กินและดื่มน้ำเพื่อสุขภาพวันละกี่แคลและแก้วดี (ข้อมูลใหม่)


คนไทยควรกินอาหารและน้ำวันละกี่แคลและแก้ว (ฉบับปรับปรุงใหม่)

ผมได้เคยเขียนบทความเตือนภัยมานานหลายปีแล้วว่านักสุขภาพไทยไปลอกตำราฝรั่ง (อเมริกัน) มาบอกให้คนไทยกินอาหารที่ให้พลังงานวันละ ๒๐๐๐ แคลอรี่ และดื่มน้ำวันละ ๘ แก้ว โดยผมได้ทำการคำนวณว่าแท้จริงแล้วคนไทยควรกินเพียงวันละ ๘๐๐ แคล และดื่มเพียงวันละ ๑ แก้ว

วันนี้ผมกลับมาเช็คการคำนวณ ปรากฏว่าผิดครับ แต่ก็ผิดไม่มากนักหรอก ในภาพรวมยังต้องกินดื่มน้อยกว่าฝรั่งมากอยู่ดี ถ้าสนใจก็มาติดตามกันได้ว่าผมคำนวณผิดอย่างไร

ก่อนอื่นต้องไม่ลืมเรื่องพื้นๆที่สุดคือฝรั่งตัวใหญ่กว่าเรา เขาก็ต้องกินมากกว่าเราเป็นธรรมดา ดังนั้นฝรั่งเมกันปกติ (นน.ตัวเฉลี่ย ๘๐ กก) กินวันละ ๒๐๐๐ ดังนั้นจากการเทียบบัญญัติไตรยางศ์เราคนไทยปกติ (นน.ตัวเฉลี่ย ประมาณ ๖๐) ก็ควรกินประมาณ ๒๐๐๐ x ๖ /๘ = ๑๕๐๐ แคล เท่านั้น

ต่อมาคือการหายใจ เมืองเขาอากาศแห้ง มีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยทั้งปีประมาณ ๒๐ ปซ. ส่วนของเรา เฉลี่ยที่ ๗๐ ปซ. อากาศที่หายใจเข้าไปนี้จะไปดูดซับเอาความชื้นออกจากปอด ทำให้ร่างกายเสียน้ำและความร้อนผ่านปอด ถ้าสมมติว่าอากาศเย็นแห้งที่เข้าปอดต่างกันแต่แล้วออกมาเท่ากันคือ เปียกเต็ม ๑๐๐ ปซ. และมีอภ. เท่ากับอภ.ร่างกาย (คือ 37.6 องศา) จะทำให้ฝรั่งเสียน้ำจากปอดมากกว่าเรา 

อุปมาถ้าเราเอาผ้าแห้งไปเช็ดโต๊ะเปียกๆ กับเอาผ้าหมาดๆไปเช็ด โดยเช็ดแบบเดียวกัน ผ้าแห้งย่อมซับน้ำจากโต๊ะได้มากกว่า

วิธีการคำนวณคือ คิดอัตราการหายใจต่อนาที ปริมาณอากาศต่อครั้งที่หายใจ รวมทั้งเผื่อเวลานอนด้วยแล้วว่าหายใจน้อยกว่าเวลาตื่น จากนั้นคิดอัตราการระเหยน้ำจากปอดโดยใช้ psychometric chart ของ ASHRAE (American Society of Heating Refrigeration and Air-conditioning Engineers)

หลักการเหมือนเดิม แต่ในบทความก่อนๆ ผมคำนวณผิดไปมาก ไปคิดว่าฝรั่งเสียน้ำมากกว่าเราถึง ๔ แก้วอะไรทำนองนั้น ซึ่งผมไม่ทราบว่าคำนวณผิดตรงไหน (จำไม่ได้) วันนี้ผมไปคำนวณซ้ำหลายเที่ยว พบว่าฝรั่งจะเสียน้ำมากกว่าเราประมาณ ๑ แก้วเท่านั้น จากการหายใจนี้ (เทียบ นน.ตัวใหญ่กว่าเรียบร้อยแล้ว) 

การระเหยน้ำให้กลายเป็นไอนี้ต้องการความร้อนแฝง (latent heat) ด้วยนะ ซึ่งร่างกายต้องเสียความร้อนเพื่อการนี้ คำนวณได้ว่าฝรั่งเสียความร้อนในการระเหยน้ำมากกว่าเรา ทั้งจากการที่อากาศแห้งกว่าและตัวใหญ่กว่าได้ปริมาณ ๑๗๕ แคล

ในบทความนี้ผมขอแถมด้วยว่าอากาศฝรั่งที่เย็นกว่า จะเข้ารูจมูกแล้วออกมาร้อนที่ ๓๗.๖ อศ. เท่าคนไทยเรา ดังนั้นเขาต้องเสียความร้อนร่างกายเพื่ออุ่นอากาศมากกว่าเราอีกประมาณวันละ ๕๐ แคล (คำนวณตามหลักการสมดุลความร้อนง่ายๆ ตามกฎข้อที่ ๑ ของเทอร์โมไดนามิกส์) 

ณ จุดนี้เราต้องการพลังเพียง ๑๕๐๐ ลบ ๑๗๕ ลบ ๕๐ ก็เหลือเพียง ๑๒๗๕ เท่านั้นแล้ว

จากนั้นคือการเสียความร้อนผ่านผิวหนัง ซึ่งเมืองฝรั่งหนาวและแห้งกว่าเรามากในขณะที่อภ.ร่างกายคือ ๓๗.๖ เท่ากัน อีกทั้งตัวฝรั่งใหญ่กว่า จึงมีพื้นที่ผิวหนังให้เสียความร้อนได้มากกว่า

ความร้อนที่สูญเสียนี้มาสองทางคือสูญเสียด้วยการส่งผ่านความร้อนจากผิวร้อนสู่อากาศเย็นโดยตรง และสูญเสียจากการระเหยน้ำผิวหนังสู่อากาศแห้ง (ซึ่งต้องการความร้อนแฝง) 

 แต่อย่างไรก็ดีฝรั่งมีผิวหนากว่า (ที่หนานี้ก็เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อนนั่นเอง) ...เรื่องนี้คำนวณได้ยากมาก (แต่ถ้ามีใครให้เงินผมทำวิจัยรับรองว่าผมทำได้แน่ ) ณ จุดนี้ขอเดาว่า ฝรั่งจะเสียความร้อนผิวหนังมากกว่าเราวันละ ๑๐๐ แคล ...ณ จุดนี้เราควรกินวันละ ๑๑๗๕ แคลเท่านั้นแล้ว

สุดท้ายเรื่องกิจกรรมประจำวัน คนฝรั่งโดยเฉลี่ยเขามีกิจกรรมที่ active กว่าคนไทย (เทียบคนเมืองกับคนเมือง หรือ แม้เกษตรกรกับเกษตรกรก็ตาม) เช่นสำหรับคนเมืองนั้น เขาต้องตัดหญ้าสนามหน้าบ้านในหน้าร้อน ต้องโกยหิมะในหน้าหนาว และเขาชอบออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ไปเดินสวนสาธารณะ ส่วนคนเมืองไทยนอนดูทอทัดทั้งวัน ไม่ค่อยออกไปทำอะไรนอกบ้าน 

สำหรับนศ. ฝรั่งเขาเดินหรือถีบจย.ไปเรียน ส่วน นศ.ไทยขี่รถ หรือ มอไซค์ ตรงส่วนนี้ขอตัดอีกสัก ๗๕ แคล ก็เหลือกลมๆ ๑๑๐๐ แคล 

จบข่าวเรื่องแคลเพียงแค่นี้ ใครไม่เชื่อก็กิน ๒๐๐๐ แคลตามที่นักสุขภาพไทยแนะนำกันต่อไปให้อ้วนและเป็นโรคตายกันไปข้างหนึ่งก็แล้วกัน ชาติหน้าเจอกันบนสวรรค์หรือใต้นรกก็ทักทายกันมั่งเด๊อ 

ทีนี้จะมาว่าต่อเรื่องการกินน้ำ ซึ่งบทความก่อนๆ ผมเสนอว่าควรกินวันละ ๑-๒ แก้วเท่านั้น วันนี้ขออภัย...จะมาคำนวณใหม่ 

ก่อนอื่นเทียบส่วนนน. คนไทยตัวเล็กกว่าฝรั่ง ดังนั้นแทนที่จะ ๘ แก้วก็เหลือ ๖ เท่านั้นแล้ว 

ต่อไปคืออาหารไทยสามมื้อมีน้ำมื้อละแก้ว เช่น ข้าว ๑ จานมีน้ำประมาณครึ่งแก้ว ยังอาหารประเภทแกงทั้งหลาย ทั้งเผ็ดและจืด ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ในขณะที่อาหารฝรั่งแห้งมาก เช่น ขนมปัง เสต็ก ไข่ดาว แบบนี้ไทยเราจะกินน้ำผ่านอาหารสามมื้อมากกว่าฝรั่งอีกวันละ ๒ แก้ว ...ก็เหลือ ๔ แก้วแล้วนะ

และดังที่คำนวณไว้แล้วว่า เราเสียน้ำจากการหายใจน้อยกว่าฝรั่งอีกวันละแก้ว ..ก็เหลือ ๓ แก้วแล้วนะ 

ยังการสูญเสียจากการระเหยน้ำที่ผิวหนัง ฝรั่งจะมากกว่าเราเพราะอากาศเมืองเขาแห้งกว่า เรื่องนี้คำนวณยากอยู่ แต่ขอสักครึ่งแก้ว ...ก็เหลือ ๒ แก้วครึ่ง เท่านั้น จบข่าว 

การกินน้ำมากเกินไปกว่านี้ เช่นบางคนอ้างว่าต้องกินน้ำวันละ ๒ ลิตร เพื่อล้างพิษ ก็ตัวใครตัวมันละกัน (ระวังไตวาย ตายไวด้วย เพราะกินน้ำมาก ไตทำงานหนักในการขับฉี่) 

ในบทความก่อนๆ ผมได้เตือนไว้แล้วว่า การกินน้ำมากเกินไปจะทำให้เลือดใส และหัวใจทำงานหนักมากกว่าเลือดข้น (พลิกโผนักวิชาการฝรั่งและไทยที่ลอกฝรั่งมาผิดๆ อีกที) อีกทั้งภูมิต้านทานจะลดลงเนื่องจากเลือดใสเกินไป ก็จะโดนสองเด้ง (สนใจไปค้นหาอ่านกันดู ใน go to know ก็น่าจะมี)

สมัยผมเป็นพระธุดงค์ดั้นด้นไปในไพรสนธ์ แบกของหนัก เดินกลางแดดวันละ ๓๐ โล แต่กินวันละเพียงมื้อเดียว และกินน้ำเพียงวันละสัก ๒ แก้ว ผมก็อยู่ได้สบาย ตัวเบา แรงดี (แต่ผิวดำปึ๊ดจนน้องชายยังจำไม่ได้แม้ยืนตรงหน้า) นน. ลดจาก ๖๕ เหลือ ๕๕ ภายใน ๑๐ วันและทรงอยู่แค่นั้น (ผมสูง ๑๖๘) 

ทั้งที่เมื่อก่อนบวชผมกินวันละสามมื้อ บางทีก็สี่ด้วยซ้ำ และไม่ทำงานหนักอะไร 

นี้แสดงว่าอะไร ...แสดงว่า ร่างกายนั้นสามารถปรับอัตราการเผาผลาญอาหารได้ (metabolic rate) ตามพฤติกรรมการบริโภคของเรา 

 ดังนั้นที่ผมคำนวณว่าคนไทยเราควรกินวันละ ๑๑๐๐ แคลนั้นว่าไปแล้วจะลดลงอีกก็ยังได้ รับรองไม่ตายหร็อก แถมอายุจะยืนขึ้น ...ดังที่พระป่าหลายหมื่นรูปที่ฉันมื้อเดียวแล้วทำงานทั้งวันได้พิสูจน์ให้เราเห็นมาแล้วว่า ผอม แต่อายุยืน ไม่ค่อยมีโรคกันแทบทุกรูป นั่นแล เพราะพอกินน้อยอวัยวะภายใน ตับไตไส้พุงหัวใจม้ามก็ทำงานน้อยลงในการย่อยและลำเลียงอาหาร ก็เสื่อมสภาพน้อยกว่าปกติ

ขอให้ฉลาด มีสุขภาพดี อายุยืนอย่างมีศักดิ์ศรี และกล้าคิดทำอะไรค้านฝรั่งกันบ้างเด๊อคนไทยเด๊อ

...คนถางทาง (๕ มีนาคม ๒๕๕๖)


หมายเลขบันทึก: 521459เขียนเมื่อ 5 มีนาคม 2013 19:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 มีนาคม 2013 19:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

- ขอให้ฉลาด มีสุขภาพดี อายุยืนอย่างมีศักดิ์ศรี

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ ระลึกถึงด้วยจิตคารวะ :) 


ระลึกถึงเช่นกันครับ คุณ ปู  ..หวังว่าคงจะไ้ด้เจอปูเป็นๆ สักวัน :-)

฿289.00 -68.17%
฿29.00 -75.86%
฿1,500.00 -48.2%
฿1,295.00 -81.2%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี