สามสิบปีที่ผ่านมาผมได้คิดสูตรอาหารใหม่ๆ ไว้มากพอดู ไม่น่าต่ำกว่าร้อยสูตร  หลายสูตรได้นำเสนอไว้แล้วในบทความก่อนๆ    หลายสูตรลองทำกินดูแล้ว อร่อยดี เช่น ข้าวโพดผัด   ข้าวเปรอะต้มแห้ง  แกงส้มปลากระป๋อง (ที่วันนี้เริ่มดังแล้วในเมนูร้านค้า)  แกงส้มน้ำพริกนรก (ง่ายแต่หร่อย)    ผัดคะน้าปลากระตัก (อร่อยกว่าปลาอินทรีย์สิบเท่า)    จับฉ่ายแห้ง 


 แต่หลายสูตรก็ได้แต่คิดโดยยังไม่ได้ลอง เช่น  ข้าวยำห้าหมู่  ก๋วยเตี๋ยวกุ้งแห้ง ไส้กรอกเห็ด  ลูกชิ้นเห็ด น้ำสลัดไทยแบบต่างๆ  ส้มตำฟาดถุง ไชโป๊หัวแตก ข้าวหลามคาว ทอดมันเห็ด    และ ฯลฯ 


วันนี้จะมานำเสนออาหารจานใหม่คือ“ผัดเผ็ดเห็ดข่าปลาแห้ง“ รับรองว่าอร่อยเหินเดินอากาศ แม้ว่ายังไม่เคยลองทำก็ตาม (ผมคิดอะไร โดยเฉพาะเรื่องสูตรอาหาร มักไม่ผิด อิอิ)  

อาหารจานนี้มีเนื้อน้อยมาก มีเห็ด  เครื่องเทศเสียมาก  จนเกือบเป็นเจไปแล้วซึ่งจะดัดแปลงทำเป็นเจ ๑๐๐ ปซ. ก็ย่อมได้ไม่ยาก (โปรดอ่านตอนท้าย)  

เครื่องปรุงสำหรับ ๑ จาน กินสองคนคือ ปลาเล็กแห้งเค็มหนึ่งกำมือ (แนะนำปลากระตัก  ซึ่งเป็นปลาเล็กแห้งที่มีราคาถูกมาก  ปลานี้ถ้าไม่ทำแห้งก็นิยมเอามาหมักทำเป็นน้ำปลานั่นเอง    หรือไม่ก็กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้งฉีก อย่างใดอย่างหนึ่ง)   ..................เห็ดสดสามอย่าง (นางฟ้า (หรือกระด้างอย่างใดอย่างหนึ่ง) เห็ดฟางเห็ดหอม หั่นชิ้นพอกิน พองาม) ...................พริกชี้ฟ้าหันเฉลียงสองสามเม็ดกระเทียมสับสองหัว  .....หอมใหญ่หั่นริ้วยาวหนึ่งหัว โหระพา (หรือกระเพราอย่างใดอย่างหนึ่ง)ข่าซอย (หรือขิงหรือกระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง)

 น้ำพริกนรกสองช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช  ซีอิ้วขาว น้ำ (สักสามช้อนโต๊ะ)

วิธีการทำคือ.....เอาน้ำมันพืชลงกระทะ กลิ้งกระทะไปมาให้น้ำมันชโลมลามทั่วจนร้อนขึ้นควัน(สำคัญมาก อธิบายยากตามหลักวิทยาศาสตร์ ) เอาปลาเล็กแห้งลงไปทอดให้เหลือง   กระเทียมสับตามลงไป พอทั้งสองกรอบหอมดี ก็เอาเห็ดสาดลงไป  ตามด้วยน้ำพริกนรก พร้อมกับข่า (หรือขิงซอย หรือกระชายซอย) พริกชี้ฟ้าแดง ลงไปคลุกผัดให้หอม

ระหว่างนี้อาจเติมน้ำเล็กน้อยมาก อย่าให้น้ำแฉะ เอาพอหมาดๆ (ถ้าจะให้ดีให้ใช้ระบบฉีด แบบฉีดน้ำรีดผ้า ถ้าไม่มีให้เอาช้อนตักน้ำโรยไปรอบๆ เป็นหยดๆ ให้เสียงดังฉ่าๆ ถ้าเสียงไม่ดังฉ่าแสดงว่าทำผิดแล้ว จะไม่อร่อย)  ... จากนั้น ปิดฝา อ่อมให้เห็ดสุกนิ่มประมาณ ๒ นาที(เรื่องฉีดน้ำนี้เป็นหลักการฟิสิกส์ชั้นสูง ที่ผมได้เคยอธิบายไว้แล้วในบทความก่อน ว่ามันทำให้อาหารผัดอร่อยได้กว่าปกติอย่างไร)

พอสุก  น้ำแห้งได้ที่  ก็สาดเครื่องเทศทั้งหมดที่เหลือลงไป คือ หอมใหญ่ซอยริ้ว โหระพา  อาจเติมน้ำมันเล็กน้อย ถ้ามันเริ่มไหม้ติดกระทะ  คนคลุกพลิกไปมา  (อย่าพลิกบ่อยเกินไปแบบกุ๊กในทีวี  เพราะมนไม่ดีเลยตามหลักฟิสิกส์  แต่ให้คลุกพลิกช้าๆ  นานๆ ที่จะดีกว่า  คือสัก ๑๐ วิ พลิกสักที ไม่ใช่พลิกทุกๆ วิแบบนั้น)  

เติมซิอิ้วขาว (น้ำปลา จิ๊กโฉ่ว เกลืออย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่ชอบ ) ผัดคลุกให้เค็มทั่ว (ถ้าอยากพิสดารให้เอาซี้อิ้ว ไปผสมกับซ้อสมะเขือเทศในถ้วย ก่อนเทราดลงไป จะได้รสเปรี้ยวหวานเค็มผสมกัน ก็สุขสันต์ลิ้นไปอีกแบบ)   ซ้อนเค็มเปรี้ยวนี้ต้องเติมทีหลังสุด อย่าไปเติมก่อนเป็นอันขาด   ไม่งั้นน้ำผักจะออกมากกลายเป็นต้มผัก ไม่ใช่ผัดผักนี่เป็นหลักฟิสิกส์ เคมี ชีวะที่เรียนรู้ได้ยากมาก   ผมเองก็ไม่รู้หรอก แต่สังเกตว่ามันเป็นเช่นนี้จริงๆ  ซึ่งเรื่องนี้ทำเป็นวิทยานิพนธ์ด้านวิทยาศาสตร์ได้มากหลาย  เพราะมันคงเกี่ยวกับแรงดึงน้ำ  reverse osmotic pressure อะไร หรือ แรงอื่นๆ ที่เรายังไม่รู้กันจริงก็เป็นได้ 

ในระหว่างนี้ถ้าน้ำแห้งให้เติมน้ำทีละน้อยมากๆ (ใช้วิธีการฉีดพ่นแบบรีดผ้า) เคล็ดลับสำคัญคือให้อย่าให้น้ำแฉะ ไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่หอมควันจากการไหม้ที่อภ. สูง เพราะมันจะแฉะ ไม่กรอบหอม 

 สุดท้ายหากชอบซดน้ำ กินแฉะ ค่อยเติมน้ำตอนท้ายสุด แล้วยกลงกิน 

 แต่หากชอบแห้งๆ ก็ไม่ต้องเติมน้ำ (สำหรับผมนี่มันอาหารผัดจะเติมน้ำให้แฉะไปทำไม ถ้าอยากแฉะก็ไปกินแกงป่าดีกว่าไหมแต่บางคนก็ชอบแฉะเล็กน้อยแต่ไม่เปียกโชกเอ้า..ก็แล้วแต่ทศนิยม ไม่ว่ากัน แต่หลักการคือ มาเติมน้ำให้แฉะตามทศนิยมในตอนท้ายสุดนะครับ) 

อาหารจานนี้จะมีหลากรสมาก คือ ปลาเค็มเล็ก ที่ทั้งหอมและคาวอะคร้าวใจ    .... เห็ดสามชนิดที่มีทั้งนุ่ม (ฟาง) กรอบกรุบ (นางฟ้า)ลื่นๆ (เห็ดหอม)เครื่องเทศหลากรสความหวานจากหอมใหญ่ โหระพาน้ำคั้นเผ็ดคาวนิดๆ จากน้ำพริกนรก     

สรุปคือประมาณว่าห้ารสปนกัน  เหมือนศีลห้า    ก็เลยกำลังดี  ถ้ามากกว่านี้ก็เว่อจนเบลอลิ้น    แต่ถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่สะใจ        

รสครบห้าหมู่  ....นี่มันเป็นศิลปะการกิน  -->  เวทนา ตัณหา อุปาทาน  --แบบว่า ....กินอร่อยปล่อยใจให้ลืมตายไปเลย  

ถ้าจะลดรูปมาเป็นเจ เพื่อสะสมบุญตามที่เชื่อ  (แต่ผมว่ากินผัก ก็โหดพอกับกินเนื้อน่ะแหละ ถ้ากินแบบโง่ๆ)  ก็ทำได้ไม่ยาก  ก็ตัดปลาเล็กแห้งและน้ำพริกนรออกไป แล้วแทนด้วถั่วเน่าแผ่นปิ้งไฟพอเกรียม หรือจี่กับกระทะแล้วตำละเอียด (ถั่วเน่าเป็นอาหารภูมิปัญญาไทยใหญ่แม่ฮ่องสอน ทำจากถั่วเหลืองหมัก อร่อยมากถ้าหาถั่วเน่าไม่ได้ให้ใช้เต้าเจี้ยวเอามาตำป่นแล้วเอาไปเจียวน้ำมันพร้อมกับกระเทียมก็พอทนจะได้ทั้งความหอมและความเค็มพร้อมกันไป )

ถ้าไม่ชอบเห็ด จะใช้ผักแทนก็ย่อมได้ที่ขอแนะคือ มะเขือเปราะหั่นแว่น ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว(แทนเห็ดทั้งสาม จะได้ความกรอบ ความนุ่ม ทดแทนกันได้)

โอย..คิดแล้วน้ำลายไหลวันหลังมีโอกาสจะต้องลองทำแน่ๆวันนี้เขียนเตือนความจำไว้ก่อนใครไม่เชื่อ ไม่ลองทำกินก็จะไม่ได้กินอาหารไทยอร่อยที่สุดในชีวิตก็ขอโสน้าหน้าไว้ล่วงหน้านะ อิอิ

...คนถางทาง (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖)

ปล. เครื่องเทศนั้น ว่าไปแล้ว จะโม ลด เพิ่มอะไรก็สุดแล้วแต่ทศนิยม แต่ที่ผมคัดมาให้นี้คิดว่ามันลงตัวไม่มาก หรือน้อยเกินไปและมันเข้ากันได้ดีเช่น ข่า ขิง กระชายต้องเอาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าปนกัน มันจะกัดกันโหระพากระเพราก็เช่นกันพริกไทย/เม็ดผักชี/ยี่หร่า/มะแขว่น/กระวานถ้าจะใส่ก็ต้องเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นไม่งั้นมันตีกันกระเจิง