คำว่า " เพื่อน "
วัดกันที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ

วันนี้ ฉันอยากจะบันทึกเรื่องราวของเพื่อนสาวคนดีของฉันไว้
ในพื้นที่แห่งความสุข ความหวัง และกำลังใจแห่งนี้
ถึงแม้ว่าเราจะยังเรียนด้วยกันอีกสี่ปี แต่ความทรงจำดี ๆ แบบนี้
ฉันไม่อยากให้มันลางเลือนและหายไป

เขาเป็นสาวน้อยที่มาจากเมืองเจ้าแม่จามเทวี
วันแรกเลยที่เราได้พบกันตอนเข้าค่ายช่วงปิดเทอม 2 ของ ม.6 ปีที่แล้ว
เพื่อนแต่ละคนที่มาเรียนที่นี้ พ่อและแม่ของแต่ละคนก็มาส่งลูกของเขากันมากมาย
มีแต่ฉันและเพื่อนสาวคนนี้เท่านั้นที่ต้องมาคนเดียว
แต่เหตุผลที่ว่าทำไมฉันและเขาถึงมาคนเดียวนั้น มันแตกต่างกัน
พ่อกับแม่ของฉันต้องไปทำงานที่สุพรรณบุรี
แต่เขาไม่ใช่ พ่อกับแม่ของเขาเลิกกัน
และพ่อของเขาก็จากเขาไปแค่ไม่กี่วันก่อนมาเข้าค่าย
เขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง มีแต่ฉันที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว
คุยนั่น เล่นนี่ กับเขาตลอดเวลา
เขาก็ได้แต่หัวเราะ และเรียกชื่อฉันเท่านั้น
ตลอดระยะเวลาที่เข้าค่ายนั้น เขาก็ยังร่าเริงสดใสในความเรียบร้อย 
และพูดน้อยของเขา
แต่มิตรภาพของเราก็เป็นไปด้วยดี

ตอนเปิดเทอมมาเรียนกันวันแรก เราต้องแบ่งห้องกันนอน
เราได้นอนห้องเดียวกัน เขานอนข้างเตียงของฉัน
เวลาที่ผ่านมามันทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น ได้เห็นอะไร ๆ ในตัวของกันมากขึ้น
มันก็ทำให้เราไว้ใจกันและกัน
และมันทำให้เรารู้เรื่องที่เกี่ยวกับเขามากขึ้น

ชีวิตของเขาต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย
แต่มันไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้เลย
มันกลับทำให้เขาโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น และมีแรงผลักดันที่ทำให้เขาเดินต่อ

เขาไม่ได้แต่ทำให้ตัวเองเท่านั้นที่เข้มแข็งขึ้น
แต่เขาทำให้ฉันที่อยู่ตรงนี้เข้มแข็งขึ้นด้วย

บางคนบอกว่าได้เป็นคนที่ จำเป็นแต่ไม่สำคัญ
แต่เพื่อนสาวคนนี้ ฉันคิดว่า เขาสำคัญและจำเป็นกับฉัน

ปิดเทอมนี้เราก็จะหางานพิเศษทำด้วยกัน
เขาทำเพื่อมีเงินใช้ตอนเปิดเทอม
ฉันทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน
ขอให้ปิดเทอมนี้เป็นปิดเทอมที่ดี มีความสุขของเรา
และของทุก ๆคน ด้วยนะคะ


เพื่่อนสาวผู้เรียบร้อยจากเมืองลี้ของฉัน
นามของเธอนั้นเป็นชื่อสัตว์น้อยน่ารักที่ออกจากไข่
เพื่อนสาวผู้แข็งแกร่งทั้งกายใจ
เพื่อนสาวที่อยู่ข้างกายและข้างเตียง
ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจ
ให้คนเล็ก ๆ ได้ก้าวไปข้างหน้า
เป็นเพื่อนกันอย่างนี้ตลอดมา และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป