"...ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก      สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

เมาเหล้า..เช้าสาย..ก็หายไป           แต่เมาใจเป็นประจำทุกค่ำคืน  จำไว้นะ ..."


ถ้อยคำที่ปู่สอน  หลานยังจำได้อยู่ทุกครั้งที่ได้ยินหรือได้เห็นบทกลอนนี้  แม้ว่าปู่อาจจะพูดผิดเพี้ยนไปด้วยความเมาบ้างก็ตาม  แต่กระนั้น  ก็ยังแฝงไปด้วยความหวังดีอยู่เสมอ 
ปู่เคยท่องบทกลอนนี้ให้ฟังหลายครั้ง  แต่ไม่เคยบอกถึงที่มา  คล้ายกับปู่ต้องการสื่อให้รู้ว่า (ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า) " ไม่ว่าจะเมาเหล้า หรือ เมารัก ก็คือเมาเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือ  เมาเหล้า ก็เมาแค่วันนี้  พรุ่งนี้ก็หาย  แต่เมารัก (ย่า) ก็จะเมาไปตลอดไม่เสื่อมคลาย เมาเหล้าเลิกได้ เดี๋ยวพุ่งนี้ก็หาย  แต่เมารัก เป็นตลอด "
แม้ว่าทุกวันนี้จะไม่ได้ยินเสียงปู่มาพูดจาอ้อแอ้บ้าง หนักแน่นบ้างในบางคำ แต่คำสอนของปู่ น้ำเสียงปู่ก็จะอยู่ในความทรงจำของหลานตลอดไป...
ด้วยรักและคิดถึง
ไอ้เม..หลานของปู่

"ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา

โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย

ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป

ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน"
...วรรคทองจากนิราศภูเขาทอง...