เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันการศึกษามีผลต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก ผู้ปกครองทุกคนเห็นความสำคัญของการศึกษาและอยากให้บุตรของตนเองเรียนได้ในระดับต้นๆของห้องเรียน เด็กบางคนต้องเรียนพิเศษทุกวันเพื่อให้เรียนได้คะแนนสูงๆ เด็กบางคนเรียนเท่าไรก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เรียนอยู่ดี ทั้งๆที่ระดับIQปกติเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ สมาธิก็ปกติสมวัย เด็กเหล่านี้อาจจะเข้าข่ายเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้หรือ LD (learning disability)
เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้หรือ LD (learning disability) จะมีปัญหาใน 3 ด้านหลักๆ คือ บกพร่องทางการอ่าน (dyslexia) บกพร่องทางการเขียน (dysgraphia) และบกพร่องทางการคิดคำนวณ (dyscalculia) เด็กบางคนมีอาการเดียว แต่บางคนก็มีหลายอาการผสมกัน จากการที่ได้ไปฝึกปฏิบัติการตามโรงพยาบาลต่างๆ ดิฉันได้พบกับเด็กกลุ่มนี้หลายราย ได้ทำการประเมินทางกิจกรรมบำบัดและส่งเสริมทักษะพื้นฐานในด้านที่เด็กบกพร่องไป จากการสังเกตขณะฝึกเด็กส่วนใหญ่จะขาดความมั่นใจในการตอบคำถามเพราะกลัวที่จะตอบผิด ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กทั่วไปจะกล้าแสดงออก หากเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็อาจจะทำให้กลายเป็นเด็กขาดความมั่นใจ ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง(self-value)
ครอบครัวมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้มีความสามารถใกล้เคียงปกติหรือปกติเหมือนเด็กทั่วไป บางครอบครัวไม่ใส่ใจในด้านนี้ คิดว่าเดี๋ยวโตขึ้นก็จะดีขึ้นเอง จึงปล่อยเลยตามเลย บางครอบครัวคิดว่าเด็กเรียนได้คะแนนไม่ดี ต้องพาไปเรียนพิเศษมากๆ ยิ่งสร้างความกดดันให้แก่เด็ก เด็กก็จะยิ่งขาดความมั่นใจในตนเอง หากคนในครอบครัว รู้เกี่ยวกับอาการของโรคนี้คร่าวๆและหมั่นสังเกตเด็ก เมื่อพบว่าเด็กมีอาการแล้วพาไปพบนักกิจกรรมบำบัดตั้งแต่เนิ่นๆ เด็กก็จะสามารถเรียนได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป และหากครอบครัวเข้าใจ ให้ความรักความอบอุ่นแก่เด็ก เด็กก็จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพที่ดีและมีความสุขกับการใช้ชีวิตในสังคม ^O^
เป็นกำลังใจนะคะ