ปองภพมักจะพูดคำว่า ปลา เป็น ปา พูดคำว่า เครียด เป็น เคียด นั่นคือพูดคำควบกล้ำไม่ชัดเจน บทเรียนที่แม่เตรียมให้คือ การแข่งขันพูดคำ แต่ไม่เติมว่าให้ชัด เพื่อไม่ไปสะกิดปมของปองภพ เช่น
ลา - ปลา รอ - กรอ
รอง - กรอง ไล - ไกล
เรื่อง - เครื่อง ราบ - คราบ
เรียด - เครียด ลวก - ปลวก
คำเหล่านี้แม่ผู้เป็นครูเขียนเตรียมไว้มากมาย จัดไว้เป็นหมวดหมู่ เป็นกองคำอีกกองหนึ่ง สามารถนำมาเล่นเกม เขียนตามคำบอก บอดตามคำเขียนได้อีกด้วย
และเมื่อปองภพโตขึ้นมา (อายุ 7 ขวบ) พ่อก็นำเข้าโรงพยาบาลแก้ปัญหาทางลิ้นที่ส่งผลให้พูดออกเสียงเพี้ยนได้ เมื่อปองภพพูดออกเสียงได้ชัดเจนเกือบเป็นปรกติ บทเรียนบทนี้ก็มีคุณค่าต่อปองภพในการฝึกการพูดอ่านคำควบกล้ำ และเป็นการรู้คำเพิ่มขึ้นด้วย
พออ่านคำออกมา ปองภพก็เริ่มอ่านหนังสือที่อยากอ่านมานานแล้ว ตอนก่อนโน้นดูภาพสนุกกับการเปิดดูภาพและฟังพ่อแม่อ่านให้ฟัง แต่ตอนนี้เริ่มอ่านเอง การอ่านหนังสือทำให้ปองภพพบปัญหา“การอ่านคำใหม่” คือ คำที่มีหรือไม่มีในกองคำ แต่พอมาอ่านหนังสือที่มีประโยคยาว มีเรื่องเล่ายาวๆ ปัญหาคำบางคำก็เริ่มมีขึ้น ปัญหานี้แม่ของปองภพมีวิธีแก้ เพราะคิดอยู่เสมอว่าจะต้องสอนอ่านผันคำ อ่านสะกดคำ ซึ่งจะช่วยให้อ่านออกเสียงได้ได้ดี แต่ถ้าเริ่มด้วยการอ่านสะกดคำจะเบื่อ โดยเฉพาะเด็กแบบปองภพเป็นเด็กพวกอย่างรู้เรื่อง เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่สมาธิสั้นแต่เขามีความใคร่รู้มาก จึงอยากรู้เรื่องเร็วๆ การอ่านเป็นคำเป็นประโยคสั้นๆ จะช่วยเขาได้มาก เขารู้ได้ทันใจเขาก็พอใจและภูมิใจในตนเอง แม่ของปองภพได้จัดการเรียนการสอนแบบสนองความต้องการของลูกได้ดี
บทเรียนอ่านผันคำ สะกดคำ เริ่มต้นง่ายๆ ที่คำว่า
ฉ + ะ + น = ฉัน
ก + ะ + น = กัน
จ + ะ + ง = จัง
ป + ะ + ก = ปัก
พ + ะ + ด = พัด
ต + ะ + ม = ตัม
น + ะ + บ = นับ
พอสะกดคำได้ก็มาเขียนตามคำบอก บอกตามคำเขียนกัน เช่น พัดลม นับเลข ปักเป้า เพื่อนฉัน ปองภพเพลินกับการเรียนแบบนี้
นอกจากจะสอน ะ แปลงรูปจากวิสรรชนีย์เป็นไม้หันอากาศแล้ว คำต่อไปอีกคือ
สระ เอะ แอะ
สระคงรูป เช่น เตะ เละ เฟะ และ แตะ แพะ
สระแปลงรูป เช่น
ก + เอะ + ง = เก็ง ด + เอะ + ก = เด็ก
จ + เอะ + ด = เจ็ด พ + เอะ + ญ = เพ็ญ
ข + แอะ + ก = แข็ง ม + แอะ + ก = แม็ก
ซึ่งเป็นการแปลงรูปวิสรรชนีย์เป็นไม้ไต่คู้ในกรณีที่มีตัวสะกด
สระ โอะ
สระคงรูป เช่น โปะ โละ โผละ
สระลดรูป เช่น
ค + โอะ + น = คน จ + โอะ + ล = จล
ล + โอะ + ง = ลง ค + โอะ + ง = คง
ก + โอะ + ก = กก พ + โอะ + บ = พบ
แต่มีข้อยกเว้นอยู่ตัวหนึ่ง ร ซึ่งใช้เป็นตัวสะกดเฉพาะของ ออ ลดรูป เช่น จร มรณ์ พร ศร นอกนั้นถ้าไม่ใช่ ร สะกดถือว่ามากจาก โอะ ลดรูป
สระ เอาะ
สระคงรูป เช่น เจาะ เพาะ เมาะ เกาะ เถาะ เหาะ เบาะ เหมาะ
สระลดรูป เช่น
น + เอาะ + ต = น็อต
ค + เอาะ + ก = ค็อก
ล + เอาะ + ก = ล็อก
ฟ + เอาะ + ก = ฟ็อก
ลดสระเอาะออก คงใช้ อ กับใช้ไม้คู้แทน เมื่อมีตัวสะกด แต่มียกเว้นอยู่คำหนึ่งคือ
ก + เอาะ + อ้ = ก็ ซึ่งก็มีเพียงคำนี้คำเดียว
สระ ออ
สระคงรูป เช่น พอ พ่อ ยอ ย่อ ตอ ต่อ หลอ หลอน คลอง พลอง ตอบ ชอบ
สระลดรูป เช่น บ บ่ ที่แปลว่าไม่ แต่ถ้าเป็น บ้าบอ บ่อน้ำ ยังคงมี อ อยู่
แต่ถ้าคำแผลงมาจาก ป มาเป็น บ เช่น บดี บพิดร บรม บวร บริวาร บริขาร บริกรรม บริจาค บริบูรณ์ บริโภค บริเวณ บริษัท บริสุทธิ์ บริภาษ
หรือคำบาลี สันสกฤต บางคำที่ออกเสียง จ ท ธ น ม ว ศ ษ ส ห อ แล้วมี ร ตามหลังพยัญชนะเหล่านั้น เวลาอ่านออกเสียงคงออกเสียง อ เช่น
จรดล จรลี ทรพา ทรพี ทรชน
ทรชาติ ทรพิษ ทรยุก ทรยศ ทรลักษณ์
ธรณี นรชน นรชาติ นรสิงห์ มรณะ
มรดก วรกาย วรโฉม วรลักษณ์ อศรพิษ
อักษรลักษณ์ อักษรเลข อักษรศาสตร์ สรสิทธิ์ สรลักษณ์
หรดาล หรดี หรคุณ มหรสพ อรชุน
อรพินท์ อรสุม
สระ เออ
สระคงรูป เช่น เธอ เกลอ เจอ เผลอ
แต่ยังมีคำ 3 คำที่ยังคงรูป เออ คือ เทอญ เทอม เยอว
สระลดรูป ลด อ ออกในเมื่อคำนั้นสะกดด้วยมาตราแม่เกย เช่น เชย เขย เลย เตย เอย
สระแปลงรูป แปลง อ เป็น อิ เมื่อมีตัวสะกด (ยกเว้น ย สะกด ให้ดู เกย เชย เขย) เช่น
ก + เออ + ด = เกิด ถ + เออ + ด = เถิด
ป + เออ + ด = เปิด จ + เออ + ง = เจิง
ล + เออ + ก = เลิก น + เออ + น = เนิน
สระ เอีย
สระคงรูป เช่น เมีย เสีย เลีย เรียง เวียง เอียง เรียก เขียด เพียบ เพลีย
สระลดรูป มีแต่คำโบราณ เช่น รยก(เรียก) วยง (เวียง) ขยด (เขียด)
สระ อัวะ
สระคงรูป เช่น ผัวะ ผลัวะ ยัวะ
สระลดรูปและแปลงรูป คือ ลดหันอากาศแล้วแปลงวิสรรชนีย์เป็นไม้ไต่คู้ เช่น
ก + อัวะ + ง = ก็อง ย + อัวะ + ก = ย็อก
สระ อัว
สระคงรูป เช่น ผัว วัว มัว กลัว ตัว
สระลดรูป เช่น
ก + อัว + น = กวน ด + อัว + ง = ดวง
พ + อัว + ก = พวก ข + อัว + ด = ขวด
ส + อัว + ม = สวม ส + อัว + ย = สวย
แน่นอนว่า แม่ของปองภพ จัดทำบัญชีคำเหล่านี้ไว้แบบเตรียม (พร้อมเพื่อนำออกมาทำ)การสอน กล่าวคือ คำใดที่ตรงความต้องการของลูก พูด อ่าน เขียน ไม่ถูกต้อง ก็จะสอนคำนั้น อาจจะแถมคำอื่นๆ บ้างถ้ามีโอกาส และการเตรียมตัวอย่างนี้ก็เป็นการรำลึกความรู้เดิมๆ ของตนที่เคยเรียนผ่านมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว นี่คือการเรียนรู้ทั้งผู้สอนและผู้เรียน
ยังมีบัญชีคำอีกชุดหนึ่งที่แม่ของปองภพจัดเตรียมไว้และนำมาสอนเมื่อมีโอกาส คือ คำ ผันคำตามระดับเสียงเดียวกัน เช่น ดิน กิน บิน ยิน จะไม่สอนแบบผันตามระดับเสียงวรรณยุกต์ เช่น กา ก่า ก้า ซึ่งเป็นการสอนแบบจำปาก แต่การสอนแบบอ่านเขียนคำในระดับเสียงเดียวกันช่วยให้อ่านคำได้ดีกว่า เขียนคำได้ถูกต้องกว่า คำเหล่านี้จะนำคำที่ใช้ได้จริงๆ มารวบรวมไว้ เมื่อให้อ่านเขียนแล้วสามารถนำมาแต่งประโยคได้ เช่น
กิน ดิน บิน หิน ริน ยิน ชิน
กา ขา มา หา ตา วา ยา
บิ่น ซิ่น ปิ่น วิ่น ถิ่น ฝิ่น
วาน สาน จาน ปาน ยาน นาน งาน
บ้าน ป้าน ร้าน
ดึง ตึง มึง ถึง ปึง ขึง
ถ่าน ย่าน ว่าน ผ่าน อ่าน
ง่าย ว่าย ถ่าย ส่าย
คำที่เตรียมไว้เป็นชุดๆ ดังนี้ ง่ายต่อการนำมาสอนอ่านแบบอ่านสะกดคำ ซึ่งเสียงจะออกมาในระดับเดียวกัน เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มีปัญหาสำหรับการอ่านออกเสียงเพี้ยนและเด็กที่พูดใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง
อ่านเป็นเล่มได้ที่ https://docs.google.com/docume...