หลักสูตรเฟ้อ เพราะเราจัดการศึกษาแบบ teacher-centered ไม่ใช่ learner-centered และคิดผลงานอาจารย์ตามการทำหน้าที่สอน การมีวิชาสอนจึงเป็นความอยู่รอดของอาจารย์ ความอยู่รอดของอาจารย์ อยู่ที่วิชาไม่ได้อยู่ที่ผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา


          เช้าวันที่ ๗ ก.พ. ๕๖ ผมไปนั่งฟังการนำเสนอเรื่อง บทบาทสภามหาวิทยาลัยกับการกำกับการจัดการศึกษา: การอนุมัติการเปิดสอนหลักสูตรการศึกษา”  ในหลักสูตรธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา รุ่น ๑๔   มี ศ. ดร. ปทีป  เมธาคุณวุฒิ เป็นวิทยากร

          ผู้เข้าร่วมเรียนรู้ในหลักสูตรท่านหนึ่งถามว่า ทำไมหลักสูตรจึงมีมากมายเกินไป 

          วิทยากรตอบว่า เพราะเป็นเสรีภาพทางการศึกษาของอาจารย์  ใครมีความรู้อะไรก็อยากเปิดวิชาของตน    ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง 

          คำตอบของผมคือ เพราะเราอยู่ในกระบวนทัศน์การศึกษาของศตวรรษที่ ๒๐ และ ๑๙   คือยึดมั่นกับ วิชา ยังไม่เคลื่อนสู่กระบวนทัศน์แห่งศตวรรษที่ ๒๑ คือเน้นการเรียนรู้ และการฝึกทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษา   ซึ่งหมายถึง เปลี่ยนจุดเน้นจากวิชาไปสู่นักศึกษา 

          หลักสูตรเฟ้อ เพราะเราจัดการศึกษาแบบ teacher-centered  ไม่ใช่ learner-centered  และคิดผลงานอาจารย์ตามการทำหน้าที่สอน การมีวิชาสอนจึงเป็นความอยู่รอดของอาจารย์  ความอยู่รอดของอาจารย์ อยู่ที่วิชาไม่ได้อยู่ที่ผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา 

          อาจารย์จึงชอบเป็นเจ้าของหลักสูตร/รายวิชา  มากกว่าทำงานเน้นที่การเรียนรู้ของนศ.  ให้บรรลุการพัฒนาอย่างบูรณาการรอบด้าน ทั้งด้านปัญญา  สังคม  อารมณ์  จิตวิญญาณ  และทักษะวิชาชีพ

          คำตอบของผมคือ หลักสูตรเฟ้อเพราะโครงสร้างของมหาวิทยาลัยล้าหลัง  เป็นโครงสร้างแห่งศตวรรษที่ ๒๐ และ ๑๙

          เราต้องการการออกแบบโครงสร้างของมหาวิทยาลัยเสียใหม่  ให้เป็นโครงสร้างแห่งศตวรรษที่ ๒๑



วิจารณ์ พานิช

๗ ก.พ. ๕๖