พิธีกรรมของงานศพนั้นมีไว้เพื่อสอนคนเป็นให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตและอุทาหรณ์ให้คนที่ยังอยู่ ให้ทำความดี

รวบรวมและเรียบเรียงโดย ดร. แสวง รวยสูงเนิน 19 ธันวาคม 2555
เพื่องานฌาปนกิจศพ นายยัน มงคล 22 ธันวาคม 2555 ณ เมรุวัดเหมืองลี่ ต. โนนค่า อ.
สูงเนิน จ. นครราชสีมา

กล่าวนำ

พิธีกรรมของงานศพนั้นมีไว้เพื่อสอนคนเป็นให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิต
และอุทาหรณ์ให้คนที่ยังอยู่ ให้ทำความดี

ชาตการ ของ นายยัน มงคล

เกิดวันที่ 5  มิถุนายน พ. ศ. 2479

ตรงกับวันศุกร์ แรม 1 ค่ำ เดือน 7 ปี ชวด

ที่บ้านวัดโพธิ์ ต. โค้งยาง อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา

เป็นบุตรคนโตของนางเม้า เอกสูงเนิน และ นายสุก มงคล (ลูกของปู่ขวัญ ย่าขำ มงคล บ้านกุดปลาเข็ง)

มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 3 คน โดยมีน้องอีกสองคน คือ

1. นายยน มงคล(ลูกเขยนางน้อย ผู้ใหญ่โป่ย นิสูงเนิน)

2. น.ส. บัวขาว มงคล

ที่ถึงแก่กรรมแล้วทั้งสองท่าน

การพัฒนาชีวิตและครอบครัว

นายยัน มงคล
เป็นคนขยันขันแข็ง ตั้งแต่เด็ก ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและชอบทำงานสังคม การทำงานได้ผลดี
จนเป็นที่รักใคร่ของผู้หลักผู้ใหญ่ในทุกระดับที่เกี่ยวข้อง

ด้านการศึกษานั้น เมื่อปี
2486 ได้เข้าเรียนระดับชั้นประถม จบชั้นประถมปีที่ 4 เมื่อปี 2490
ที่โรงเรียนวัดเหมืองลี่ ที่มีครูพรหม หวัดสูงเนิน เป็นครูใหญ่ ครูเล่อ ธรรมะ
ครูณรงค์ ภักดี และครูปุ่น ปั่นสันเทียะ เป็นครูผู้สอน

เมื่ออายุครบบวช
ได้บวชเรียนที่วัดเหมืองลี่  1 พรรษา
เมื่อปี 2500

เมื่อต้นปี 2501
หลังจากลาสิกขาบทออกมา ก็ได้นายมน นางเถา รวยสูงเนิน ผู้เป็นลุง
และป้าของทั้งสองสายตระกูลเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้ได้สมรสกับนางสมุด การสูงเนิน ธิดาคนที่สองของนางอิ้ว หวยสูงเนิน นายสุก การสูงเนิน (บุตรของขุนศรีโพธิ์ศรีศุภการ)

มีบุตรและธิดาด้วยกัน 5 คนคือ

1.  นายสามารถ มงคล (2502) สมรสกับ นางละม่อม ยศสูงเนิน ประกอบอาชีพอยู่บ้านโนน ตำบลโป่งแดง
อำเภอสูงเนินนครราชสีมา

2.  นายสมนึกมงคล (2504) สมรสกับ นางประเทือง เจิมสูงเนิน ประกอบอาชีพอยู่บ้านขอนไทรตำบลโค้งยาง อำเภอสูงเนิน นครราชสีมา

3. นางละเอียด มงคล (2505) สมรสกับ จ.ส.อ. สีหพล ภิรมย์ไกรภักดิ์  ประกอบอาชีพอยู่ที่ รพ มหาราช เมืองนครราชสีมา

4.  นางสำเนา มงคล (2509) สมรสกับ นายธนูศักดิ์ ฉินสูงเนิน ประกอบอาชีพที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

5. นายวิชัย มงคล (2511) สมรสกับ นางสุกัญญา ทนสูงเนิน ประกอบอาชีพที่ บ. สยามมิชิลิน หนองแค
สระบุรี

ปัจจุบันมีหลานรวมทั้งสิ้น 7 คน

คุณงามความดี

พฤษภกาสร อีกกุญชร อันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

ประวัติการทำงานเพื่อครอบครัวและสังคม

เรื่องผลงานของทิดยันนี่ใครๆก็พูดได้ง่ายๆ
เพราะมีผลงานมากมายจริงๆ

แต่
ถ้าจะพูดถึงผลงานทุกเรื่องให้จบก่อนการฌาปนกิจศพตามคำสั่งเสียของทิดยันก่อนการเสียชีวิตแล้ว
วันนี้ทั้งวันคงจะไม่ได้เผา เจ้าภาพคงต้องเตรียมที่นอน และอาหารเช้า
สำหรับแขกทุกท่านที่มาร่วมการเผาศพในวันนี้ และอาจจะได้เผาพรุ่งนี้ตอนสายๆ เป็นแน่

และผมได้ทราบว่า
ทิดยันสั่งกับลูกๆไว้ให้พูดประวัติหมดทุกเรื่องที่มีหลักฐานเป็นใบประกาศเกียรติคุณที่มีอยู่เต็มตู้ไม่ต่ำกว่า
30 ใบบนบ้าน เมื่อวันพุธที่แล้ว ผมจึงลองเดินขึ้นไปดูแล้วมีมากมายจริงๆ

แต่ด้วยข้อจำกัดของเวลา
จึงขอหยิบมาพูดเพียง 2 ใบ คือ

1. 
บทบาทการเป็นผู้ใหญ่บ้าน
บ้านขอนไทร ประมาณ 10 ปี ปี 2531-2539 และ
2. 
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
อีก 5 ปี 2525-2530

หลักฐานที่เหลือ อีก
30 กว่าใบในตู้นั้น ถ้าใครอยากทราบว่ามีอะไรบ้าง ก็ขอให้ไปอ่านดูเอง
เพราะผมมีเวลาจำกัดมากๆ ที่จะนำมาพูดแบบรวบรัดในวันนี้

นี่คือเหตุที่ผมรีบมาแย่งงานพูดถึงประวัติของทิดยันแทนท่านพิธีกรมืออาชีพ
ที่ทางครอบครัวของทิดยันไปติดต่อไว้แต่เดิม ก็ด้วยความเป็นห่วงว่าจะทำพิธีเผาศพวันนี้ได้ไม่ทันนั่นเอง

ผมรู้จักทิดยันแบบใกล้ชิดมากๆ
ก็ช่วงงานและหลังการแต่งงานกับพี่หมุด ประมาณต้นปี 2501

นายยัน มงคล
เป็นคนขยันขันแข็ง ช่วยแม่ (อาเม้า ที่เป็นอาสะใภ้ของผม)ทำงานอยู่บ้านวัดโพธิ์ ตั้งแต่ออกจากโรงเรียน
จนเป็นที่ยอมรับกันทั้งกลุ่มญาติพี่น้อง และหมู่บ้านใกล้เคียง

เมื่อมาแต่งงานกับพี่สมุด
ก็มาเป็นเขยใหญ่ของน้าสุกน้าอิ้ว ทำงานขยันมากๆ ผมไม่เคยเห็นหยุดนั่งเฉยๆ
ไม่กินเหล้า ไม่สูบยาให้เสียเวลาทำงาน เท่าที่จำได้ก็เห็นแต่ทำงานทั้งวัน ช่วยดูแลครอบครัวของตัวเองอย่างดี
ดูแลพี่น้อง ดูแลผู้ใหญ่บุญ แม่ใหญ่พ่วงในช่วงวัยชรา และเจ็บป่วย โดยเฉพาะในช่วงที่น้าอิ้วและน้าสุกไปค้าขายอยู่โคกกะพี้
เป็นเวลาหลายปีทีเดียว แสดงว่า
ได้ทำตัวจนเป็นที่ไว้วางใจของพ่อตาแม่ยายอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ

ทิดยันเป็นคนทำมาหากินเก่ง
พาพี่ๆน้องๆ ของพี่หมุดเลี้ยงควาย ทำนา 2 แปลง ที่นาเหมืองน้อยที่ทำนบตาอึ่ง กับที่ทำนบกกโก
ทำระบังดักปลาที่เหมืองน้อยใต้ทำนบกกโก จับปลาที่ทำนบกกโก ได้ปลามาทำปลาร้าแจกญาติพี่น้องมากมาย
ในฤดูน้ำหลากเกือบตลอดทั้งปี ทุกปี

ที่จำได้ชัดๆอีกข้อก็คือ
ร่วมมือกับชาวบ้านช่วยกันกำจัดผักตบชวาในลำตะคอง ที่ขึ้นเต็มลำตะคอง
ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก จนสะอาดงามตา

ปี 2510-2516  ไปทำงานในค่ายทหารฝรั่งในเมือง เป็นคนทำกับข้าว
รู้จักเก็บหอมรอมริบ จนได้เงินมาซื้อที่นาเพิ่มเป็นของตนเอง 15
ไร่ครึ่งที่เหมืองใหญ่และนาหนองกระทุ่ม

จึงไม่ขอแบ่งมรดกจากพ่อแม่
แต่ยกนาที่มีอยู่เดิมของพ่อแม่ ให้น้องๆไป

เมื่อออกจากงานฝรั่งก็นำรายได้อีกส่วนหนึ่งมาตั้งโรงสีร่วมกับคู่เขยอีกสองท่านคือทิดเริง
(สำเริง วักขุนทด) กับทิดเติ้ว รวมกันสามหุ้น ที่เจริญรุ่งเรืองสืบมาโดยลำดับ

และได้ถ่ายทอดงานโรงสีให้กับลูกๆ
ทั้งที่บ้านขอนไทร ต. โค้งยาง และบ้านโนน ต. โป่งแดง

จนกระทั่ง ปี 2525
ก็ได้ลงสมัครตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านแข่งขันกับผู้ใหญ่อวก งอบสูงเนิน แทนตำแหน่งของผู้ใหญ่โป่ย
นิสูงเนิน ที่หมดวาระไป

และการแพ้การเลือกตั้งในครั้งนั้น
ทิดยันก็ได้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง

เมื่อสิ้นวาระของผู้ใหญ่อวก
ในปี 2531 ก็ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งมาจนอายุครบ 60 ปี เมื่อ ปี
2539 ที่ผู้ใหญ่ฟุต เนมขุนทด ได้รับเลือก เป็นผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อมา

หลังจากหมดสมัยการเป็นผู้ใหญ่บ้าน
ทิดยันก็ได้รับเลือกเป็น ส.อบต. ต.โค้งยาง อ. สูงเนิน เมื่อสมัยปี 2544-2547

 

ผลสำเร็จรูปธรรมของการทำงานอย่างสั้นๆ

ในชีวิตของทิดยันเท่าที่ผมติดตามดูตลอดมา
นอกจากจะพัฒนาตัวเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำแบบพึ่งตนเอง พออยู่พอกินแล้ว
ยังดำเนินตามแผนการพัฒนาระดับธุรกิจในชุมชน
เชื่อมโยงกับตลาดภายนอกจนสำเร็จในขั้นสูงสุดที่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งจะทำได้แล้ว
ยังได้ช่วยงานวัด เป็นทายกวัดเหมืองลี่ และทำงานชุมชนด้านต่างๆมากมายสุดคณานับ

พอเข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
ปี 2525 เป็นต้นมา ก็ได้ช่วยงานการศึกษาของประเทศ
เป็นตัวประสานเป็นที่ฝึกงานของนักศึกษาสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยมหิดล หลายรุ่น
ช่วยงานสหกรณ์ของอำเภอสูงเนิน และงานสังคมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีใบประกาศเกียรติคุณเต็มตู้ที่บ้าน

ด้านการพัฒนาทรัพยากรและชุมชน
ได้ประสานงานการพัฒนาพื้นที่กับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะงานการเมืองของท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี สุวัจน์ ลิปตพัลลภและท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ
ที่ทางทิดยันจะใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ทั้งสองท่านนี้มาตลอด

การทำงานดังกล่าวทำให้ชุมชนบ้านขอนไทรและใกล้เคียง
ได้ถนนคอนกรีตจากกุดปลาเข็ง ผ่านบ้านวัดโพธิ์ เข้ามาบ้านขอนไทร ออกไปวัดมะรุม
เชื่อมบ้านเหมืองลี่และบ้านกุดโคลน เพื่อไปตลาดกุดจิกได้สะดวก ทำให้มีไฟฟ้า
เข้ามาในหมู่บ้าน จัดหางบสร้างสะพานคอนกรีต ทำนบ ฝาย ระบบประปาหมู่บ้าน
ศาลาประชาคม อีกมากมายหลายรายการ จนเต็มพื้นที่ไปดูป้ายที่ไหนก็จะเห็นชื่อ “นายยัน มงคล” อยู่ด้วยเสมอ

เฉพาะที่มองเห็นในวัดนี้ก็เป็นผลงานของทิดยันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นเมรุเผาศพ ที่ใช้ในงานนี้ ศาลาทำพิธี โบสถ์ กุฏิ ห้องน้ำ และกำแพงวัด

ผลงานมีทั้งส่วนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าดังกล่าวแล้ว
และผลงานพัฒนาที่แฝงอยู่เบื้องหลังของผลงานอีกมากมาย

ที่ถือว่าเป็นคุณค่า
และเป็นตัวอย่างของการเกิดมาอย่างมีคุณค่า จากไปอย่างเหลือคุณค่า
และประจักษ์ชัดเจนว่าทิดยัน มงคล จะไม่มีวันตายไปจากใจของคนในชุมชนนี้ และท่านที่มาร่วมงานทุกท่าน
ณ วันนี้ 
เพราะด้วยคุณความดีนานัปการของทิดยันที่ทำไว้นั่นเอง

การดับขันธ์ของนายยัน มงคล

ทุกชีวิตมีเกิด
ก็ต้องมีเจ็บ มีแก่ และ ก็มีดับเป็นธรรมดา

ทิดยันพยายามทำงานเพื่อสังคมมาตลอด
และชะลอ จนหยุดลงเมื่อเริ่มไม่ค่อยสบาย 
และออกจากตำแหน่ง ส อบต. เมื่อ ปี 2547
เริ่มเดินไม่ค่อยไหว กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ตรวจพบเบาหวานเมื่อ
2549

พบความดันสูง เมื่อ
2552

หัวใจโต ประสาทหูเสื่อม
เมื่อ 2553

กระดูกงอกทับเส้น
แขนขาอ่อนแรง เหนื่อยง่าย และเครียด มิถุนายน 2555

หมอแนะนำให้รักษาตามอาการ
โดยการกินยาหมอสั่ง สารพัดชนิดตามลักษณะอาการที่พบ

เดินไม่ได้
ลุกนั่งไม่ได้ มีอาการปอดอักเสบ เกิดแผลกดทับ ตั้งแต่สามเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ตุลาคม
2555

ไปโรงพยาบาลสูงเนินวันที่
16 ธันวาคม 2555 ตอนประมาณเที่ยง ด้วยอาการเหนื่อยอ่อนเพลีย
และส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาราช

รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราช
นครราชสีมา 1 คืน อาการไม่ดีขึ้น มีอาการไตวาย เพิ่มเข้ามาอีก และเสียชีวิตอย่างสงบ
เมื่อ เวลา 11.00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ด้วยอาการสุดท้ายของโรคเบาหวาน จากการติดเชื้อในกระแสเลือด

ทางลูกๆได้เคลื่อนศพมาทำพิธีบำเพ็ญกุศล
ตามประเพณีท้องถิ่น ที่ศาลาวัดเหมืองลี่ ตั้งแต่วันที่ 17-22 ธันวาคม 2555


ปัจฉิมสดุดี

แม้ในส่วนของชีวิตร่างกายนั้น
ใครๆก็ย่อมแตกดับเป็นธรรมดา เป็นสัจธรรมว่า สิ่งใดๆที่เรายืมเขามาเราก็ต้องคืนเขาไปไม่ช้าก็เร็ว เป็นอุทาหรณ์ให้พวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่
ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

ปมาโท มัจจุโน ปทัง

แต่ ยังมีสิ่งที่เราเก็บไว้ได้ให้กับตัวเอง
และสังคมอย่างมีคุณค่า ก็คือ คุณงามความดี

และ
เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของ ทิดยัน ขอให้ทุกท่านที่มาร่วมพิธีกรรมนี้ได้ร่วมยืนไว้อาลัย
ระลึกถึงคุณงามความดี ของท่านผู้ได้ทำความดี ไปแล้วด้วยดี และขออโหสิกรรม ในสิ่งที่ตนได้ล่วงเกินท่านผู้วายชนม์
เพื่อจะได้หมดเวรหมดกรรมซึ่งกันและกัน เป็นเวลา 1 นาทีครับ

............................................................

ขอบพระคุณครับ