มาช้ายังดีกว่าไม่มา

 

บอกตามตรงครับว่าสัญญาว่าจะลงแล้ว
พอเขียนเสร็จก็มืดแล้วนอนวันต่อมาลืมสนิท
..
จนกระทั่งเลยเถิดมาจนถึงตอนนี้รีบลงให้ในขณะที่ยังนึกได้อยู่
มาช้ายังดีกว่าไม่มาใช่มะคุณจตุพร 

ได้อ่านบันทึกของคุณจตุพรในเรื่อง ความรู้ต้องคู่คุณธรรม
ทำให้นึกถึงพระราชดำรัสในหลวงที่เพิ่งอ่านสดๆ ร้อนๆ มาอาทิตย์ที่แล้ว
ได้รับสปอนเซอร์ เอ้ย การเอื้อเฟื้อจาก พี่พัชรา
ขอบคุณมากครับสำหรับหนังสือ
พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท 

วิธีสร้างความสำเร็จในชีวิตและการงาน

.....ผู้ที่สำเร็จในการงานและชีวิตที่แน่นอนได้นั้น ควรมีคุณสมบัติประกอบ พร้อมกันอย่างน้อย 5 ประการ

ประการแรก ควรจะมีความสุจริต มีความจริงใจ ความตั้งใจจริง ความอุตสาหะอดทน และความเมตตาเสียสละ เป็นพื้นฐานจิตใจ

ประการที่สอง ควรจะต้องมีความรู้ที่แม่นยำ ชำนาญ พร้อมทั้งฝีมือหรือความสามารถในเชิงปฏิบัติเป็นเครื่องมือสำหรับประกอบการ

ประการที่สาม ควรจะต้องมีสติ ความยั้งคิด และวิจารณญาณอันถี่ถ้วนรอบคอบ เป็นเครื่องมือควบคุมกำกับให้ดำเนินงานไปได้อย่างถูกต้อง เที่ยงตรงตามทิศทาง 

ประการที่สี่ จะต้องมีความรอบรู้ มีความสามารถประสานงานและประสานประโยชน์กับผู้อื่นอย่างกว้างขวาง เป็นเครื่องส่งเสริมให้ทำงานได้คล่องตัวและก้าวหน้า

ประการที่ห้า ซึ่งสำคัญสุด จะต้องมีความฉลาดรู้ในเหตุในผล ในความผิดถูกชั่วดี ในความพอเหมาะพอสม เป็นเครื่องตัดสินและสั่งการปฏิบัติงานทั้งมวล ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ…” 

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

จากหน้าที่ 10 ของหนังสือ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท  


 

อ่านครั้งแรก อิจฉานักศึกษาที่ได้ปริญญาตอนนั้นที่ได้รับฟังพระราชดำรัสดีๆ แบบนี้

อ่านครั้งที่สอง (หายอิจฉาแล้ว) อ่านทบทวนอีกรอบอย่างละเอียด รู้สึกข้อแรกครอบคลุมกว้างขวางและทำได้ยากเย็นอย่างยิ่งข้อสองเป็นเรื่องที่เราต้องฝึกฝนในอาชีพข้อสามนี้ผมยังขาดแคลนอยู่ ในเรื่องความละเอียดข้อสี่ น่าจะเป็นความรู้ในเรื่องการบริหารงานในกลุ่มตัวเองและกลุ่มงานอื่นๆ ที่ผมกำลังทำอยู่ข้อห้า คือ ทางสายกลางหรือความพอเพียง   

ปล.ศาสตร์มาจากคำว่า ศาสตรา เพิ่งรู้นะเนี่ย อืมๆ (นึกว่ามาจาก ศึกษาหรืออะไรทำนองนี้ครับ)

ปล2. เน็ตอืดมากๆ เลย