
เมื่อวานในคาบพบครูที่ปรึกษาครูนกตั้งใจจะให้นักเรียนทำความสะอาดห้องเรียนแล้วก็แยกย้ายเนื่องจากทั้งครูและศิษย์มีภารกิจมากมายที่ต้องเตรียมการเพราะสัปดาห์หน้าโรงเรียนเราจะมีกิจกรรมใหญ่ ๒ กิจกรรมคือ กิจกรรมวันแสดงกิจกรรมชุมนุมและกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมค่ายรักอะตอม แต่เนื่องจากมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งของห้องที่มีพฤติกรรมไม่เคารพกฏ กติกาของห้อง และไม่รักษาเวลาอยู่เนื่องๆ ทำให้ครูนกเปลี่ยนแผนแบบภายใน ๕ นาที กลับไปเอากระดาษขนาด A๔

ก่อนจะลงมือทำกิจกรรม "จดหมายถึงเพื่อน" ครูนกได้บอกเล่าความรู้สึกตามที่ตั้งใจว่าจะทำอะไรในห้องเรียน และชี้ประเด็นให้เห็นว่าทำไมต้องมีกิจกรรมนี้ขึ้นมา
ครูนกบอกว่า ตลอดหนึ่งปีการศึกษาที่เราอยู่ด้วยกันอีกสองสัปดาห์ใกล้จะครบกำหนดมีเรื่องหนึ่งที่นักเรียนยังคงทำซ้ำๆ ครูเตือนก็ไม่ปรับเปลี่ยนคือ การเล่นเกมในห้องเรียน การไปเล่นกีฬาแล้วทำให้เข้าห้องเรียนสาย การแสดงพฤติกรรมที่แปลกไปจากเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งมีอยู่เพียงกลุ่มเดียว และเพื่อนหลายๆ คนก็เริ่มเกิดอาการส่ายหน้าไม่อยากพูดถึง ครูนกเลยบอกว่า ครูจะให้โอกาสนี้เขียนจดหมายถึงเพื่อนที่เราคิดว่า อยากให้เขาปรับตัว อยากให้เขาเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางที่บอกเพราะเด็กๆ หลายคนไม่มีโอกาสได้เตือนเพื่อนเหมือนครูที่สามารถหยิบไมโครโฟนบ่นได้ตลอดเวลา ให้เวลาในการเขียน ๑๐ นาที หลังจากนั้นภายใน ๕ นาทีให้ส่งไปถึงเพื่อนที่เราเขียน จะส่งด้วยตนเองหรือฝากเพื่อนก็แล้วแต่การจัดการ
ครูนกก็พบว่าทุกคนตั้งใจเขียน และมีคำถามว่า "ครูขา หนูเขียนให้หลายคนได้หรือเปล่า" ครูนกบอกว่า "ยินดีหลาย ให้จัดสรรแบ่งกระดาษด้วยตนเอง" บางคนหันหน้าเข้าหน้าต่างนั่งคนเดียวเพื่อจะเขียน อีกหลายคนก้มหน้าก้มตาไม่มองใคร

วิธีการส่งจดหมายของเด็กๆ จะส่งผ่านเพื่อนซึ่งบางคนจะพกพาหลายฉบับมาก ครูนกสังเกตพบว่า นายนิ่งมากของครูนกได้รับจดหมายมากพอสมควร และท่าทีของเขาซึ่งปกติจะฟุบกับโต๊ะเปลี่ยนไป เริ่มอ่านจดหมายใบหน้ามีรอยยิ้มแทรกเล็กน้อย หากใครเคยอ่านบันทึกก่อนหน้านี้ของครูนกจะพบว่าครูนกมีเรื่องนักเรียนที่ไม่ยอมพูดต้องแก้ไข และภาคเรียนที่ผ่านมาครูนกต้องไปเยี่ยมบ้านเนื่องจากพฤติกรรมไม่ส่งงานในรายวิชาต่างๆ พบมากขึ้น และมีแนวโน้มจะติด "ร" ซึ่งต้องแก้ปัญหากันรอบทิศช่วยกันตั้งแต่ครอบครัว เพื่อนในห้อง ครูประจำวิชาเพื่อให้นายนิ่งมากส่งงาน และมีคะแนนในส่วนของกิจกรรม หลังจากให้นักเรียนได้จัดการกับจดหมายที่ได้รับ ครูนกก็เริ่มสำรวจโดยการให้ยกมือว่า มีใครไม่ได้รับจดหมายเลย พบว่า ๑๑ คน (คนที่ยกมือในจำนวนนี้ จากการสังเกตจะพบว่า เป็นคนที่มีพฤติกรรมพอๆดี หรือดีแบบเงียบๆ) นักเรียนที่ได้เพียงฉบับเดียวมีจำนวน ๑๓ คน ครูนกตั้งขอสังเกตว่า น่าจะมาจากเพื่อนใกล้ตัวที่เราเดินด้วยทานข้าวด้วยกันทุกวัน นักเรียนอีก ๕ คน ได้รับ ๒ - ๓ ฉบับ นักเรียนจำนวน ๔ คนได้รับ ๔ - ๖ ฉบับ นักเรียน ๗ คน ได้รับ ๗ - ๙ ฉบับ และที่ได้รับมากกว่า ๑๐ ฉบับมี ๒ คนซึ่งเป็นนายนิ่งมาก (ตอนนี้ครูนกสำรวจเขาชูมือขึ้นเล็กน้อย แต่เหมือนเขาจะพอใจที่จะร่วมกิจกรรมนี้เพราะเคลื่อนไหวมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา) และอีกคนก็ไม่ผิดเป้าหมายของครูนกคือ อดีตหัวหน้าห้องที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปครูนกให้เหตุผลกับตัวเองว่า เขาได้รับจดหมายมากเนื่องจากเขาเป็นความคาดหวังของเพื่อนๆ ที่จะต้องดี จะต้องเป็นผู้นำมากกว่านี้

หากการทำกิจกรรมครั้งนี้จะทำให้นักเรียนบางคนได้เรียนรู้จากมุมมองของเพื่อนเพื่อปรับตัวให้ดีขึ้นครูนกก็จะรู้สึกยินดี เพราะที่พร่ำบ่น และพร่ำสอนไปมากมายอยากให้เป็นคนดี มีความสุข และเป็นที่รักของทุกๆ คน
กลยุทธนี้ต้องขยายนะคะครูนก พี่โอ๋ว่าน่าเขียนเป็นอะไรสักอย่างที่สามารถวัดผลและเผยแพร่ได้ต่อไป ยังนึกไม่ออกว่ารูปแบบไหนดี แต่อยากให้ครูนกเอาไปต่อยอดสร้างเป็นผลงานจัง น่าจะเป็นประโยชน์ในวงกว้างนะคะ พี่โอ่ว่า เพราะนี่คือ peer-review ที่ practical มากๆเลย
สวัสดียามสายค่ะ พี่โอ๋
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำให้ต่อยอดค่ะ จะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูค่ะ
พี่นกเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากๆๆ ขอชื่นชมครับ...
ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะน้องขจิต และต้องขอบคุณเด็กๆ ที่ทำให้งานของครูไม่น่าเบื่อต้องปรับเปลี่ยนโน้นนี่ตลอดเลยค่ะ