ภาษาไทยมาจากไหน (ทฤษฎีใหม่)


ผมได้ตั้งทฤษฎีใหม่ไว้แล้วว่า พระเจ้าอู่ทองเป็นขอม หนีตายจากการที่ทาสเขมรล้มบัลลังก์ที่นครวัด  จึงมาก่อตั้งเมืองอยุธยา

ดังนั้นจึงทรงตรัสเป็นภาษาขอม ซึ่งกลายมาเป็นราชาศัพท์ของไทยจนถึงวันนี้

แต่น่าสงสัยมากว่าแล้วภาษาไทยเล่าเข้ามาได้อย่างไร  เพราะอยุธยาคนขอมทั้งนั้น อีกทั้งรอบๆ ก็มอญ  เช่น ลพบุรี สุพรรณบุรีนั้นน่าจะเป็นมอญ ดังเช่นมีเจ้าเมืองชื่อขุนหลวงพะงั่ว ก็เป็นภาษามอญ แปลว่าดวงจันทร์  

ที่น่าสนใจยิ่งคือ ภาษาปักษ์ใต้วันนี้ กับภาษาไทยวันนี้แตกต่างกันน้อยมาก (ยกเว้นสำเนียง) ผิดกับภาษาล้านนา หรืออีสาน ที่มีคำศัพท์ต่างไปจากภาษาไทยปัจจุบันพอควร 

ผมจึงขอตั้งทฤษฎีใหม่ทางเลือกอีกหนึ่งทฤษฎีว่า ภาษาไทยวันนี้มีต้นกำเนิดจากภาษาปักษ์ใต้  เหตุผลเป็นดังนี้...

มีตำนานว่าพระเจ้าอู่ทองทรงมีพระราชินีเป็นคนใต้ (และอาจเป็นมุสลิม ดังที่ได้ทรงสร้างสุเหร่าไว้หลายแห่งในอยุธยาตอนต้น)  ซึ่งถ้าเป็นจริงแสดงว่าทรงติดตามกันมาตั้งแต่นครวัดเป็นแน่

ตำนานนี้ไปพ้องกับตำนานในรัฐกลันตัน (มาเลเซียวันนี้) ที่อ้างกันว่าพระศพของพระเจ้าอู่ทองยังฝังอยู่ที่นั่นจนวันนี้  (ถ้าจริงแสดงว่าพระราชินีคงจะนำพระศพพระเจ้าอู่ทองไปฝังที่นั่น) 

อีกทั้งคนสยามตั้งรกรากอยู่ที่นั่นมานานแล้ว แม้วันนี้ก็ยังมีคนสยามอยู่ที่กลันตันเกือบสองหมื่นคนนับถือทั้งพุทธและอิสลาม พูดภาษาสยามเหมือนคนปักษ์ใต้เรานี่แหละ

พงศาวดารล้านนา ก็มีการระบุว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นมุสลิมมาจากแหลมมาลายู  (ซึ่งอาจเป็นการเข้าใจผิด จริงๆ แล้วเป็นเพียงพระราชินีเป็นมุสลิมมาจากปักษ์ใต้)

จึงมีความเป็นไปได้ว่า  พระราชินีเป็นคนเชื้อสายสยาม พูดภาษาสยาม (แต่เป็นมุสลิม)  ไปจากปักษ์ใต้บางแห่ง  (ที่อาจไม่ใช่กลันตันก็เป็นได้)   และเอาญาติมิตรไปอยู่ที่อยุธยามาก จนต้องสร้างสุเหร่าให้ประกอบพิธีทางศาสนา ว่าไปแล้วแม้วันนี้ที่อยุธยาก็มีชาวมุสลิมอยู่มากอย่างน่าฉงน คงจะสืบเชื้อสายมาจากสมัยพระเจ้าอู่ทองนี่เองกระมัง

หรือเป็นไปได้ว่าพระราชินีเป็นชาวพุทธ แต่ญาติไปแต่งงานกับมุสลิม ก็เลยต้องกลายเป็นมุสลิมไปด้วย พอญาติย้ายตามมาอยู่ที่อยุธยาก็เลยต้องสร้างสุเหร่าให้

พอไปอยู่อยุธยา คนพูดภาษาสยามเหล่านี้ก็มีอิทธิพลด้านภาษา เพราะเป็นพระราชินีและเป็นญาติมิตรพระราชินี  อำมาตย์ขุนนางจะเข้าหาต่างก็ต้องเรียนรู้ภาษาสยามนี้ ประกอบกับเป็นภาษาที่ไพเราะเรียนรู้ง่าย ก็เลยมีอิทธิพลเหนือภาษามอญขอมในที่สุด 

อนึ่งพึงเข้าใจด้วยว่าภาษาขอมนั้นก็มีคำ “ไทย” ปนมาก และชาวเมืองพระนครก่อนแต่จะอพยพมาอยุธยานั้นก็มีคนสยามอยู่มากแต่เดิมทีแล้ว  (ดังที่บันทึกไว้โดยโจวตากวน)  ซึ่งผมได้เสนอว่าขอมก็คือสยามนั่นแหละ พวกเดียวกัน  แต่ภาษาพูดอาจมีหลายเผ่าต่างกันไป  ชื่อปราสาทในนครวัด นครธม นั้นภาษาสยามเสียเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำไป

แม้ภาษาสยามปักษ์ใต้จะครอบงำอยุธยาแล้ว แต่การเรียนภาษาขอมก็ยังเป็นภาษาบังคับในการเรียนมาตลอดสมัยอยุธยากระทั่งต้นรัตนโกสินทร์  เหมือนกับว่าเป็นภาษาที่สองแบบเราเรียนภาษาอังกฤษวันนี้

เพื่อนอาจารย์นักปราชญ์จากปักษ์ใต้ท่านหนึ่งก็อ้างตำนานว่า ในสมัยโน้นมีการส่งครูจากนครศรีธรรมราชเพื่อไปสอนหนังสือให้คนอยุธยา  ซึ่งมาพ้องกับทฤษทางเลือกที่ผมเสนอพอดีว่าภาษาไทยมาจากปักษ์ใต้  เพียงแต่พอมาถึงอยุธยาสำเนียงก็เพี้ยนไปแต่คำศัพท์เป็นคำเดิมทุกประการ

วันนี้ผมไปปักษ์ใต้แอบฟังเขาคุยกัน ผมฟังออกเกือบหมด น่าจะ ๙๕% แต่ฟังภาษาเหนือไม่ค่อยออก  ภาษาอีสานนั้นอาศัยฝึกมานานก็พอฟังออกทั้งที่ต่างจากภาษากลางมาก

เรื่องนี้น่าสนุกและค้นคว้าเป็นอย่างยิ่ง  เพราะยังพอมีตำนาน พงศาวดาร  และร่องรอยให้พอสืบเสาะได้

...คนถางทาง (๑๙ กพ. ๒๕๕๖)