หลายปีที่ผ่านมาที่ข้าพเจ้าร่วมเข้าไปในกระบวนการขับเคลื่อน R2R แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งส่วนเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้มี power อะไรมากมายในการคิดระดับนโยบาย แต่ข้าพเจ้าเองก็มีความรู้สึกร่วมกับความเห็นที่มีต่อคนหน้างานมากมายที่ถูกเร้าให้ทำ R2R
หากเมื่อใดที่ยืนคนละฝั่งฟาก เราจะมองเห็นกันคนละมุม
หากยืนอยู่บนฟากของผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเรียนวิจัยและการลงมือทำวิจัย จะทำให้รู้สึกขัดใจอย่างมากมายเมื่อเห็นผลงานที่ย่อหย่อน เราจะมองเห็นข้ออ่อนมากมายของผลงานที่ได้ถูกส่งมาให้พิจารณา ให้ได้อ่าน
แต่...
เมื่อเรายืนอยู่อีกฟากหนึ่ง...ฟากของคนทำงานตัวเล็กๆ ที่ต้องทำงานอย่างตัวเป็นเกลียวแทบจะไม่ได้เงยหน้าหายใจอย่างผ่อนคลายและสบาย ความทุกข์บีบคั้นจากสภาวะที่รุมเร้าในหน้าที่ จะเห็นว่ากว่าที่เขาจะตัดสินใจลงมือทำวิจัยสักเรื่องนั่นน่ะคือ เรื่องใหญ่ในชีวิต ... อาชีพที่ดำเนินก็ไม่ใช่อาชีพนักวิจัย หัวใจก็ดูเหมือนส่วนมากจะปฏิเสธการทำวิจัย กว่าจะเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวมาทำมาเรียนรู้...การทำวิจัยได้ ก็ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล
แล้ว...
ที่ว่าง ที่ลงตัว หากเราได้มองย้อนลงไปในแต่ละฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ความงามแห่งที่ว่างจึงเหือดหายไป แต่ถ้าเมื่อใด เราน้อมลงด้วยใจที่นอบน้อมต่างเปิดประตูใจเรียนรู้กันและกัน ถอดความคาดหวังออก แทนที่ด้วยพลังแห่งการบ่มเพาะ เราจะเห็นความเติบโตที่งดงามทางปัญญา....มากกว่าเห็นความเป็นเลิศทางความรู้
....
๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖

พี่เองก็อยากฝากตัวเป็นลูกศิษย์ค่ะ มีอะไรหลายอย่างที่น่าจะทำได้ มีโอกาสจะขึ้นไปคารวะฝากตัวเป็นศิษย์ตอนนี้ขอเป็นศิษย์ออนไลน์ไปพลางๆก่อนค่ะ ขอบคุณที่จุดประกายความคิด และช่วยให้ตาสว่างขึ้นบ้าง ขอบคุณค่ะ