"แล้ววางมือจากงานมานั่งคิด นั่งทำจิตทำสติให้สงบ"
                      สักกวา   เดินชม   พฤกษาชาติ
ดารดาษ   พร่างพื้น   พนาสัณฑ์
กล้วยไม้   จำปี   สะลิวัลย์
แข่งประชัน   ชูช่อสวย  แสนเพลินตา
                     ทั้งนางแย้ม   สายหยุด   พุทชาด
แลสะอาด   บริสุทธิ์   สุดสรรหา
ครั้นยามเย็น   จวนสิ้นแสง   สุริยา
ระรวยกลิ่น   กระดังงา   พาชื่นใจ
                      ยามพระพาย   ชายพัด   มารวยรวย
ราตรีสวย   โปรยกลิ่นหอม   ชวนหลงใหล
รสสุคนธ์   โชยมา   จับฤทัย
สุขสดใส   อยู่ท่ามกลาง   หว่างพฤษา
                      มัวเพลิดเพลิน   เดินหลง  กลางไพรพฤกษ์
มิทันนึก   หวนคำนึง   ซึ่งเวลา
จนพลบค่ำ   ดาวเดือน   เคลื่อนคล้อยมา
จิตผวา   ฟื้นคืน   เราฝันไป
                       นั่งทบทวน   เรื่องราว   แห่งความฝัน
ให้หวาดหวั่น   พรั่นจิต   เพราะเหตุไฉน
เราจึงได้   เข้าสู่ ห้วง  วังวนไพร
ด้วยเพราะใจ  เรานั้น  เฝ้ากังวล
                        กังวลว่า   จะส่งงาน   นั้นไม่ทัน
จิตจึง   หันเหไป   ในไพรสณฑ์
เหตุเพราะจิต   ไม่สงบ   จึงอับจน
เฝ้าเวียนวน   หาหนทาง   มิพานพบ
                        จงวางมือ   จากงาน   มานั่งคิด
นั่งทำจิต   ทำสติ   ให้สงบ
หายใจเข้า   หายใจออก   บอกกำหนด
แล้วจะพบ   ซึ่งความสุข   นิรันดร์เอย.
                                                     ๑๒ : ๒๕  น.
                                                  ๒๗ / กันย์ / ๔๙