1.
ตรวจสอบชื่อ-สกุลและชนิดของการสวนปัสสาวะจากคำสั่งการ
รักษา เพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ให้ถูกต้องและเหมาะสม
2. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความจำเป็นในการสวนปัสสาวะ
การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยขณะสวนปัสสาวะ เพื่อช่วยลดความกลัว ความวิตกกังวลและได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วย
3. ประเมินสภาพผู้ป่วยก่อนการสวนปัสสาวะเพื่อประเมิน
ความสามารถของผู้ป่วยในการจัดท่านอนสำหรับสวนปัสสาวะ
4. ล้างมือให้สะอาด เพื่อลดโอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อ
5. จัดเตรียมเครื่องใช้มาวางที่เตียงผู้ป่วยเพื่อความพร้อมในการสวน
ปัสสาวะ
6. ปิดประตูหรือกั้นม่านให้มิดชิด เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยผู้ป่วย
7. จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ โดยใช้โคมไฟหรือไฟฉายส่องไปที่อวัยวะ
สืบพันธุ์ เพื่อให้สามารถมองเห็นรูปเปิดของท่อปัสสาวะ
8. ผู้ทำยืนข้างเตียงผู้ป่วยข้างที่ตนถนัด เช่น ผู้ที่ถนัดมือขวาควรเข้าข้าง
ขวาองผู้ป่วย ผู้ที่ถนัดมือซ้ายควรเข้าข้างซ้ายของผู้ป่วย
9. จัดท่าที่ใช้ในการสวนปัสสาวะให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถมองเห็น
รูเปิดของท่อปัสสาวะได้ชัดเจน
ในผู้ป่วยหญิง จัดให้อยู่ในท่านอนหงายชนเข่า (Dorsal recumbent position) ปิดตา ห่มผ้า ถอดผ้านุ่ง จัดผ้าคลุม เปิดเฉพาะบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก (drape) การชันเข่า ควรบอกผู้ป่วยให้วางส้นเท้าชิดกัน เท้าทั้งสองข้างห่างกันประมาณ 2 ฟุตการคลุมผ้าช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกการเป็นส่วนตัว
รูปแสดงวิธีการพันผ้า (drape) เพื่อปิดเฉพาะส่วนเพศหญิง
ในผู้ป่วยชายจัดให้อยู่ในท่านอนหงาย (Dorsal position) ปิดตา ถอดกางเกงจัดผ้าห่มคลุมส่วนบนของร่างกายจนถึงหัวหน่าว และใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่คลุมตั้งแต่ องคชาตลงมา เปิดเฉพาะบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก (drape)
10. ชำระอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้สะอาดเพื่อลดจำนวนจุลินทรีย์ที่อาจ
ปนเปื้อนติดสายสวนปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะขณะสอดใส่สายสวน
11. นำชุดสวนปัสสาวะวางไว้ระหว่างขาของผู้ป่วยใกล้กับอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเปิดผ้าห่อ ออกทั้ง 4 มุม ด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ เพื่อให้มีพื้นที่สะอาดไม่เกิดการปนเปื้อนและเทน้ำยาระงับเชื้อลงบนสำลี ในชามกลมพอให้สำลีเปียกชุ่ม บีบสารหล่อลื่นลงบนก็อซในชามรูปไต ฉีกซองสายสวนปัสสาวะ วางไว้ในชุดสวนปัสสาวะกระทำกิจกรรมดังกล่าวด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
12. ใส่ถุงมือด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ เพื่อให้มือผู้ทำการสวนปัสสาวะ
ปราศจากเชื้อ สามารถหยิบจับของสะอาดปราศจากเชื้อได้
13. คลี่ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลางคลุมบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้ช่องเจาะกลางอยู่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
14. หยิบสายสวนปัสสาวะ เลือกขนาดให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ทาปลายสายสวนปัสสาวะด้วยสารหล่อลื่นในผู้หญิงยาว 1-2 นิ้ว ในผู้ชายยาว 6-7 นิ้ว (ระวังอุดรูที่ปลายสายสวนปัสสาวะ)วางไว้ในชามรูปไต สารหล่อลื่นช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บบริเวณท่อปัสสาวะ
15. หยิบชามกลมใบว่าง (สำหรับใส่สำลีที่ใช้แล้ว) วางไว้ใกล้ผู้ป่วยและชามกลมใบที่มีสำลีวางถัดออกมา เพื่อไม่ให้เกิดการข้ามกรายของสะอาดขณะทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
16. ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกโดยใช้ปากคีบในผู้ป่วยหญิง เมื่อทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกจนถึงแคมใน ใช้นิ้วมือข้างที่ไม่ถนัดแหวกแคมในให้กว้างและยกขึ้นจะเห็นรูเปิดของท่อปัสสาวะชัดเจน แล้วใช้สำลีเช็ดตรงรูเปิดของท่อปัสสาวะ และแหวกค้างไว้จนกระทั่งสอดสายสวนปัสสาวะ และมีน้ำปัสสาวะไหลออกมา อย่าลืมว่ามือที่ใช้แหวกแคมนี้ไม่ปลอดเชื้ออีกต่อไป เพื่อระวังมือสัมผัสก่อให้เกิดการปนเปื้อนเครื่องใช้ที่ปลอดเชื้อ
ในผู้ป่วยชายใช้มือข้างที่ไม่ถนัดจับองคชาตตั้งขึ้นทำมุม 90 องศา กับร่างกายแล้วใช้มือข้างที่ถนัดเช็ดบริเวณรูเปิดของท่อปัสสาวะ เช็ดวนออกมาด้านนอกแล้วเช็ดจากปลายองคชาตลงมา 3 - 4 ครั้งไม่เช็ดย้อนไปมา และการเช็ดแต่ละครั้งให้ใช้สำลีก้อนใหม่
17. ใช้ปากคีบเลื่อนชามกลมทั้งสองห่างจากก้นผู้ป่วย ยกชามรูปไตที่ใส่สายปัสสาวะวางไว้บริเวณใกล้ตัวผู้ป่วย ใช้มือข้างที่ถนัดจับสายสวนปัสสาวะ ปลายอีกข้างหนึ่งวางไว้ในชามรูปไต
18. บอกให้ผู้ป่วยหายใจยาว ๆ ยาว ๆ สอดสายสวนปัสสาวะเข้าไปในรูเปิดของท่อปัสสาวะในผู้หญิงสอดลึกอย่างน้อย 2 - 3 นิ้ว ผู้ชายสอดลึก 6 - 9 นิ้ว และดูการไหลของปัสสาวะ
รูปแสดงวิธีการสอดใส่สายสวนปัสสาวะเพศหญิง เพศชาย
19. ภายหลังที่ปัสสาวะไหลดี สอดสาย Foley catheter เข้าไปอีก 1 นิ้ว เพื่อให้แน่ใจว่าลูกโป่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ
20. ใส่น้ำกลั่นเข้าทางหางที่เป็นแถบสีถ้าผู้ป่วยบ่นรำคาญหรือเจ็บปวดหลังใส่น้ำกลั่นให้รีบเอาน้ำออก เพราะอาจจะอยู่ในท่อทางเดินปัสสาวะ
21. ค่อย ๆ ดึงสายออกมาเบา ๆ เพื่อลดการดึงรั้งของสายบริเวณคอปัสสาวะต่อสายสวนปัสสาวะกับถุงเก็บปัสสาวะด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
22. ตรึงสายสวนปัสสาวะด้วยพลาสเตอร์ไว้ที่หน้าขาของผู้หญิงส่วนผู้ชายตรึงสายสวนปัสสาวะไว้ที่หน้าท้องน้อยและโคนขาในผู้ชาย
23. แขวนถุงปัสสาวะให้อยู่ต่ำกว่าระดับกระเพาะปัสสาวะ ควรสังเกตดูการไหลของปัสสาวะบ่อยๆพร้อมกับตรวจดูที่สายสวนปัสสาวะ และสายท่อต่อไม่ให้หักพับงอ หรือผู้ป่วยนอนทับ
24. จัดท่า จัดเสื้อผ้าให้อยู่ในท่าที่สุขสบาย เก็บอุปกรณ์ บันทึกทางการพยาบาลเกี่ยวกับการสวนปัสสาวะให้ครอบคลุมรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่สวน ลักษณะสี กลิ่น จำนวนและสิ่งผิดปกติ
....................ขอบคุณที่ติดตามชม..........................

