กรมประชาสัมพันธ์“ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุขและสันติ”



  พระพุทธเจ้าของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานี้ท่านให้ทุกท่านทุกคนปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุข เพื่อสันติ เพื่อความสงบร่มเย็นของคนส่วนใหญ่ส่วนรวม  ไม่ให้เราเอาวัตถุเป็นที่ตั้ง ไม่เอาเงินเอาสตางค์เป็นที่ตั้ง ไม่ให้เอาความนิยมชมชอบ  ของประชาชนคนส่วนใหญ่ที่เค้ารัก เค้าชอบ เค้าต้องการเป็นที่ตั้ง

สื่อมวลชนไม่ว่าทางทีวี ทางวิทยุ... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่านให้เน้นทางธรรมะ ถึงจะมีสิ่งที่เพลิดเพลินก็ต้องให้มันไปในทางธรรมะ

ความร่ำความรวยการอยู่สบายกินสบายนี้ทุกคนก็ชอบ ทุกคนก็ต้องการ แต่ความได้มาซึ่งเงินซึ่งสตางค์มันมอมเมาประชาชนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ อย่างนี้ก็ถือว่าไม่ดี เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สรรเสริญเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านไม่ได้สรรเสริญเรา เพราะสื่อต่าง ๆ ส่วนใหญ่มันจะนำสังคมไปในทางที่ไม่ค่อยจะมีสาระ ไม่ใช่จะได้ความดี  มีคุณธรรม

สมัยเมื่อหลายปีก่อน... พระจะแสดงธรรมออกทางสถานีโทรทัศน์อย่างนี้แหละ  กรมประชาสัมพันธ์เค้าก็ให้ส่งบทความที่พระจะมาเทศน์จะมาแสดงให้ตรวจดูว่าเนื้อหาสาระมันเป็นอย่างไรบ้าง มันถูกต้องได้มาตรฐานมั๊ย เมื่อเทศน์ไปแล้วสอนไปแล้วมันนำสังคม  ไปสู่ความสงบความร่มเย็นหรือไม่ เพื่อจะไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีเล็ดรอดออกไป แม้แต่แสดงธรรม  ก็ต้องระมัดระวัง ไม่ให้มีการเรี่ยไรเรื่องกฐิน เรื่องผ้าป่า เรื่องก่อเรื่องสร้าง ให้เทศน์อย่างเดียวก็จบไปเลย

ผู้ที่ทำงานกรมประชาสัมพันธ์นี้ก็เป็นผู้ให้คุณและให้โทษแก่สังคมได้เหมือนกันนะ

พระพุทธเจ้าของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราท่านให้เราคำนึงถึงเนื้อหาสาระหรือว่าความถูกต้องที่เป็นอรรถเป็นธรรม

ทุกวันนี้ยิ่งมีสถานีเล็ก ๆ สถานีน้อย ๆ ทุกหนทุกแห่ง ทั้งจังหวัด ทั้งอำเภอ ทั้งชุมชน ทั้งวัดวาศาสนานะ  “กรมประชาสัมพันธ์น่าจะสัมมากันเป็นเรื่องใหญ่อยู่เหมือนกัน...”

อย่างสถานีวิทยุของพระ ควรจะให้มีนะ ไม่ควรสั่งปิดหรือว่าให้คลื่นส่งมันใกล้เกิน เพราะว่ามันเกิดประโยชน์ต่อคนยากคนจน คนบ้านนอกบ้านนาที่ด้อยการเรียนการศึกษา  ไม่มีบุญไม่มีวาสนาที่จะได้เดินทางไปศึกษาธรรมะในที่ต่าง ๆ

แต่อยากให้กรมประชาสัมพันธ์เข้มงวดในสถานีวิทยุกระจายเสียงของวัดนะ...

ไม่ให้เปิดเพลง ไม่ให้เปิดนิยาย ไม่ให้เปิดมหรสพต่าง ๆ ไม่ให้เรี่ยไรบอกบุญ ทอดกฐินผ้าป่า สร้างโบสถ์สร้างวิหาร ให้เน้นทางเปิดเทปครูบาอาจารย์ที่ได้มาตรฐาน ที่ไม่ทำให้ประชาชนหลงงมงาย ไม่ให้มีการเรี่ยไรอะไร ๆ ทั้งสิ้น

ถ้าทางวัดทางสถานีไม่มีปัจจัยค่าไฟก็ไม่ต้องตั้งสถานีวิทยุ ต้องให้สถานีวิทยุนั้น ๆ  เกิดจากที่ประชาชนเห็นว่ามันเกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อชุมชน

ในสังคมเราเมื่อมันมีคนดีมันก็มีคนไม่ดีแฝงมา เมื่อมันมีการตั้งสถานีวิทยุทางธรรมะ พระบางรูป โยมบางคนก็ฉวยโอกาสหาเงินหาปัจจัยเรี่ยไรประชาชน มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเราออกปากขอของจากคนที่ไม่ใช่ญาติไม่ใช่ปวารณา พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงห้าม  ทรงติเตียน เพราะเราทำความดีก็ให้เราเป็นแต่ผู้ให้อย่างเดียว เราไม่เอาอะไรกับใคร  ถึงจะเหมาะสมที่จะตั้งสถานีวิทยุเพื่อเผยแผ่ธรรมะ

ญาติโยมคนที่เขาพอมีสตางค์ เขาเห็นประโยชน์ เขาเกิดศรัทธา เขาก็พากันไปถวายเอง ไปส่งเสริมเอง เพราะว่าการให้ทานนี้อะไรก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการให้ธรรมะ เพราะการพัฒนาคนคือต้องพัฒนาที่ “ใจ” เพราะใจของเรานี้มีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน มีใจเป็นหัวหน้า  ที่เราศึกษาเล่าเรียน ที่มีความรู้มันก็มาเน้นที่ใจทั้งนั้น

ถ้ากรมประชาสัมพันธ์มีความคิดไปแนวเดียวกัน มีความคิดไปในทางที่ดีมันก็เกิดประโยชน์นะ...

พยายามใช้สถานีวิทยุนี้เพื่อหล่อหลอมสังคมเพื่อให้เกิดความฉลาด เกิดความขยัน  ในการทำมาหากิน มีความเสียสละ อย่าไปเอาสถานีเป็นกระบอกเสียงให้นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นใครนะที่จะใช้เพื่อหาเสียง ให้ทำใจเป็นกลางเหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

กรมประชาสัมพันธ์นี้ต้องให้มันเป็นกลาง เป็นธรรม เป็นวินัยมาก ๆ จริง ๆ

อย่างโทรทัศน์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เราขายเวลาอย่างนี้นาทีละหลายหมื่นนาทีละ  หลายแสน สิ่งนี้แหละทำให้เสียหาย มันไม่ได้เน้นความดีไม่ได้เน้นคุณธรรม มันออกมาทางโทรทัศน์ มันออกมาจากวิทยุ เค้าเรียกว่าทำอาชีพที่ไม่ค่อยจะดี เป็นอาชีพที่มอมเมา  เห็นแก่เงินเห็นแก่สตางค์มากเกิน อันไหนมันจะได้สตางค์ก็เอา อย่างนี้มันไม่ได้ มันไม่ถูก

เราอยากให้ลูกเราเสียคนมั๊ย เราอยากให้หลานเราเสียคนมั๊ย...? ทุกคนก็ไม่อยากให้ลูกให้หลาน ให้ญาติพี่น้องวงศ์ตระกูลเสียคน

ถ้าไม่อยากให้เสียคน... สื่อมวลชนหรือกรมประชาสัมพันธ์ต้องควบคุมให้ดี ๆ  อย่าไปถือว่าลิดรอนสิทธิมนุษยชน ลิดรอนเสรีภาพ สิ่งไหนมันไม่ดีต้องหยุดต้องเบรกไว้  เค้าถือว่าส่งเสริมคน ๆ นั้นให้ไม่เสียสิทธิที่เกิดมาเป็นผู้ประเสริฐที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์

มนุษย์แปลว่าผู้มีจิตใจสูง มนุษย์แปลว่าผู้ทำแต่ความดี ถ้าเป็นคนมันก็ทำทั้งดีทั้งชั่ว  ทั้งถูกทั้งผิด ไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ ร่างกายเป็นมนุษย์แต่ว่าใจเป็นคน ใจเป็นเปรต เป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นอสุรกาย มันตั้งอยู่ในความหลงนะ

ถ้ากรมประชาสัมพันธ์ที่รวมกันหลายคนอย่างนี้ หลายจังหวัดอย่างนี้ ให้มันไป  ในแนวเดียวกัน เราอย่าไปว่าทำไม่ได้ แก้ไม่ได้ ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเท่านั้น  ถึงจะแก้ได้

ถ้าเราเน้นธรรมเน้นคุณธรรมมันต้องไปได้ “ไปไม่ได้ไม่มีหรอก” จังหวัดไหนก็ทำเหมือนกัน อำเภอไหนก็ทำเหมือนกัน กฎหมายอันเดียวกันไม่มีรายใหญ่...

ในหลวงของเราท่านให้เราเอาความถูกต้องเป็นหลักนะ ความสงบร่มเย็นถึงจะเกิดแก่ประเทศชาติบ้านเมืองของเราได้

จะให้แต่ในหลวงองค์เดียวดิ้นอยู่คนเดียวไม่ได้นะ เราเป็นประชาชนคนของประเทศ  เราต้องช่วยกัน ช่วยในหลวงของเรา

ที่เราพากันมาเข้ากรรมฐาน ให้พากันคิดนะว่าส่วนบกพร่องมันอยู่ตรงไหน  จะแก้ตรงไหน...? เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันแก้ได้อยู่แล้ว ที่มันแก้ไม่ได้เพราะเราไม่ได้พากันคิด  พากันแก้

ทุกวันนี้ยิ่งง่ายเพราะอย่างเราอยู่คนละจังหวัด นาทีเดียวหรือไม่เกินนาทีก็ติดต่อกันได้ มีอะไรก็ปรึกษาหารือกัน ส่งแฟกซ์ ส่งอีเมลล์หากันก็ง่าย สงสัยอะไรหารือกันก็ง่าย

ถ้าเราทำถูก ทำดี ไม่มีใครว่าหรอกนะ...

เราเป็นรุ่นเก่า เราต้องทำเป็นตัวอย่าง ทำเป็นบรรทัดฐาน เป็นระเบียบ เป็นวินัย  อย่าให้เงินให้สตางค์ซื้อเราได้ ครอบงำเราได้

ปัญหาต่าง ๆ ทุกอย่างมันแก้ได้ถ้าเราไม่อ่อนแอ ถ้าเราไม่มักง่าย

สมาธิก็แปลว่าความหนักแน่น ไม่หวั่นไหว สงบ เยือกเย็น ไม่มีใครที่จะมาทำให้เราสั่นคลอน ไม่มีใครที่จะมาทำให้เราทิ้งอุดมการณ์

มีความสุขมากในการทำความดี มีความสุขมากในการสร้างประโยชน์ ไม่มีใครเอาเงิน มาซื้อหัวใจเราได้

เราดูหน่วยงานต่าง ๆ สถาบันต่าง ๆ ทุกวันนี้ถูกอำนาจเงินตรามันครอบงำหมด ประเทศชาติของเราจึงเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

มันหาข้าราชการที่เหมือนกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้มันไม่ค่อยจะมี  มันหาข้าราชการที่เหมือนกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้มันก็ไม่ค่อยจะมี มันมีแต่  นักกินเมืองกันหมด ให้มันไม่ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด ให้ได้ซัก 50, 60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี

กรมประชาสัมพันธ์ทุก ๆ ท่านต้องรักในหลวงของเรานะ เรารักในหลวงก็ได้ชื่อว่าเราช่วยเหลือลูกของเรา ช่วยเหลือญาติพี่น้องวงศ์ตระกูลของเรา

ประเทศไทยนี้มันมืดยังไม่ค่อยสว่าง กรมประชาสัมพันธ์เปิดหูเปิดตาก็สว่างนะ...

เพราะประชาชนเรานี้แหละไปหลงเหยื่อเขา เขาเอาเหยื่อให้กินก็กิน พวกที่ให้เหยื่อประชาชนมันมีมากจนประชาชนของเรามีความเห็นผิด “เงินไม่มา กาไม่เป็น” เค้าก็ว่า  ดูถูกประชาชนว่าประชาชนคอรัปชั่นก่อนเค้า นักการเมืองก็เลยคอรัปชั่นตาม

สิ่งที่มันดี ๆ มีประโยชน์กรมประชาสัมพันธ์ก็ช่วยได้ ค่อยแทรกวันละนิดวันละหน่อยเดี๋ยวมันก็ดีเอง

เราเอาสิ่งที่ดี ๆ คอยแทรกไปในโอกาสต่าง ๆ ถ้าเรามาเล่นตั้งแต่เรื่องบันเทิง  เล่นแต่เรื่องทำมาหากินอย่างเดียวมันคงไม่ดีแน่ แล้วเราก็พากันมาโทษคนอื่น...

กรมประชาสัมพันธ์พยายามเจริญศีล สมาธิ ปัญญา มันจะได้ฉลาดมันจะได้แก้ไขนะ

เราจะทำงานเอาเงินเดือนอย่างเดียวนั้นมันไม่ได้ ต้องทำงานเพื่อให้มันเกิดประโยชน์ มันถึงจะถูกต้อง

อาชีพของกรมประชาสัมพันธ์เป็นอาชีพที่ได้บุญได้กุศลเยอะนะ ถ้าเราเน้นบุญ เน้นกุศล เน้นคุณธรรม บอกแต่สิ่งที่ดี พูดแต่สิ่งที่ดี อันไหนไม่ดีก็ไม่ต้องพูด อย่าไปเก่งทางตั้งแต่พูด  ให้เค้าชอบใจในรายการเพลง ชอบใจในรายการบันเทิง เก่งตั้งแต่พูดให้คนหลงในเสียง  ในอารมณ์ อย่างนั้นมันก็ยังไม่ค่อยจะถูก “ต้องพูดดี พูดเพราะ พูดสุภาพ  และเกิดประโยชน์นะ...”

ให้ตั้งจิตตั้งใจ...

พระพุทธเจ้าท่านให้เราตั้งใจทำความดี ในหลวงของเราท่านให้เราตั้งใจทำความดี  คุณพ่อคุณแม่ของเราท่านให้เราตั้งใจทำความดี ประชาชนทั้งหลายเขาก็ให้เราตั้งใจทำความดี ชีวิตของเรานี้ถือว่าเป็นชีวิตที่ก้าวไปด้วยความดี เป็นชีวิตที่ก้าวไปด้วยความเสียสละ...



พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยายให้กับข้าราชการจากกรมประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

เช้าวันอังคารที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 522062เขียนเมื่อ 11 มีนาคม 2013 16:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 มีนาคม 2013 15:00 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี