"โต๊ะนี้มีคนเก่งจะถามว่า ทำไมครูไม่ท้าผม"

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครูนกไปท้านักเรียนผู้ชายคนหนึ่งว่า "หากทำคะแนนเคมีได้สูงสุดของห้อง ครูจะเลี้ยงพิซซ่าทั้งห้อง"   เด็กผู้ชายที่ครูนกท้าจะเป็นเด็กผู้ชายตัวผอมบาง  ไม่สบายเป็นระยะ และมีประสบการณ์ในการเรียนวิทยาลัยเทคนิคมาหนึ่งปีแล้วมาสอบเป็นเด็กสายวิทย์   บ่อยครั้งที่เจ้าจ้อยจะไม่ยอมจด แต่จะคว้าโทรศัพท์มาถ่ายโน้นนี้บนกระดาน ทำให้ครูนกอยากสร้างแรงจูงใจในการเรียนเคมีให้เขาโดยบอกว่า "ถ้าลูกทำคะแนนได้มากที่สุดของห้อง ครูจะเลี้ยงพิซซ่าทั้งห้อง"  ปรากฏว่า  เจ้าตัวรับคำท้า  ส่วนเพื่อนๆ จะถามว่า  "ครู  ทำไมไม่ท้าเจ้ากันต์"  ครูนกเลยให้เหตุผลว่า  คนที่ครูท้าจะต้องมีความหมายในลักษณะท้าให้เกิดผลเชิงบวก เปลี่ยนคนไม่เก่ง เป็น คนเก่ง เปลี่ยนคนไม่ชอบเป็นคนชอบ  เพื่อนๆ บอกว่า "ยากจัง"
                                     
                                               "เจ้าของคำถาม เลี้ยงโต๊ะละกล่องได้มั่ยค่ะ"
          วันนี้ขณะที่ครูนกกำลังเริ่มลงมือสอน ได้ยินเจ้าตัวจ้อยคุยกับเพื่อนเรื่อง "พิซซ่า"  ครูนกลืมเรื่องที่คุยเมื่อสัปดาห์ก่อนไปสนิทเข้าใจว่าเด็กคุยเรื่องการสอบ PISA   เจ้าตัวมุ่งมั่นกึ่งลังเล  สาวน้อยคนเก่งของห้องตะโกนมาบอกครูนก "ครูขา พิซซ่าโต๊ะละกล่องเลยนะค่ะ" ครูนกรีบนับโต๊ะ...ผลปรากฏว่า มี สิบเอ็บโต๊ะอยู่ในเกณฑ์รับได้อยู่ ก็เลยรับปากเด็กๆ ไปว่า โต๊ะละกล่อง  คราวนี้เพื่อนเริ่มคาดคั้นเจ้าตัวจ้อย  เขาหันมาถามครูนกว่า "ผมจะทำได้เหรอครู" ครูนกบอกว่าได้สิแต่เพื่อนๆ ต้องช่วยกัน หากทั้งห้องอยากกินพิซซ่า

                         
                                                                  "เราต้องทำให้ได้ครับ"
          สรุปเด็กน้อยจะเตรียมอ่านหนังสือตะลุยกรดเบสกับครูนกหรือไม่  ครูนกก็ต้องหยอดกระปุกไว้ก่อนละงานนี้ ความมุ่งมั่นของเด็กเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้ค่ะ