จำนวนเด็ก ที่ติดเชื้อ HIV ตายจากการไม่สามารถเข้าถึงการรักษา ถึง380,000 คน ในแต่ละปี

สรุป จากการประชุมเอดส์โลก ที่ โตรอนโต แคนาดา เดือน สิงหาคมในด้าน ป้องกันการติดเชื้อแม่สู่ลูก และเอดส์ในเด็ก ค่ะ

ข้อมูลโดยสรุปมีดังนี้

 

1.การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก (Prevention of Mother-to-Child Transmission = PMTCT)

สถานการณ์ทั่วโลก ยังมี ปัญหา การนำเอา ทฤษฎีการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก (PMTCT)มาสู่การปฏิบัติจริง(Translating Evidence into Action)และการเพิ่ม access to care สำหรับสตรีตั้งครรภ์  มีการ ปรับและขยาย(Scaling up)โปรแกรมให้หญิงตั้งครรภ์ในประเทศต่างๆ ให้เหมาะสมกับบริบททางสังคม และสาธารณสุขที่ ต่างกันออกไป และมีหลายประเทศเช่น ประเทศแซมเบีย และอินเดียรายงานในที่ประชุมที่ Torontoว่าการนำPMTCTไปสู่การปฏิบัติในระดับชาติได้ผลดีมาก   

 มีข้อมูลว่า 90 % ของหญิงตั้งครรภ์ที่ควรได้บริการ PMTCT Program ไม่ได้รับบริการ สาเหตุส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ เนื่องจาก ปัญหาการขาดทรัพยากร ( resource-limited settings  )

การวางเป้าหมายระดับโลกในการ กำจัด HIV infection ในเด็ก ไม่ให้เกิดขึ้นในโลกเลยมีความเป็นไปได้   แต่ สิ่งที่ต้องเร่งรัด  นอกจาก การ เพิ่ม ความครอบคลุมของโปรแกรม PMTCT แล้ว ยังต้อง ปรับปรุง การมาFollow up ตามนัดของแม่และเด็ก เพื่อให้ทราบผลลัพธ์ ของโปรแกรม PMTCTในการนำมาใช้ในชีวิตจริงด้วย

การให้ single dose NVPในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้สามารถลดการระบาดของเชื้อในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งเราพบตามมาคืออัตราการเกิดเชื้อดื้อยาที่สูงมาก  ในแม่ที่ได้รับ single dose NVP และทำให้เกิดความกังวลว่า จะเกิดดื้อยาและไม่ได้ผลหรือไม่ เมื่อหญิงที่เคยได้รับยา single dose NVPนั้นต้องรับการรักษาเองด้วยยาต้านไวรัส(HAART) 

มีรายงาน ที่สำคัญและน่าสนใจ 2 เรื่องในการประชุมครั้งนี้ที่อาจช่วยทำให้เราสบายใจขึ้นบ้างด้านสถานการณ์การดื้อยาจากโครงการ PMTCT  ที่ประเทศต่างๆ มีนโยบายให้ ยา single dose NVP 

รายงานแรก เป็นการศึกษาในประเทศไทย(โครงการ PHPT)เป็นการติดตามผลการให้ยาต้านไวรัสสูตรยา 3 ตัวที่มี NNRTIในผู้หญิง ที่เคยได้ยา NVPในโปรแกรม PMTCT มาแล้ว 300 ราย  เป็นเวลา 2 ปี     ผู้วิจัย ดู Virologic responseโดยเปรียบเทียบว่าได้ผลลัพธ์ดีกว่าdual therapy ในอดีต คือกดไวรัสได้ถึง   56% ของผู้ป่วยทั้งหมดหลังจากติดตามที่ 24 m  ระยะเวลาที่exposeต่อ NVPก่อนรักษาเฉลี่ย 7 ½  เดือน

รายงานที่ 2 เป็นการศึกษาในแซมเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการให้ PMTCT program อย่างกว้างขวางมาหลายปีแล้ว  มีประมาณ 10% ของหญิง 45,000 คนทีรับยา ARV เคยได้ ยา NVP  single dose มาแล้ว ผู้วิจัยนำเอา 2 กลุ่มที่เคยได้ และไม่เคยได้ยา NVP มาเปรียบเทียบกันโดยดูจาก อาการทางคลินิกและ CD4 (ไม่ได้ดูผล VL)พบว่าทั้งสองกลุ่ม มีผลการรักษาไม่แตกต่างกัน  ระยะเวลาที่expose ต่อ NVP ก่อนรักษาเฉลี่ย  500 วัน

Dr Judith S Currier จาก U of California  สรุปจาก 2 รายงานนี้ว่า ในทางคลินิกที่เรามีข้อมูลในขณะนี้ เรายังไม่พบ ความแตกต่างของผลการรักษาในหญิงที่เคยและไม่เคย ได้ยา single dose NVPมาก่อน ในแง่ Clinical failure   CD4 response หรือ viral load response  อย่างไรก็ตาม เราคงต้องทำการวิจัยต่อเพื่อความเข้าใจให้ละเอียดมากขึ้นในเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันก็ยังต้องดำเนินการโครงการ PMTCT ต่อไป       

 2.Treatment and care in childrenผู้แทน UNICEF ให้ข้อมูล ว่า จำนวนเด็ก ที่ติดเชื้อ HIV ตายจากการไม่สามารถเข้าถึงการรักษา ถึง380,000 คน ในแต่ละปี ทุกรายงานจาก ประเทศต่างๆ ใน การประชุมที่ Toronto สรุปออกมาแนวทางเดียวกันว่า <ol style="margin-top: 0cm">

  • การให้ยาARV ในทุกประเทศ (บราซิล มาลาวี แซมเบีย โรมาเนีย โมแซมบิก  รวันดา ประเทศไทยฯลฯ)ทุกโครงการ ล้วนแต่เป็นประโยชน์ และเกิดผลดี กับเด็กทั้งสิ้น ทำให้เด็กรอดชีวิตมากขึ้น ชีวิตยืนยาวขึ้น มีการเจริญเติบโตดีขึ้น ไม่ว่า การรักษาจะเริ่มในระยะใดของโรค
  • การเข้าถึงบริการในเด็กยังไม่พอเพียง โดยเฉพาะ ในที่ๆขาดทรัพยากร ( resource-limited settings  ต้องเร่งขยายการให้ยาต้านไวรัสไปสู่เด็กให้มากขึ้นโดยประสานเข้ากับ โปรแกรมที่มีอยู่เดิม ในขณะเดียวกันต้องขยายและพัฒนาการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก การเข้าถึงบริการ และ การให้ยา Cotrimoxazole แก่เด็กติดเชื้อ
  • การรักษาในเด็กต่ำกว่า 18 เดือนมีปัญหามากกว่าเด็กโต ตั้งแต่ปัญหาของการวินิจฉัย สูตรยาที่เหมาะสมในเด็กเล็กและความไม่พร้อมของ  healthcare workersในการรักษาเด็กเล็ก
  •   เน้นการให้การบริการเด็กว่าควรเป็นนโยบายระดับชาติ (national agenda) และรัฐบาลแต่ละประเทศควรกำหนดเป้าหมายและการติดตามผลการรักษาเด็กด้วย (Unicef)
  • </ol>

    ซึ่งแนวทางทั้งหมด สนับสนุน global pediatric HIV treatment programs และ  Guideline ที่มีและได้ปฏิบัติ อยู่แล้ว 

    มีการวิจัยที่กล่าวถึงผลการนำยา adult fixed dose combination(Triomune).  มาแบ่งเพื่อรักษาเด็ก พบว่ามีโอกาสเกิด ปํญหา sub-therapeutic NVP concentrations ในเด็กที่น้ำหนักน้อย ซึ่งเจอถึง หนึ่งในสามของเด็กต่ำกว่า 3 ปี และ พบ 9%ในเด็กโต (มากกว่า 11 ปี)และ พบ sub-therapeutic NVP concentrations ในเด็กที่มีน้ำหนักน้อย มากกว่าเมื่อเทียบกับเด็กอื่นๆ(WEAB03)   

    การรักษาด้วยยาต้านไวรัสสำหรับเด็กในประเทศไทยมีการใช้  ยาเม็ดรวมของผู้ใหญ่มาแบ่งให้ตามน้ำหนักเด็กอย่างแพร่หลาย เราคงต้องหาข้อมูล,ทำการศึกษาเพิ่มเติมและต้องติดตามรายงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 

    </span><p>สรุปโดย พญ รวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล รพ. เชียงรายประชานุเคราะห์</p><p>29  กันยายน  2549  </p>