หลายวันเเล้วที่ห่างหายจากการเขียนบันทึกซึ่งไม่ว่าจะด้วยภาระหน้าที่การงานที่มากในช่วงนี้เพราะใกล้สอบเเล้ว วันนี้พอดีไปเจอเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมาเลยอยากนำมาเล่าสู่ผู้อ่านทุกท่านได้ได้สัมผัสถึงความน่ารักของน้องหมาที่ดิฉันไปเจอมา
หน้าหอสมุดของมหาวิทยาลัยทุกครั้งที่ดิฉันไปนั่งอยู่ที่นั้นจะพบน้องหมาย4-5ตัวที่ประจำการอยู่ที่นั่นหลายครั้งที่พวกมันจะขึ้นจับจองที่นอนบนโต๊ะที่มีไว้สำหรับคนเเละถูกไล่เพื่อให้ไปอยู่ให้ถูกที่ถูกทาง หลายครั้งที่เห็นนิสิตที่ใจดีหยิบยื่นขนมให้พวกมันซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้ประจำ ซึ่งเจ้าหมาเหล่านี้จะอยู่ร่วมกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งหากเราสังเกตดีๆแล้วจะพบความน่ารักและความเฉลียวฉลาดในตัวพวกมันมากมาย ซึ่งคนที่ไม่ชอบสุนัขอยู่เป็นทุนเดิมอาจมองข้ามภาพความน่ารักเหล่านั้นไปได้
สิ่งที่เจอในวันนี้น้องหมาตัวเดิมที่คุ้นหน้าคุ้นตาตลอดได้เดินมาหาดิฉันที่นั่งอยู่คนเดียวมันนั่งลงตรงหน้าซึ่งตอนแรกดูเหมือนจะอยากทักทายเเต่ยังแฝงด้วยความกลัวอยู่ เเต่เมื่อดิฉันถามมันด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรมันรู้สึกดีใจมาก ลุกขึ้นมาเลียเเข้งเลียขาเเล้วยกสองขาหน้าขึ้นมาบนขอบโต๊ะตรงหน้าดิฉัน เมื่อดิฉันเอามือลูบหัวมันยิ่งทำให้สัมผัสได้ว่ามันดูมีความสุขที่เราไม่รังเกียจมันที่มันเป็นหมาไม่มีบ้าน ไม่ได้อาบน้ำฟอกเเชมพู เหมือนหมาที่มีเจ้าของคอยดูเเลทั่วไป ซึ่งความรู้สึกในตอนนั้นดิฉันรู้สึกเลยว่าไม่ว่าคนหรือสัตว์ย่อมอยากให้คนอื่นมองเห็นค่าเเละไม่ดูถูกตำหนิที่ตัวเราเป็นเรา ซึ่งน้องหมายังทำให้เราเห็นด้วยว่าเมื่อสร้างมิตรก็จะได้ความเป็นมิตรตอบ คงไม่ต่างกับคนเรามากนักหากรู้จักมีความกรุณาแก่กันย่อมได้รับมิตรภาพที่ดีกลับมาอีกทั้งการไม่ตำหนิสิ่งด้อยกว่าตัวเราย่อมทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขมากขึ้น
น้องหมาอาจพูดไม่ได้ เเต่สำหรับดิฉันเเล้วหากมองด้วยใจเราจะพบว่าพวกเขาเหล่านั้นก็มีความรู้สึกไม่ต่างไปจากคนเช่นเราๆเหมือนกัน พวกเขาต้องการเพื่อน ต้องการสมาชิกในครอบครัวที่อบอุ่น ต้องการคนที่ยอมรับเเละทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆ ซึ่งวันนี้น้องหมาตัวนั้นได้สอนให้ดิฉันรู้ว่า ความเมตตาที่มีต่อกันไม่ว่าคนหนือสัตว์ นอกจากจะทำให้ตัวเรามีจิตใจที่เอิบอิ่มเเล้วยังทำให้ผู้ได้รับนั้นมีความสุขไปด้วย
น้องหมาน่ารักนะคะ เขาเข้าใจเพียงแต่พูดไม่ได้เท่านั้นเอง