พระพุทธเจ้าให้เราทุก ๆ คนรู้จักทุกข์ รู้จักเหตุให้เกิดทุกข์ เพราะทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้มาจากที่อื่นมันมาจากผลของการกระทำของเราเอง “เราเป็นคนไม่รู้จักทุกข์เราเลยเป็นคนก่อปัญหาสร้างปัญหา...”
พระพุทธเจ้าท่านให้ทุก ๆ คนมาพัฒนาตนเอง มาแก้ไขตนเอง ต้องมีความอดความทน มีความหนักแน่น ทำจิตใจให้สงบ ทำจิตใจให้มีความสุขในการประพฤติปฏิบัติของตัวเอง ถ้าเราทำดีผลของการกระทำของเรามันจะจำแนกเราเอง เพราะธรรมทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากเหตุจากปัจจัย สิ่งภายนอกมันเป็นเพียงสิ่งภายนอก เราอย่าถือว่าเป็นอุปสรรค แต่เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราได้สร้างความดีสร้างบารมี
พระพุทธเจ้าท่านให้เราพิจารณาตนเองพิจารณาจุดบกพร่อง เราบกพร่องต้องแก้ไข ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ มันไม่จบ ไม่มีใครมาแก้ไขปัญหาให้เราได้เราต้องแก้ไขตัวเอง
ให้ทุก ๆ คนกลับมาหาตัวเองมาคำนวณชีวิตจิตใจ กลับมาดูคำพูดและการกระทำของตัวเอง
ทุกท่านทุกคนต้องพิจารณาตัวเอง ว่าตัวเองเสียสละพอหรือยัง ตื่นขึ้นมาได้เสียสละหรือยัง เป็นผู้ให้แล้วหรือยัง...? เพราะธรรมเสียสละคือธรรมะที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเราไม่เสียสละชีวิตของเราไม่ดีไม่เจริญ เป็นคนเห็นแก่ตัว อยากได้แต่ไม่ปฏิบัติ “คนไม่เสียสละคือคนยึดมั่นถือมั่นในอดีต…”
ชีวิตของเราเกิดมาเพื่อเสียสละ...
บางทีเราติดสุขติดสบายมาก ไปคิดว่าเราเสียสละ มันไม่ใช่นะ เพราะคนเราถ้าเราเป็นคนเสียสละ สิ่งดี ๆ ที่ประเสริฐก็จะเกิดขึ้นมาได้
แม้แต่ความคิดเราก็ไม่ยอมเสียสละในความคิด ความคิดใจอดีตมันก็วกวนอยู่นั่นแหละ การกระทำก็เหมือนกันมันติดในอดีตมันก็วกวนอยู่ตรงนั้น
ทุกคนห่วงอนาคตตัวเอง... พระพุทธเจ้าท่านบอกไม่ต้องห่วงอนาคตเพราะอนาคตคือผลของปัจจุบัน ให้เราสร้างเหตุสร้างปัจจัย คิดดูว่าตัวเราเต็มไปด้วยเพชรนิลจินดาคนอื่นเขาต้องการหมด ถ้าเราพร้อมด้วยกายวาจาใจมันจะไม่ดีเป็นไปไม่ได้
พระพุทธเจ้าท่านให้เราแก้อย่างนั้น อย่าไปลังเลสงสัย ลูบ ๆ คลำ ๆ ในศีลในความดี ตั้งใจประพฤติปฏิบัติในคุณธรรม อันนี้เรียกว่าปฏิบัติธรรม ไม่ใช่อยู่วัดจึงจะว่าปฏิบัติธรรม ให้เราปฏิบัติกายวาจาใจ
ศาสนาคืออย่างนี้แหละ คือให้เราทำดีปฏิบัติดี มีจิตใจเมตตา ทุกศาสนาเป็นอย่างนี้แหละ...
พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย
เช้าวันพุธที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖