ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีความสนใจเรื่องความตายมากขึ้น ทั้งที่ในยุคก่อนไม่เคยสนใจเรื่องความตายเลยจนเกือบจะเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรพูดถึง แต่ปัจจุบันได้ให้ความสนใจและมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะความตายได้กลายเป็นปัญหาสังคมขึ้นแล้ว วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านการแพทยำให้มนุษย์มีโอกาสตายตามธรรมชาติได้น้อยลง ความตายอย่างสงบจึงไม่เกิดขึ้น ในบางประเทศไม่มีโอกาสได้ตายอย่างสงบที่บ้าน แต่ตายอย่างโดดเดี่ยวและทรมานในโรงพยาบาลโดยตายกับสายระโยงระยางที่เข้า-ออกจากร่างกายและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อยู่รอบตัว
วงการแพทย์สถาบันการแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้พยายามให้คำจำกัดความของความตายดีไว้ว่า “การตายดี คือ การตายที่ปลอดจากความทุกข์ทรมาน ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ของผู้ป่วย ญาติ และผู้ให้การรักษา และโดยทั่วไป ควรเป็นไปตามความประสงค์ของผู้ป่วยและญาติ บนพื้นฐานของการรักษาด้านการแพทย์ วัฒนธรรม และจริยธรรมที่ได้มาตราฐานและดีงาม”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความหมาย
ผู้ป่วยระยะสุดท้าย หมายถึง ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าสภาวะการป่วยไข้เป็นระยะ ลุกลามเรื้อรัง หรือเป็นการป่วยไข้ ที่เข้าสู่ระยะท้ายๆของโรคซึ่งไม่มีวิธีรักษาให้หายได้ หรือเป็นผู้ป่วยที่ได้นำเอามาตรการของการบำบัดชนิดต่างๆเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น รวมถึงความพยายามในการรักษาให้หาย ได้ถูกนำมาใช้จนหมดสิ้น (น.พ.สถาพร ลีลานันทกิจ,2552)
ผู้ป่วยระยะสุดท้าย หมายถึง ผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคทางกายและ/หรือโรคทางใจ ที่ไม่มีโอกาสจะพ้นทุกข์ทรมาน และไม่สามารถใช้เวลาที่เหลือในชีวิตของตน ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้ (สันต์ หัตถีรัตน์, 2544)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ประยุตโต)
“ในคัมภีร์พุทธศาสนาพูดถึงเสมอว่าอย่างไรเป็นการตายที่ดี คือมีสติไม่หลงตาย และที่ว่าตายดีนั้นไม่ใช่เฉพาะตายแล้วไปสู่สุคติเท่านั้น แต่ขณะที่ตายก็เป็นจุดสำคัญที่ว่า ต้องมีจิตใจที่ดี คือมีสติ..จิตใจไม่ฟั่นเฟือย ไม่เศร้า หมองไม่ขุ่นมัว จิตใจดีงาม”
ความเชื่อเกี่ยวกับความตาย
พุทธศาสนา เชื่อว่าความตายเป็นสัจธรรมของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีใครกำหนดได้ ความเชื่อตามแนวทางพุทธศาสนาที่สอนความจริงให้รู้ว่า สรรพสิ่งที่เกิดมาย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ชีวิตคนเราไม่ถาวร ไม่เที่ยง มีความตายเป็นธรรมดา การเตรียมให้พร้อมที่จะเผชิญความจริงในบั้นปลายชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงกระทำ(วันดี โภคะกุล ,2543)
คริสต์ศาสนา มีความเชื่อว่า ชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างมา สภาพของชีวิต ความเป็นความตายเป็นสิ่งที่เป็นไปตามพระประสงค์ จุดมุ่งหมายของชีวิตมนุษย์คือ การทำหน้าที่ตามบทบาทในสังคมอย่างดีที่สุด รักเพื่อนมนุษย์เสมือนรักตนเอง และการเตรียมให้พร้อมสำหรับชีวิตนิรันดรหลังความตาย(สิรลี ศิริไล, 2548)
ศาสนาอิสลาม กล่าวถึงโลกนี้ว่า เป็นสถานที่พำนักชั่วคราว เป็นสิ่งไม่นิรันดร์ ทุกสิ่งทุกอย่างีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ความตายของมนุษย์นั้นเป็นการเริ่มต้นของชีวิตในโลกหน้า หรือเป็นสะพานไปสู่ชีวิตหลังความตายที่เป็นโลกอันนิรันดร์ ผู้ที่เคร่งครัดและเข้าใจ จึงไม่หวั่นไหว เขาจะพบพระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งทำให้เกิดและทำให้ตาย (ดำรง แวอาลี, 2547)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะใกล้เสียชีวิต
ด้านร่างกาย
ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงร่างกายในภาวะใกล้เสียชีวิตจะทำให้ญาติและผู้ให้การรักษาสามารถดูแลได้ถูกต้องเหมาะสมขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีกับผู้ป่วยอย่างยิ่ง เพราะทำให้สามารถลดการรักษาที่นอกจากไม่จำเป็นแล้ว ยังทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานมากขึ้น และไม่เป็นประโยชน์ใดๆ แก่ใครทั้งสิ้น
ด้านจิตใจ
ปฏิกิริยาทางจิตใจของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
- Elizabeth Kubler – Ross (1926-2004) กล่าวว่าปฏิกิริยาทางจิตใจของผู้ป่วยระยะสุดท้าย มี 5 ระยะดังนี้คือ ระยะปฏิเสธและช๊อก ระยะโกรธ ระยะต่อรอง ระยะซึมเศร้า ระยะยอมรับ
- Robert Buckman ได้เสนอปฏิกิริยาทางจิตใจของผู้ป่วยระยะสุดท้าย 3 ระยะดังนี้ ระยะแรก เผชิญความจริง ระยะต่อมา ป่วยเรื้อรัง ระยะสุดท้าย ยอมรับ
การศึกษาต่างๆพบตรงกันว่าสิ่งที่คนใกล้ตายกลัวที่สุดคือ การถูกทอดทิ้ง การอยู่อย่างโดดเดี่ยว และสิ่งที่ต้องการคือ ใครสักคนที่เข้าใจและอยู่ข้างๆเขา
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้าย และเกี่ยวข้องกับหลักการทางกิจกรรมบำบัด
1. ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
2.บรรเทาอาการทุกข์ทรมานต่างๆทั้งทางกายและจิตใจ
3. ช่วยให้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงและความสูญเสียต่างๆ
4. ช่วยให้ได้ทำภารกิจต่างๆที่ยังห่วงกังวลให้สำเร็จ
5.ช่วยให้เสียชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์โดยมีความทุกข์ทรมานน้อยที่สุด
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลักทางจริยธรรมทางการแพทย์ 4 ประการ
- หลักประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย
- หลักไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย
- หลักเคารพการตัดสินใจของผู้ป่วย การยอมรับสิทธิผู้ป่วยที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง
- หลักความยุติธรรม ไม่คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ ชนชั้นทางสังคม และความเชื่อ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Living Will (เจตนาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล): ประโยชน์
1.ลดความขัดแย้งในการวางแผงการรักษา
2.ผู้ป่วยไม่ทุกข์ทรมานจากการใช้อุปกรณ์การแพทย์
3.ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
4.ผู้ป่วยได้มีโอกาสได้ล่ำลาคนใกล้ชิด
5.ผู้ป่วยได้กระทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กรอบแนวคิด GooD Death (การตายดี)
1.ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ
2.มีการวางแผนการตาย
3.มีความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
4.ปล่อยวางสิ่งค้างคาใจ
5.ยอมรับความทุกข์ทรมานได้อย่างสงบ
6.ไม่ยึดชีวิตโดยวิธีทางการแพทย์
7.มีสันติสุขจากความตาย
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กรอบแนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
1. ร่างกาย 2.จิตใจ 3.สิ่งแวดล้อม/จิตสังคม 4.จิตวิญญาณ
ด้านร่างกาย >> ให้มีการดูแลตามอาการ
ด้านจิตใจ >> ให้ความช่วยเหลือ > การพูดคุย เป็นผู้รับฟังที่ดี เอาใจใส่ ให้ข้อมูลตามความจริงเป็นระยะ
ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม >>
-เปิดโอกาสให้ผู้ที่ผู้ป่วยผูกพันมีส่วนร่วมในการดูแลมากที่สุด
-ส่งเสริมผู้ป่วยและครอบครัวมีอิสระในการดูแลตนเอง
-จัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นระเบียง เงียบสงบ สะอาด และแสงสว่างพอเหมาะ
ด้านจิตวิญญาณ >>
-ส่งเสริมการเรียนรู้ความหมายของความตาย และช่วยให้ยอมรับความตายที่จะมาถึง
-กระตุ้นให้ผู้ป่วยระลึกถึงความดีที่ได้กระทำมาแล้ว และจิตใจจดจ่อต่อสิ่งดีงาม
-ช่วยปลดปล่อยสิ่งที่ค้างคาใจ และปล่อยวางสิ่งต่างๆ
-อำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมตามความเชื่อ
-ช่วยให้ได้กล่าวคำอำลา
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สรุป การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายทีมสุขภาพต้องมีความรู้ความเข้าใจ สามารถประเมินปัญหาและความต้องการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์และจิตวิญญาณของผู้ป่วยร่วมกับครอบครัวได้อย่างครอบคลุม จัดการสนองตอบความต้องการอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสังคม วัฒนธรรมด้วยความเมตตาและเอื้อทรดุจญาติมิตร โดยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลางและใช้ศักยภาพสูงสุดของทรัพยากรในชุมชน
พยาบาลมีบทบาทในการเตรียมผู้ดูแลให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ประสานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้การสนับสนุนการดูแลอย่างต่อเนื่อง ให้ข้อมูลที่จำเป็น ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยและญาติ ติดตามสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้านและให้การจัดการช่วยเหลือเฉพาะอย่างเหมาะสม โดยการพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในเครือข่ายทีมสุขภาพเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง และทำงานร่วมกันที่ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัวตามบทบาทของตน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรียนรู้เพิ่มเติม & เอกสารอ้างอิง
ประเสริฐ เลิศสงวนชัยและคณะ. การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย. พิมพ์ครั้งที่3 โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร, 2550.
แสวง บุญเจริมวิภาส และ ไพศาล ลิ้มสถิต, ก่อนวันพลัดใบ หนังสือแสดงเจตนาการจากไปในวาระสุดท้าย. พิมพ์ครั้งที่3 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชีวิต, 2552.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.), ความต้องการครั้งสุดท้ายของชีวิต.หนังสือแสดงเจตนาตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา12,WWW.thailivingwill.in.th