หน้าที่ ที่สอง

 

     ถ้าใครได้ดูหนังการ์ตูนอนิเมชั่นของไทยเรื่อง "ยักษ์"

ซึ่งกำกับการแสดงโดยคุณ ประภาส ชลศรานนท์ ก็คง

จะเข้าใจ "หน้าที่ ที่สอง" ดี

     แต่ถ้าไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ผมก็จะเล่าให้ฟังครับ

 

     ตามเรื่องก็มีตัวละครตัวเอก คือ "หนุมาน กับ ทศกัณฐ์"

ซึ่งเป็นหุ่นยนต์

     หนุมานได้รับคำสั่งให้พาทศกัณฐ์ไปที่ยอดเขา เพื่อให้

"ราม"ได้ฉายแสงมาเพื่อทำลายทศกัณฐ์ เพราะทศกัณฐ์

เป็นยักษ์ที่ร้ายกาจ  ระหว่างสู้รบกันก็เกิดฟ้าผ่าไปที่ทั้งสอง

ก็สลบไป

     เวลาก็ผ่านเนินนานไปหลายปี จนเข้าสู่โลกสมัยใหม่

มีการไปขุดเจอซากหุ่นยนต์ทั้งสอง ระหว่างที่ขุดอุปกรณ์

ก็ไปถูกสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้หุ่นยนต์ทั้งสองฟื้นคืนชีพขึ้นมา

     แต่การฟื้นคืนชีพครั้งนี้  ทั้งสองยังไม่สามารถจำเหตุการณ์

ที่เคยเป็นศัตรูกันในอดีตได้

     ทั้งสองจึงเป็นเพื่อนรักกัน ได้ช่วยกันพัฒนาพื้นที่และ

ช่วยเหลือสังคมอย่างมากมาย

     ต่อมาหนุมานเริ่มมีความจำฟื้นขึ้นมาก่อนทศกัณฐ์

และได้พยายามนำทศกัณฐ์ไปที่ยอดเขาตามหน้าที่ที่เขา

ได้รับมอบหมายมาจาก "ราม" ก่อนที่ทั้งสองได้สลบไป

     หนุมานได้พยายามพาทศกัณฐ์ขึ้นไปยอดเขาด้วย

ความยากลำบาก ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ

มอบหมายจาก “ราม” มา

     ระหว่างทางขึ้นเขา หนุมานก็ถูกทักท้วงจากเพื่อน

หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งว่า... ทำไมต้องพาทศกัณฐ์ขึ้นเขาไป

เพื่อให้ถูกทำลาย ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกัน

     แต่หนุมานก็ไม่ได้ตอบเพื่อนหุ่นยนต์ตัวนั้น

     พอหนุมานพาทศกัณฐ์ไปถึงยอดเขาแล้ว ก่อนที่

ทศกัณฐ์จะถูกแสงจาก ราม ทำลาย

     หนุมานได้พูดว่า...

     เขาได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว 

ต่อไปเขาจะทำหน้าของความเป็นเพื่อน คือ

ช่วยเหลือทศกัณฐ์ให้รอดพ้นจากแสงของราม

 

     สมัยเมื่อผมเริ่มรับราชการใหม่ๆ  ผมได้ขึ้นไปบนตึก

ผู้ป่วยใน  ผมเห็นพยาบาลท่านหนึ่งที่ไม่ได้ขึ้นเวรใส่ชุด

ธรรมดามาช่วยเพื่อนของเขาที่ขึ้นเวรทำงาน

     ผมได้พูดกับพยาบาลท่านนั้นว่า…

ไม่ได้ขึ้นเวรแล้วมาทำงานทำไม  ถ้าเกิดความผิดพลาดก็

ต้องรับผิดชอบนะ

     ผมไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นลานสายตาผมคับแคบมากขนาดนั้น

คับแคบมากจนไม่เหลือพื้นที่ให้มองเห็นความงดงามของความ

เป็นมนุษย์เลย  มนุษย์ที่มีจิตใจที่งดงาม ช่วยเหลือผู้อื่นยามที่

ผู้อื่นมีทุกข์

     ลานสายตาคับแคบยังไม่พอ จิตใจ หรือจิตวิญญาณของการเป็น

ผู้ให้บริการก็มีน้อยเกินไปที่ทำให้มองไม่เห็นความงดงามของการ

ช่วยเหลือกัน หรือ ผม “หลงทาง” ไปหรือเปล่า

     หลงทางในการกระทำที่ได้พูดกับเธออย่างนั้น  หลงทางใน

จิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ที่มองไม่เห็นความงดงามของ

การกระทำที่เธอได้ช่วยเหลือเพื่อนของเธอ

    

     อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ท่านได้เล่าให้ฟังในครั้งที่ท่าน

ได้เดินทางกลับบ้านด้วยการเดินเท้า เป็นการเดินกลับบ้านจาก

เชียงใหม่ไปเกาะสมุยตอนที่ท่านได้ลาออกจากราชการ ซึ่งเป็น

การเดินทางที่ไม่ได้พกเงินไปด้วยและเดินทางไปตามเส้นทางที่

ไม่ได้มีคนพุกพ่าน 

     ท่านได้เล่าว่า…

ท่านได้พบกับเจ้าหน้าที่อุทยานท่านหนึ่ง เจ้าหน้าที่อุทยานท่าน

นั้นได้บอกกับอาจารย์ว่า…ถ้าหลงทางในการเดินทางในป่าให้ใช้

สายน้ำในลำธารเป็นเครื่องนำทางไปสู่ทางออก

     จากการที่อาจารย์ได้เดินทางในครั้งนี้ อาจารย์ก็ได้พบกับความ

ยากลำบากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

     แต่อาจารย์ก็รอดมาได้ด้วย การช่วยเหลือของเพื่อนมนุษย์ที่มี

ต่ออาจารย์ในครั้งนั้นทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ

     อาจารย์ได้พบว่า… 

 

     “เมื่อเดินหลงทางในป่าอันเป็นทางเดินทางกายภาพ  สามารถ

ใช้สายน้ำในลำธารเป็นเครื่องนำทางได้ฉันใด  เมื่อหลงทางในวิถี

แห่งจิตวิญญาณ ก็สามารถใช้สายน้ำแห่งมนุษยธรรมนี้ เป็นเครื่อง

นำทางได้ฉันนั้น”

 

     มนุษยธรรมที่เป็น เมตตาธรรม กรุณาธรรม และมุฑิตาธรรม

 

     ณ วันนี้ผมได้เข้าใจอะไรมากขึ้น จากที่ก็เริ่มเห็นความงดงาม

มารางๆบ้างแล้วในหลายๆปีที่ผ่านมา 

     ที่ผ่านๆมาได้เห็นความงดงามในการเดินทางของชีวิตมากมาย  แต่เนื่องจากลานสายตาที่คับแคบไปและยังได้หลงลืมเครื่องนำทาง

ที่ยอดเยี่ยมที่อยู่ใกล้ตัวแต่ไม่ได้ใช้  จึงทำให้เข้าใจอะไรคลาดเคลื่อน

หรือ หลงทางไป

     หรืออาจารย์ประมวล ก็กำลังจะอธิบายถึง หน้าที่ ที่สองของ

ความเป็นมนุษย์ ให้ชัดเจนขึ้นแก่ผม

 

     ผมอยากเล่า… เหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งได้พบมาโดยบังเอิญ

เมื่อไม่นานมานี้เอง

 

     เช้าวันหนึ่งขณะที่ผมได้เดินทางเข้าประชุมในเมือง

ระหว่างทางได้เห็นคนขี่มอเตอรไซค์คนหนึ่งจอดรถข้างทาง

อีกเลนหนึ่งที่สวนทางกับผม

     เขาพยายามลากซากสุนัขที่นอนตายอยู่บนถนน

ออกจากเส้นทางที่รถจะต้องวิ่งผ่าน

     ผมคิดเอาเองว่า...เขาได้กำลังทำ "หน้าที่ ที่สอง"

อยู่ ทำโดยไม่ต้องมีใครบอกให้เขาทำ 

     การกระทำของเขาได้ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจ

จะเกิดขึ้นจากการที่รถยนต์ต้องหักหลบกระทันหัน 

     ที่สำคัญอีกอย่างคือ เป็นการเคารพเพื่อนร่วมโลก

ที่ได้เกิดมาในช่วงชีวิตเดียวกันไม่ให้ร่างอันไร้วิญญาณ

ของเพื่อนต้องถูกรถที่ตามมาทับจนเละด้วย

 

     สุดท้ายของหนังเรื่อง “ยักษ์” นี้ก็ Happy ending

 

     หนังเขาสรุปว่า...คนเรามีหน้าที่สองอย่าง คือ

     หน้าที่แรก คือ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

     หน้าที่สอง คือ หน้าที่ที่ต้องทำไปก่อนโดยไม่ต้อง

มีใครบอก  ทำโดยความรู้สึกหรือสามัญสำนึกว่าต้องทำ

 

      ผมว่า...ถ้าโลกนี้มนุษย์เรารู้จัก…

“หน้าที่ ที่สอง” กันเยอะๆ

โลกเราคงน่าอยู่มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ นะครับ