หลังจากที่ได้เกริ่นนำไว้แล้วในบันทึกครั้งก่อนในส่วนของกิจกรรมของนักเรียน ในโอกาสพอมีเวลาว่างที่จะมาเล่าเรื่องของกลุ่มกิจกรรมอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของนักศึกษารุ่นพี่รุ่นน้อง ซึ่งจัดขึ้นและดำเนินควบคู่มาด้วยกัน
กิจกรรมของรุ่นพี่และรุ่นน้องสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นโดยที่นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ ตั้งโจทย์ไว้ว่าจะทำอย่างไรให้ “รู้รักสามัคคี” กันภายในสาขา เขาเหล่านั้นพยายามที่จะออกแบบกิจกรรม สมาชิกถูกแบ่งออกเป็น ๖ สี ประกอบด้วย แดง ม่วง เขียว ชมพู ฟ้า แสด
เมื่อได้เวลาหลังจากนั้นเขาก็นำเอาผ้าให้แต่ละสีครบตามจำนวนคนแล้วก็ให้สมาชิกในสีผูกแขนติดกันไว้ทุกคนเป็นวงกลม โดยคนสุดท้ายรุ่นพี่จะผูกให้ เราใช้ชื่อกิจกรรมนี้ว่า “ผูกแขนเรียกขวัญ” กิจกรรมนี้ก็มีรายละเอียดแต่เพียงเท่านี้
ส่วนกิจกรรมที่ ๒ หลังจากผูกแขนเป็นที่เรียบร้อยให้แต่ละกลุ่มได้ตามหาธงสีของตนเอง โดยธงถูกซ่อนเอาไว้ตามที่ต่างๆ โดยมีปริศนาให้ว่าซ่อนอยู่ที่ใด นักศึกษาต้องตีความปริศนานั้นออกมาให้ได้
เมื่อทุกกลุ่มสามารถหาธงได้แล้ว ก็นำไปสู่กิจกรรมที่ ๓ เรียกว่า “เติมน้ำใจไทย ศศ.บ.” ซึ่งกิจกรรมนี้ก็เป็นกิจกรรมที่ท่านทั้งหลายน่าจะเข้าใจดี ก็คือการนำเอาภาชนะที่มีรอยรั่วรูรั่วมาให้ตักน้ำใส่ขวดแข่งขันกัน ใครสามารถทำได้เร็วที่สุดก็ชนะ
สุดท้ายก่อนที่จะพักรับประทานอาหารเป็นกิจกรรมปิดตาหาคู่ กิจกรรมนี้จะให้ทุกคนปิดตาแล้วก็ให้นั่งสลับสี และให้แต่ละกลุ่มหาสีตัวเองให้เจอ
แน่นอนครับกิจกรรมทุกอย่างเป็นที่ถูกใจและสนุกสนานของผู้เล่น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นคือ ทุกกิจกรรมที่เขาเหล่านั้นจัดทำขึ้นเมื่อมันจบลงก็ปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ โดยที่ไม่มีการแจ้งจุดมุ่งหมายของเกม การสรุป การหาข้อคิดจากกิจกรรมหรือการถอดบทเรียน สิ่งเหล่านี้ต่างหากไม่ใช่หรือครับที่เป็นความคาดหวังของเราที่ส่งผลให้จัดกิจกรรม การทำงานในเรื่องนี้จึงต้องย้อนกลับไปปรับปรุงในกิจกรรมอื่นๆ เพราะสิ่งเหล่านี้คือหัวใจของกิจกรรม
เราล้วนเติบโตจากอดีต...
การแปลงอดีตมาเป็นบทเรียนหรือพลังแห่งการเรียนรู้
คือ ต้นน้ำแห่งการเดินทางสู่เป้าหมาย...
ชื่นชมครับ