วิถีทางของการทำงาน
มีใครคิดบ้างว่า...เวลาที่เรามาทำงาน การทำงานเป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกันเป็น "สังคม" ๆ หนึ่ง ที่เรียกว่า "สังคมของการทำงาน"...การทำงาน จะไม่นึกถึงการทำงานตามความรู้สึกของแต่ละคน ตามความรู้สึกของหัวหน้างาน ของลูกน้อง ของผู้บริหาร แต่จะนึกถึงการทำงานตามกฎ กติกา กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งอาจจะยืดหยุ่นได้หรือไม่ยืดหยุ่นได้ ก็แล้วแต่ตามสถานการณ์...
การทำงานตามหน่วย ตามกองทั้งหลาย ในการปฏิบัติงาน เวลามีปัญหา ผู้บริหารซึ่งเป็นผู้ที่ควบคุมงาน ควรพูดกับลูกน้องตรง ๆ ชัด ๆ จบก็คือจบ เมื่อคุยเสร็จแล้ว ไม่ควรต่อไต่หรือไปพูดกับใครต่อใครลับหลัง มีวิธีที่ควรแนะนำก็แนะนำ ควรพูดคุยในลักษณะของทีม เช่น ภายในกอง ก็ควรที่จะได้รับรู้ รับทราบกันทุกคน เพราะทุก ๆ คน มีส่วนร่วมกันทำให้งานสำเร็จ มีปัญหาเรื่องใดลูกน้องก็ควรบอกหัวหน้าผู้ควบคุมทีมให้รับทราบ เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขปัญหานั้น ๆ ให้สำเร็จได้ สำหรับหัวหน้าผู้ควบคุมทีม มีเรื่องใดที่เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน ก็ควรบอกลูกน้องให้ทราบ ได้รับรู้ เพราะทุก ๆ คนจะได้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน...แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ก็คงไม่เป็นไปในลักษณะนี้เสมอไป บางครั้ง ผู้บริหารระดับสูงก็พูดกับลูกน้อง ไม่พูดกับหัวหน้าผู้ควบคุมทีม จึงทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะเรื่องส่วนมากหัวหน้าควรทราบ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน...เมื่อหัวหน้าทำสิ่งใดไปก็ควรที่จะรายงานให้กับผู้บริหารระดับสูงทราบบ้างว่าทำสิ่งใดไป...แต่สิ่งที่ควรทำ...ในกรณีที่เมื่อเริ่มเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ นั่นคือ "ควรได้มีการประชุมกัน ได้พูดคุยกัน บอกนโยบายที่ชัดเจนว่าจะทำสิ่งใด มีวัตถุประสงค์สิ่งใด และผู้บริหารก็ควรรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องเช่นกันว่า ได้เคยปฏิบัติสิ่งใดไปบ้าง ควรปรับปรุง พัฒนาในสิ่งไหนบ้าง" เพราะทุกฝ่ายจะได้รับรู้ รับทราบร่วมกัน...
จะพูด จะคิด จะทำอะไร ผู้บริหารระดับสูงก็ควรบอกลูกน้องทุก ๆ คน ให้ชัดเจนว่า "นี่คือ นโยบาย แต่นโยบายก็ต้องอยู่ภายใต้เหตุและผล ไม่ใช่อยู่ที่ความรู้สึกของผู้บริหาร"...การได้พูดคุยกัน เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเป็นการพูดคุยในเรื่องของงาน เพราะในสังคมของการทำงาน แต่ละคนมีวัตถุประสงค์ก็คือ...มาเพื่อทำงาน สำหรับเรื่องส่วนตัวก็สามารถคุยได้ ถ้าคุยกันเหมือนถามเรื่องสารทุกข์ สุขดิบ เป็นการพูดคุยกันฐานะพี่ - น้อง จะก่อให้เกิดความจริงใจต่อกันแล้วจะมีผลต่อการทำงานที่เปิดใจให้กัน ทุกคนสามารถบอกเรื่องราวหรือเล่าเรื่องของตนเองให้เพื่อน ๆ รับฟังได้ ไม่มีการปิดบังกัน เพราะเท่าที่เห็น ๆ บางคนก็ใส่หน้ากากเข้าหากัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการทำงานเลย
การทำงาน ควรเป็นลักษณะของการให้คำปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน หาวิธีทำงาน หาวิธีการแก้ไขปัญหาในงานว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วจะทำเช่นไร...สำหรับผู้บริหารระดับสูง ควรที่จะมีใจกว้าง เรียกว่า "กว้างพอ" เช่นดังมหาสมุทร เพราะถ้าเทียบกับแม่น้ำ ก็คงจะแคบไป...ควรมีจรรยาบรรณในวิชาชีพของการเป็นผู้บริหาร ไม่สำคัญตนผิดว่า เมื่อมีอำนาจแล้วก็ใส่ใจกับคำว่า "อำนาจ" เต็ม ๆ เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อตัวผู้บริหารระดับสูงคนนั้นเลย...อีกเรื่อง นั่นคือ "การได้ใจของลูกน้อง" ถ้าใช้อำนาจมาก ก็จะไม่ได้ใจลูกน้องคนนั้นเลย...สุดท้าย เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คนเป็นผู้บริหารก็จะโดนเต็ม ๆ...แต่ถ้าใช้หลัก "คุณธรรม" กับลูกน้อง บอกได้เลยว่า...คุณจะได้เข้าไปนั่งในใจของลูกน้องคนนั้นเลยเชียวแหล่ะ...การเป็นผู้บริหารที่ดีนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ขึ้นอยู่กับการนำวิธีการไปใช้ในการบริหารของแต่ละคน...อย่าลืมว่า!!! อำนาจก็เหมือนการสวมหัวโขนนั่นเอง...หมดอำนาจเมื่อไร ก็ไม่อยากเปรียบว่าเหมือนกับอะไร? ทำดี ผู้บริหารคนนั้นก็จะได้รับคำชื่นชม แต่ถ้าทำไม่ดี ผู้บริหารคนนั้นก็จะได้รับคำติฉินซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวเองเลย...เพราะการเป็นผู้บริหาร สามารถเป็นได้ตามหลักประชาธิปไตย หรือจะเป็นผู้บริหารประเภทเผด็จการ ให้เลือกเอาเอง...
วิถีทางของการทำงาน ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ผู้เขียนก็บอกได้เลยว่า "มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เช่นกัน" เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและทุก ๆ คนต้องใส่ใจให้มาก ๆ เพราะเป็นเรื่องที่สรุปแล้วจะทำให้งานทุกอย่างเกิดผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพนั่นเอง...