเห็นเลือดที่ขาของป้า    ป้าก็เป็นลม    ไม่รู้ว่าใครนำไปโรงพยาบาล      รู้สึกตัวอีกทีต้องเข้าห้องผ่าตัด                 เมื่อถามถึงความรู้สึกที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฟ้าชาย    ผู้ป่วยข้างเตียงก็แซวว่า    ไม่ต้องถามก็ได้  เห็นมั๊ยป้าใส่เสื้ออะไร      พี่จุดจึงหันไปที่ป้า    ก็เห็นป้าใส่เสื้อตัวในเป็นเสื้อยืดสีน้ำเงิน   ตัวนอกเป็นเสื้อผู้ป่วย    ผู้ป่วยข้างเตียงพูดต่อพร้อมหัวเราะว่า    นั่นแหละ   เสื้อที่ได้รับพระราชทาน      ได้แล้วก็ใส่เลย  ไม่ยอมถอด     ป้าหันมาทางคนพูด  พร้อมยิ้มอาย ๆ  แล้วก้มหน้า    พี่จุดเห็นก็อดยิ้มด้วย   นาน ๆ จะเห็น ผู้สูงอายุยิ้มอาย ๆ   รู้สึกน่าเอ็นดูเหมือนเด็กเลย                พี่จุดบอกป้าเชยว่า ป้าเชยคะ   ป้าช่วยเล่าให้หนูฟังหน่อยซิคะ  ว่าฟ้าชายตรัสอะไรกับป้าบ้าง  แล้วป้ารู้สึกอย่างไรที่ฟ้าชายและพระวรชายาเสด็จทรงเยี่ยมป้า     ป้ารีบขยับนั่งตัวตรง   เท้าทั้งสองข้างยัง  เหยียดไปข้างหน้าเหมือนเดิม     ป้าเล่าด้วยน้ำเสียงใสไพเราะ  ว่า    ท่านพูดว่า   เป็นอะไรมั๊ย  ป้าตอบว่า ที่ตะโพกค่ะ    ท่านถามต่อว่า  ปวดมั๊ย   ป้าตอบว่า ปวดค่ะ    หายไว ๆ นะ  เป็นห่วง        พร้อมจับมือเรา    เราก็จับมือท่านแล้วหอม  1  ที       ปลื้มใจ   ตื้นตันหมด   เกิดมาไม่เคยเข้าเฝ้าเจ้า   ตอนรับถุง  (ถุงพระราชทานของเยี่ยม)   ขากระดุกกระดิกไม่ได้    ท่านย่อตัวลงส่งให้   โธ่น่าสงสาร   ท่านหัวเราะทั้งคู่    เกิดมาเพิ่มได้เข้าใกล้   ผิวท่านเนียน  มือก็เนียน

 ผู้ป่วยคนที่  3    คุณวนิดา   กิตติรัตนสมบัติ                คุณวนิดา  กิตติรัตนสมบัติ    อายุ  42  ปี    บ้านอยู่ทุ่งเสา    มาแถวโอเดียนเพื่อซื้อของ  ผ่านหน้า  โอเดียนได้ยินเสียง ตูม ดังสนั่นหวั่นไหว    จึงวิ่งหนีไปทางโรงรถหน้าโรมแรมอินทรา    พร้อมจะโทรศัพท์บอก น้องสาว   ก็ได้ยินเสียงตูมอีกครั้ง    ตัวเองล้มลง   เห็นฝรั่งข้าง ๆ  ตาหลุด   ตนจึงตกใจ   รีบวิ่งหนีต่อ   ได้ยินเสียง  คนพูดว่า   เลือดไหลเต็มแขน   ไปโรงพยาบาลเถอะ    รู้สึกหูอื้อ    จึงอุดหูไว้    เรียกตุ๊ก ๆ   แต่ตุ๊ก ๆ ไม่รับ  คันที่สองก็ไม่รับ    คันที่ 3  รับ   พร้อมนำส่งที่โรงพยาบาลเซียงตึ้ง    โรงพยาบาลล้างแผลให้   พร้อมส่งต่อให้   โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี      นอนรอหมอประมาณครึ่งชั่วโมง   จึงได้รับเอ๊กซเรย์   แต่ห้องผ่าตัดเต็มจึงส่งต่อ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์           ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์  ได้เอกซเรย์ใหม่    พร้อมส่งเข้าห้องผ่าตัดทันที                    คุณวนิดา    เล่าถึงความประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณของฟ้าชาย  และพระวรชายาว่า   หายเร็ว ๆ  นะ    เป็นกำลังใจ     คุณวนิดา พูดต่อด้วยน้ำเสียงหัวเราะว่า   ถ้าไม่ได้โดนระเบิดครั้งนี้    ก็คงไม่  ได้เฝ้าเจ้า   บนความโชคร้าย   ยังมีความโชคดีแฝงอยู่     ประเทศอื่นจะมีโอกาสเหมือนประเทศไทยมั๊ยนะ     เกิดเหตุเมื่อคืน    รุ่งเช้าท่านก็มา   หาที่ไหนได้    ทำไมประชาชนจะไม่รักท่าน   ในเมื่อท่านรัก  เป็นห่วง     ประชาชนของท่าน    คนต่างชาติคงอิจฉาเรานะ     ปลาบปลื้มมากเลยและโชคดีเกิดมาเป็นคนไทย   แม้เป็นประเทศเล็ก ๆ    แต่ก็อบอุ่น   แต่อย่างไรก็ตาม  ขออย่างให้เกิดอีกเลย    อยากเจอท่านอีก   แต่ไม่อยากเจอในสภาพที่ตัวเองเป็นอย่างนี้             

    ข้าพระพุทธเจ้า นางจุฑารัตน์ เกียรติศิริโรจน์ ขอพระบรมราชานุญาตถ่ายทอดความรู้สึกของ คุณกรีติฯ   ป้าเชย  และคุณวนิดา ตามคำพูดของคุณทั้งสามท่าน  เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่แท้จริงของประชาชนที่มีต่อพระองค์ท่านและพระวรชายา     ควรมิควรแล้ว   แต่จะทรงโปรดเกล้า    โปรดกระหม่อม